ป่วนสุดขอบมอ: สมาคมคน (ไม่) ปกติ
เสียงระฆังบอกเวลาคลาสสุดท้ายของวันกำลังจะดังขึ้นเมื่อบิว วิศวกรหน้าตาเซ็ง โลกส่วนตัวสูงและคิดมากตลอดเวลา พุ่งตรงออกจากห้องด้วยสีหน้ากังวลเกินควร ขาดอีกแค่นาทีเดียวจะสายประชุมสมาคมนิสิตประจำคณะ ที่เจ้าตัวตั้งใจจะพิสูจน์ตัวเองต่อทุกคนว่าตนคู่ควรกับตำแหน่งนายกในอนาคต
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ระหว่างทาง บิวมัวแต่ทบทวนโพยประโยคพูดในหัว สีหน้าดูเคร่งเครียดยิ่งกว่าเตรียมสอบสัมภาษณ์รัฐมนตรี จนเดินชนเข้ากับฟลุ๊ค เพื่อนสนิทสุดมั่นผู้สวมแว่นกรอบโต พกแต่รอยยิ้มกวนประสาทเป็นเครื่องประดับ
“เฮ้ยบิว กำลังคิดเลขดอกเบี้ยบ้านเลยใช่ป่ะ หน้าดูเครียดเชียว” ฟลุ๊คแซว บิวถอนใจ “คิดแผนพรีเซนท์ประชุมวะ… พลาดรอบนี้โดนล้อมแน่” ฟลุ๊คหัวเราะ “ยังไงแกก็ได้เพื่อน ไม่มีใครอยากเป็นนายกเท่าแกแล้วละ”
แต่ทั้งคู่ก็รีบก้าวเร็วๆ ไปยังห้องประชุม ระหว่างทางฟลุ๊คหยิบโน้ตจดไอเดียจัดกิจกรรม ‘คืนย้อนยุค’ ขึ้นมาดู ขณะที่บิวก้มหน้าดูสคริปต์บนมือถือ เมื่อลิฟต์เปิด เสียงแออัดจากในลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกลุ่มน้องใหม่ที่ดันตัวเองออกมาชนทั้งสองคนจนโน้ตของฟลุ๊คตกพื้นไปรวมกับเอกสารของบิว
ในห้องประชุม กลุ่มกรรมการแต่ละฝ่ายเริ่มพูดถึงปัญหาเดิมๆ เสียงประชุมจืดชืด บิวพยายามเกริ่นแต่ติดขัด ฟลุ๊คแทนที่จะช่วย กลับค่อยๆ ขยิบตา ส่งสายตาว่า ‘ด้นสดไปดิ’ ทำเอาบิวลน ไอเดียสองคนปนเปกันมั่ว น้องกานต์หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมจดบันทึกอย่างมึนๆ “ตกลงเราจะจัด ‘คืนย้อนยุคดิสโก้ธีมงานวิ่งรักวัยรุ่นกับสัตว์เลี้ยง’ ใช่ไหมคะพี่?”
บิวหน้าเหวอ “หือ? ไล่ทีละข้อได้มั้ย…” ขณะที่ฟลุ๊คพยักหน้า “เวิร์ค! ใครมีหมาใส่สูทก็ดีจะตลกดี” เสียงฮาของกลุ่มมาจากความสับสนเพureว่าใครคิดไอเดียนี้กันแน่ ในขณะที่ณิชา ประธานฝ่ายการเงิน ทำหน้าอึนๆ ยกมือ “งบชุดสูทหมานี่ขอกลับไปหาราคาก่อนนะคะ”
เพราะความมึนและโน้ตที่หล่นปนกัน ทุกคนเข้าใจผิดว่าบิวปิ๊งไอเดียนำงานวิ่งกับธีมดิสโก้สัตว์เลี้ยงเข้ารวม รวบรัดเป็นโครงการเดียว แถมฟลุ๊คยังเติมไอเดียด้วยความมันส์ว่าต้องมีประกวดแดนซ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง ทำเอาประชุมสะเปะสะปะ กลายเป็นโปรเจ็คต์ที่ไม่มีใครรู้จริงว่าต้องทำอะไร
หลังประชุม น้องกานต์กระซิบ “พี่แน่ใจนะว่ามันจะเวิร์ค” บิวรีบรน “มันมีตรรกะอยู่…มั้ง” ฟลุ๊คหัวเราะ “ถ้าแกไม่เวิร์คแล้วใครจะกล้าทำวะ” บิวถอนหายใจเงียบๆ แกล้งพยักหน้าเพื่อรักษาฟอร์ม
สัปดาห์ต่อมา ช่วงเตรียมงาน แผนการจริงๆ แค่จะจัดงานคืนย้อนยุคธรรมดา แต่หลังเอกสารส่งเวียนกันไป ก็กลายร่างเป็น ‘งานวิ่งย้อนยุคกับสัตว์เลี้ยงประกวดแดนซ์’ นิสิตในคณะเริ่มลือกันไปต่างๆ นานาว่า ใครไม่มีสัตว์เลี้ยงจะโดนหักคะแนนกิจกรรมหรือไม่ ใครไม่มีชุดย้อนยุคจะเข้าโซนไหน
ที่ประชุมงานย่อย ฟลุ๊คประชันเสียงให้ทุกคนรีบหาแมวหาหมามาให้พร้อม ขณะที่บิวพยายามจะแก้ “จริงๆ ไม่จำเป็นต้องมีสัตว์เลี้ยงก็ได้…” แต่ฟลุ๊คสวน “แต่ถ้ามีจะเท่กว่านะเว้ย” เสียงหัวเราะในกลุ่มงานดังขึ้น บิวถอนหายใจยาว
ความฮาอย่างหนึ่งของงานโครงการนี้คือคนเริ่มพากันตีความเอง มีนิสิตปี 1 ทำฟอร์มขอยืมหมาข้างถนนมาเข้าประกวด บางกลุ่มคอสเพลย์กับหมอนเปล่าเพราะไม่มีสัตว์เลี้ยงจริงก็ยังอยากร่วม ธีมย้อนยุคก็มีทุกสไตล์ ตั้งแต่ดิสโก้ 70s ยันหมอลำยุคปู่ย่า
ณ งานวันจริง บัญชา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมหาลัย เห็นนิสิตพาสัตว์เข้าอาคาร ตกใจรีบวิ่งไปแจ้ง กลายเป็นข่าวลือว่าหมาข้างถนนจะได้รับเกียรติบัตร ใครนำแมวไปวิ่งจะได้โบนัส
บรรยากาศรอบสนามเต็มไปด้วยบูธต่างๆ น้องปี 1 ถือหมอนข้างพันผ้าแฟนซีเดินเรียงแถว บิวมองกลุ่มคนขำๆ แต่สีหน้ากังวล ฟลุ๊คกลับเซลฟี่กับแมวลูกพี่ลูกน้อง “ขาดอีกตัวเดียวครบฟีลเลยเว้ย เดี๋ยวหามาแป๊บ”
มิน พี่ปี 4 จอมบ่น พยายามจัดระเบียบกลุ่มนิสิต “ใครพาสัตว์เลี้ยงจงแนบประวัติสัตว์กับใบประเมินผล” ฟลุ๊คแซว “ของผมหมอน…กินข้าวผสมอารมณ์ขัน วันละสามมื้อครับ” มินไม่ทันจะด่า ก็โดนกระซิบ “เอาหน่ะ งานนี้ของบิว ตัวจริง”
จังหวะเดียวกัน ณิชากำลังเดินเช็คบัญชี พบใบเบิกค่าเช่าชุดหมาสูงผิดปกติ “บิว…ชุดหมานี่ช่วยแจกแจงได้ไหมคะ” บิวแทนที่จะยอมรับความผิด เลี่ยงตอบ “เอ่อ…เอาไว้ให้หมอกรณี…เดินแฟชั่นโชว์เต็มรูปแบบ”
แม้เหตุการณ์ดูป่วน แต่ด้วยเสียงหัวเราะจากกลุ่มเพื่อน สัตว์เลี้ยงปลอมกับเจ้าของตัวจริงในชุดหลากสีวุ่นวาย งานก็ดำเนินต่อไปท่ามกลางชุดข้อมูลผิดพลาด บางคนถึงกับเต้นกับตุ๊กตาไดโนเสาร์แทนหมา
ในขณะที่กิจกรรมประกวดแดนซ์กำลังจะเริ่ม บิวโดนอาจารย์ลาดพร้าวแซว “นวัตกรรมดีมาก หนูจะเอารางวัลหรือขอรับศิษย์เกียรติก็จะให้” บิวหน้าแดง หูอื้อ พยายามอธิบาย “จริงๆ จริงๆ ผมคิดแค่จัดคืนย้อนยุคเอง…” ฟลุ๊ครีบสอด “แต่เกินไปหน่อยก็สนุกไงอาจารย์!” กลุ่มกรรมการหัวเราะ หน้าอาจารย์ส่ายๆ
เมื่อมองไปที่เวที บิวเห็นหมานักแสดงกลุ่มหนึ่งตื่นเวทีจนวิ่งหนีออกเวที สร้างความอลหม่านเข้าไปอีก ฟลุ๊คตะโกน “อ๊ะ หมานายเกือบได้รางวัลแล้ว!” พร้อมกับโบกมือเรียกหมา แต่โดนสุนัขในชุดสูทวิ่งเข้าประท้วงต่อหน้าเต็มๆ มินจัดแจงสถานการณ์อย่างลนลาน
ช่วงท้ายงาน ปรากฎว่าหมาของหนึ่งในนิสิตเสียบปลั๊กเครื่องเสียงจนเกิดช็อตไฟทั้งสนาม เสียงดนตรีดับ คนแตกตื่นแต่ไม่มีใครกลัวจริงจัง กลับหัวเราะกับความพังทลายของแผนที่ต่างคนคิดกันไปเอง ฟลุ๊คตบบ่า “สุดท้ายแกไม่มีอะไรให้กังวลเลยเว้ย” บิวยิ้มจืดๆ “จากนี้คงไม่จัดประกวดสัตว์เลี้ยงคู่เต้นแล้ววะ”
งานจบแบบป่วนสุดขอบ ทุกคนแยกย้าย ไฟฟลุ๊คยังโพสต์รูปหมา (กับหมอนข้างเพื่อน) ว่า “ขอบคุณทุกคนที่สร้างประวัติศาสตร์งานสัตว์เลี้ยงแดนซ์ครั้งแรกและ…สุดท้าย” เสียงหัวเราะในคอมเมนต์ตามมาไม่ขาดสาย
ณิชาเดินผ่านบิว กระซิบ “เอาไว้ปีหน้าเราจัดคืนย้อนยุคแบบไม่มีสัตว์นะพี่” บิวหัวเราะ “ถ้าแกไม่บอก ผมก็จะไม่คิดอะไรซับซ้อนอีกแล้วล่ะ” ฟลุ๊คเดินปลีกตัว ยักคิ้ว “แต่งานปีหน้าขอประกวดหมอนโยนไกลได้มั้ย?”
ทั้งกลุ่มเดินด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศเย็นย่ำ เสียงหัวเราะของเพื่อน พลังงานบ้าบอของโปรเจ็คต์วุ่นวาย กลายเป็นเรื่องเล่าสุดป่วนที่วันหนึ่งจะกลายมาเป็นตำนานที่ทุกคนยังยิ้มและคิดถึงมันเสมอ