เพื่อน(หอ)ข้างห้อง – ความป่วนเหนือหัวใจ
เสียงกริ่งประตูหอพักดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ต้นกวาดตาไปรอบห้อง—ยอดเยินจากกล่องกระดาษและกระเป๋าเดินทาง ปราดไปที่ประตูในสภาพผมกระเซอะกระเซิงแต่ตาก็ตื่นตัว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใครครับ!”
ประตูถูกเปิดออก ชัย หนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใส่แว่นดำ-หน้าตามั่นใจในจุดที่ควรจะสงสัย โผล่หน้ามาอย่างรวดเร็ว
“ไงเพื่อน อยู่ห้องข้าง ๆ นี่เอง! มายืมหัวปลั๊กหน่อย มีธุระกับโน้ตบุ๊กแต่ไม่อยากลงไปซื้อ” ชัยพูดเร็วติดกันเป็นชุด
ต้นยังงง ๆ “เอ่อ…พี่ได้บอกผมรึเปล่าว่าจะย้ายเข้า?”
“ไม่ต้องรู้จักกันมาก่อนก็ยืมหัวปลั๊กได้!” ชัยหัวเราะ โยนรองเท้าแตะยังไม่เข้ามาห้อง โผล่มาอยู่หน้าห้องต้นเรียบร้อย
ต้นมองหาหัวปลั๊ก หาไม่เจอ “เอ่อ เดี๋ยวผมหาแป๊บ…”
ชัยเดินเข้ามารื้อของ “ชิล ๆ เนอะ เสร็จธุระแล้วค่อยทำความรู้จัก”
จังหวะนั้น ไฟทั้งชั้นดับวูบ!
ทั้งคู่หยุดนิ่ง
“ผมเปล่านะ” ต้นพูดเสียงแผ่ว “ผมยังไม่ได้เสียบอะไรเลย นี่ขนของวันแรก”
“หัวปลั๊กผมหรือเปล่า—หรือเป็นเพราะปลั๊กของพวกเรา?” ชัยตั้งท่าเป็นนักสืบทันที “ห้องข้าง ๆ รับผิดชอบ!”
ยังไม่ทันไร เสียงหวีดร้องของป้าบัว เจ้าของหอพักดังมาจากโถง
“ใครเอาแมวขึ้นห้อง! เดี๋ยวมันข่วนสายไฟดับหมด!”
ต้นกับชัยหันมามองหน้ากัน ชัยทำหน้าตกใจเกินจริง “ยอมรับมาเถอะ เธอเอาแมวขึ้นห้องใช่ไหม!”
“ผมกลัวแมว…ผมแพ้ขนแมว!” ต้นทำหน้ากังวล
ชัยยักไหล่ “แต่เราต้องหาตัวจริง ไม่งั้นคะแนนมนุษย์หอพักเราจะติดลบ”
ต้นหายใจเข้าลึก พยายามจะปฏิเสธ แต่ชัยเริ่มสืบสวน ลากเท้าไปแวะทุกประตูห้องข้าง ๆ และลากต้นออกไปด้วย
ระหว่างเดินสำรวจเสียงกระซิบของกลุ่มสาว ๆ ห้องตรงข้ามลอยมา—“เมื่อกี๊มีเสียงผู้ชายทะเลาะกัน ห้องใครนะ” “สงสัยห้องใหม่ ห้องนั้นเมื่อเช้าก็เสียงดังเหมือนแมว”
ชัยมองหน้าต้น “เราเป็นผู้ต้องสงสัยขั้นสูงสุด”
ต้นสีหน้ากังวล “คะแนนเก็บหอพักหายหมดแน่ๆ”
ชัยฉีกยิ้ม “ต้องทำแผนลับล่าตัวแมวในตำนาน คืนนี้!”
ต้นถอนหายใจ “จริงเหรอ…พอเถอะครับ เดี๋ยวเราจะกลายเป็นตัวตลก”
ชัยลูบคาง ท่าทางนักสืบเต็มที่ “นักสืบดีเด่นแห่งปี เราต้องเคลียร์ชื่อเสียงให้ได้!”
ตกค่ำ ต้นกับชัยแอบย่องไปหน้าห้องนิติบุคคล เจอประกาศติด “ใครแอบเอาแมวขึ้นห้อง กรุณานำลงคืน โดยไม่มีความผิด!”
ชัยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แผนเราเริ่มคืนนี้ นายต้องเป็นหัวหน้าปฏิบัติการนะ”
ต้นส่ายหน้าทันที “ผมขอเป็น … อะไรก็ได้ที่ไม่ต้องแตะต้องแมว”
ชัยไม่ฟัง พูดอยู่คนเดียว “เราต้องล่อแมวออกมาด้วยกลิ่นปลากระป๋อง นายเอาปลากระป๋องไปวางที่โถง”
ต้นทำหน้าอยากตาย “เดี๋ยวป้าแม่บ้านว่าแน่ ๆ”
ชัยวางมือบนไหล่ต้น “คิดในแง่ดี ถ้าจับได้ เราจะกลายเป็นฮีโร่หอ”
“แต่ถ้าไม่ได้ นายจะโดนพักอยู่หอหนึ่งเดือน!”
ชัยยังยิ้มไม่สะท้าน คิดว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุม
ต้นจำใจเดินถือปลากระป๋องไปวางหน้าโถง พลางไหว้พระขออย่าให้แมวมา เจอสาวห้องตรงข้ามมองด้วยสายตาสงสัย “พี่ต้น ทำอะไรอะคะ?”
ต้นตอบตะกุกตะกัก “ก็… ให้อาหารสุนัข… เอ๊ย ไม่ใช่… คือ แมวหอ… เอ๊ย ไม่ใช่…”
สาวขำ “สงสัยพี่ต้นมีแมวจริง ๆ”
ต้นรีบปฏิเสธไม่ทัน หยิบปลากระป๋องหนีแทบไม่ทัน
ชัยแอบสังเกตอยู่ข้างหลัง ชูนิ้วโป้งใส่ “เยี่ยมมาก นายแกล้งซื่อได้เป็นธรรมชาติ!”
ทันใดนั้น ประกายตาสีเหลืองโผล่มาใต้บันได ทั้งชัยและต้นตกใจ ต้นสะดุ้งจนมือปัดปลากระป๋องตกจริง ๆ
ปรากฏว่ามันคือ… กระเป๋าหนังของป้าบัวที่มีป้ายสะท้อนแสง ไม่ใช่แมว
ชัยถอนหายใจผิดหวัง “มันดูเหมือนจะไม่มีแมวเลยนะ”
ต้นถอนใจเฮือก “เราจะบ้าเพราะข่าวลือไหมเนี่ย”
ขณะจะกลับเข้าห้อง จู่ ๆ มีเสียงแมวร้องเบา ๆ โผล่มาจากทางเดิน ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน เห็นเงาสลัว ๆ ขยับอยู่หลังถุงขยะหน้าห้องนิติบุคคล
“มันมีอยู่จริง!” ชัยชี้เสียงดัง ต้นสะดุ้งรีบเอามือปิดปากชัย
เสียงฝีเท้าป้าบัวดังมา ชัยรีบกระซิบ “นายต้องช่วยกันจับ!”
ต้นขอร้อง “ผมเป็นภูมิแพ้จริง ๆ นะ”
ขณะที่กำลังลังเล แมวเจ้ากรรมวิ่งพรวดออกมาทางทางเดิน ต้นกับชัยยื้อยุดกันเองจะวิ่งตามแต่ขาเกี่ยวกันล้มลงชนถังขยะดังโครม
สาว ๆ ในหอแอบมอง ขำฟุบ ชัยกับต้นเถียงกันเงียบ ๆ “พี่บัวมาแน่!”
เสียงป้า “ใครทำอะไร! เอาอีกแล้วเหรอ!”
ชัยกับต้นรีบลากกันหายเข้าห้อง แผนจับแมวคืนแรกเป็นอันล้มเหลว
ในห้อง ต้นฟุบหน้าลงบนหมอน “ผมนอนไม่หลับแน่ ๆ คืนนี้”
ชัยยิ้มร้าย “ศึกแรกยังไม่จบ ศึกสองค่อยว่ากัน!”
ต้นครุ่นคิด นับตั้งแต่วันแรกย้ายเข้ามา หัวใจวุ่นวายกว่าที่เคยเจอในรั้วมหาวิทยาลัย เขาเหลือบมองความเปิ่นแต่ใจดีของชัย เริ่มรู้สึกเหมือนได้เพื่อนใหม่ โดยไม่คาดคิด
วันต่อมา ข่าวลือแมวหอแพร่กระจาย “ใครเป็นเจ้าของแมว สารภาพมาจะลดโทษให้!”
กลุ่มสาว ๆ กับน้องปีหนึ่งเริ่มพุ่งเป้าสงสัยไปที่ต้น
ชัยหายตัวออกจากห้องต้นแบบสายลับ แอบย่องกลับมาด้วยถุงอาหารแมว “คืนนี้เราจะใช้กับดักล่อแมวอย่างแท้จริง!”
ต้นจ้อง “นายดูหมกมุ่นเรื่องนี้เกินไปนะ”
ชัยยักไหล่ “ถ้าเราจับได้ จะได้ ‘วีรบุรุษหอ’ ไม่แค่รอดโทษ แต่อาจได้คะแนนความนิยม!”
ต้นถามเย้ย “ถ้าสอบตกจะแก้ไง?”
ชัยกดนิ้ว “แก้ด้วยโชคลาภ!”
คืนนั้น ทั้งคู่ตั้งกับดัก — อาหารแมวกับกระดิ่งผูกด้ายที่ประตู
ระหว่างรอ ชัยนั่งบ่นเรื่องชีวิตหอ “ป้าบัวเคยติดกล้องวงจรปิดแต่เจอว่าตัวเองเป็นคนแอบขึ้นเอากุญแจสำรองห้องประชุม เลยไม่แน่ใจกล้องใช้ได้จริง”
ต้นหัวเราะขำ รู้สึกเบาบางจากความกังวล เล่าเรื่องผิดพลาดครั้งแรก “ผมโดนคนหาว่าขโมยสบู่เพราะสบู่หล่นรองเท้าตัวเอง”
อยู่ดี ๆ กระดิ่งดังดิ๊ก ๆ ทั้งสองเงียบกริบ ลุ้นสุดขีด เปิดประตูผลัวะ ปรากฏเป็น… หมาน้อยของหอ ที่เจ้าของป้าบัวลืมไว้!
ผู้ต้องสงสัยเปลี่ยนจากแมวเป็นหมา ชัยกราดตาไปรอบ ๆ “ความลึกลับแค่ลึกขึ้นอีกชั้น!”
ต้นยืนงง “เรากำลังทำอะไรกันแน่”
ขณะวุ่นกับหมาน้อย อยู่ดี ๆ มีเสียงเหมือนก้างปลาเสียดสีพื้น แล้วแมวจริง ๆ โผล่ออกมาจากซอกตู้ดับเพลิง!
ชัยโดดคว้าแต่พลาด แมววิ่งเร็วปานสายลม เลื้อยออกหน้าต่างหอหายไป
ต้นซึม—“เสียแรงทุ่มสุดชีวิต ผลออกมาแค่นี้”
ชัยปลอบ “อย่างน้อยหากมีประกวดนักล่าแมว นายกับฉันได้โล่แน่นอน”
กลุ่มสาว ๆ ที่แอบดูหัวเราะ “ให้รางวัลคนขยันดีกว่า!”
หลังคืนนั้น ข่าวลือเริ่มซา แต่ความมึนของต้นกับชัยกลายเป็นเรื่องเล่าในวงสนทนา
หลายวันต่อมา ป้าบัวติดประกาศขอโทษ “เหตุไฟดับเกิดจากช่างมาติดกล้องแล้วต่อสายผิด”
ต้นกับชัยมองหน้ากัน พูดพร้อมกัน “แล้วแมวใคร?”
หอพักตกอยู่ในความเงียบสั้น ๆ ก่อนมีเสียงแมวร้อง วิ่งฉิวลงบันได ไม่ใช่ของใครทั้งนั้น—เป็นแมวหลงที่ทุกคนคิดว่าเป็นแมวเพื่อนบ้าน
ชัยเหม่อ “ขนาดแมวก็ยังเข้าใจผิดว่าอยู่ถูกหอ”
ต้นหัวเราะ “บางทีก็ไม่ต้องมีคำอธิบาย ทุกอย่างวุ่นวายแต่สนุกดี”
เสียงหัวเราะของคนในหอพักดังขึ้น ชัยยักไหล่ “เพื่อนแท้ หาได้ในความวุ่นวายเช่นนี้แหละ”
ต้นยิ้มจาง ๆ รู้สึกอบอุ่น แม้ทุกความพยายามจะผิดพลาด แต่มันสร้างมิตรภาพแท้ที่ไม่ได้ตั้งใจ ฝันดีคืนนั้นด้วยหัวใจเบาสบาย ความวุ่นวายเป็นเพียงบทเรียน และเสียงแมวร้องก็กลายเป็นเสียงตกแต่งของคืนวันใหม่ที่หอพัก เพื่อนข้างห้องกลายเป็นเพื่อนข้างใจโดยไม่รู้ตัว