กระจกมืดแห่งหอพักอัปสรา
เสียงฝนตกกระหน่ำกลางคืนในเดือนสิงหาคม กระทบหลังคากระเบื้องเก่า ๆ ของหอพักอัปสราอย่างไม่ยอมหยุด กิ่ง ยืนอยู่ตรงหน้าประตูไม้สูงที่มีรอยถลอก ผ้าเปียกในมือสั่นเล็กน้อย หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ดันประตูเข้าไปในห้องใหม่ของตัวเอง—ห้อง 304
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!กลิ่นอับชื้นของไม้เก่าแตะจมูกทันทีที่ย่างเข้าไป ข้าวของในห้องถูกจัดเก็บอย่างเรียบร้อย กระเป๋าและกล่องถูกวางเรียงไว้ข้างเตียงเดี่ยว ริมหน้าต่างมีผ้าม่านสีครีมซีดจางราวกับไม่เคยถูกซักนานปี
แต่สิ่งที่สะดุดตากลับเป็นกระจกทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ตั้งข้างประตูห้องน้ำ กรอบไม้แกะสลักลายกนกสีดำสนิทสะท้อนแสงไฟสลัว กิ่งเดินเข้าไปใกล้ จ้องมองเงาตัวเองในกระจก—แววตาในเงาดูเศร้ากว่าความจริง
เสียงประตูดังแกรก ๆ ข้างห้องทำให้เธอสะดุ้ง หญิงสาววางผ้าลงบนเตียง เดินไปเปิดประตู พบกับแอม เพื่อนร่วมชั้นปีที่เข้ามาช่วยขนของตั้งแต่ช่วงเย็น
“เป็นไงบ้างกิ่ง ห้องโอเคมั้ย ดูเก่า ๆ เนอะ”
กิ่งพยักหน้าอย่างเก้อ ๆ “โคตรเก่าเลยอะ กลิ่นก็แปลก ๆ ด้วย แต่ราคาถูกดี” ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ
แอมเหลือบมองกระจก “กระจกนี่เก่าน่ากลัวเนอะ เหมือนจะหลุดออกมาได้ตลอดเวลา”
กิ่งยิ้มจาง ๆ “อย่าพูดแบบนั้นดิ เดี๋ยวคืนนอนไม่หลับ”
แอมหัวเราะพลางถอยหลัง “ถ้างั้นไปห้องเราไหม เดี๋ยวชวนพวกเนยกับตาลมาด้วย”
กิ่งลังเลมองกระจกอีกครั้ง เงาในนั้นดูเหมือนจะเบี้ยวไปเล็กน้อย เธอกะพริบตา ปล่อยให้แอมดึงแขนออกจากห้อง
ทางเดินยาวของหอพักเงียบสงัด เสียงฝนข้างนอกคอยกลบเสียงฝีเท้าทั้งสี่คนที่รวมตัวในห้อง 306 ทุกคนแนะนำตัว เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างประหม่า ตาลเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปพักหนึ่ง
“ใครเคยได้ยินเรื่องหอนี้บ้างว่ะ”
เนยทำท่าขนลุก “แม่เราเตือนว่าอย่าเลือกหอเก่า ๆ แบบนี้เลย กลัวจะมีของ”
แอมรีบบอก “ตลกอะ มันก็แค่เก่าเองมั้ง เดี๋ยวนี้อะไรก็โยงกับผีไปหมด”
กิ่งนั่งเงียบ มองดูเพื่อนคุยกันผ่านไอน้ำที่เกาะกระจกหน้าต่าง ภายนอกฟ้าแลบวาบ สะท้อนแสงลงบนใบหน้าทุกคนชั่วครู่
ดึกคืนนั้น กิ่งกลับห้องเอง เสียงฝนยังคงดังต่อเนื่อง เธอเดินผ่านระเบียงที่ว่างเปล่า ทุกห้องปิดประตูเงียบงัน
เมื่อกลับเข้าห้อง กิ่งเห็นเงาตัวเองในกระจกอีกครั้ง แต่ในตอนที่เธอกำลังจะถอดเสื้อกันฝน เงาในกระจกกลับดูเหมือนยิ้ม ทั้งที่ปากของเธอตรงข้ามกับสีหน้าที่เธอรับรู้ กิ่งสะบัดหัว คิดว่าเป็นเพียงความเหนื่อยล้าจากการขนของ
คืนต่อมา กิ่งตื่นกลางดึก ก่อนลุกขึ้นกดน้ำในห้องน้ำ เธอเดินผ่านกระจกไปโดยไม่มอง แต่เสียงแผ่วเบาราวคนกระซิบดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“อย่า…”
กิ่งหยุดชะงัก จ้องกระจกอย่างระแวง เงาในกระจกยังคงเป็นเงาของเธอเอง แต่แววตานั้นเปลี่ยนไป เธอรีบก้าวเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูแน่น เสียงฝนยังคงรินไหลอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ตลอดสัปดาห์ กิ่งเริ่มฝันร้ายซ้ำ ๆ ถึงห้องพักที่เธออยู่ เธอเห็นคนแปลกหน้าเดินผ่านหน้าห้อง เห็นเงาบางอย่างในกระจกที่ไม่ใช่เธอ เห็นรอยเปื้อนสีดำไหลลงจากกรอบกระจก เธอเริ่มหวาดผวาต่อเงาสะท้อนของตัวเอง
ช่วงเช้า ตาลแวะเวียนมาหา สีหน้าเพลียเหมือนกัน “เมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ ในห้องปะ”
กิ่งตอบเบา ๆ “เหมือนมีคนคุยกันเบา ๆ ตลอดคืนเลย แต่เราอยู่คนเดียว”
ตาลเม้มปาก “เราเหมือนกัน บางทีมันอาจจะ…ไม่ใช่แค่เราสองคนก็ได้”
เนยกับแอมเข้ามาในห้องกิ่ง ระหว่างที่ทุกคนกำลังคุยกัน เสียงบางอย่างดังกุกกักในห้องน้ำ ทุกคนเงียบ หันมองหน้ากันและกัน ก่อนแอมจะค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้องน้ำ
ทันทีที่เปิดประตู ทุกอย่างกลับเงียบสนิท แอมมองกระจกอย่างไม่ไว้ใจ สีหน้าของเธอซีดเผือด “เมื่อกี้เหมือนเห็นเงาอะไรแว้บ ๆ ในกระจก”
ตาลส่ายหน้า “พอเถอะ อย่าเล่นอะไรแบบนี้เลย เดี๋ยวจะเผลอเชื่อขึ้นมาจริง ๆ”
แต่เมื่อทุกคนเดินออกจากห้องน้ำ เนยสังเกตเห็นรอยขูดเป็นเส้นยาวตรงกรอบกระจก “เฮ้ย กิ่ง เมื่อวานมีกระจกเป็นรอยแบบนี้มั้ย”
กิ่งจำไม่ได้ เธอย่อตัวลงดู รอยขูดเหมือนรอยเล็บที่จิกอย่างแรง เธอใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
คืนนั้น หลังจากที่ทุกคนแยกย้าย กิ่งพยายามข่มตานอน แต่เสียงขูดกรอบกระจกดังเบา ๆ รับกับเสียงฝนข้างนอก เธอลุกขึ้นหยิบไฟฉายในโทรศัพท์ฉายไปที่กระจก เห็นเงาตัวเองยืนอยู่นิ่ง ๆ แต่ดวงตาในเงากลับขยับช้า ๆ หรี่ลงอย่างไม่ปกติ
เธอเดินไปใกล้กระจก มือสั่นเทา “ใครอยู่ในนั้น…”
ไม่มีเสียงตอบกลับ ราวกับทั้งห้องถูกดูดกลืนความเงียบ กิ่งค่อย ๆ ยื่นมือไปแตะกระจก ความเย็นวาบแล่นขึ้นมาตามปลายนิ้ว ราวกับมีอะไรซ่อนอยู่ข้างหลัง เธอชักมือกลับอย่างรวดเร็ว
เช้าวันต่อมา กิ่งตื่นสายผิดปกติ เหงื่อเปียกชุ่มผ้าปูที่นอน เธอพบว่ามีกระดาษโน้ตเล็ก ๆ วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ตัวอักษรกระจัดกระจายอ่านไม่รู้เรื่อง มีแต่คำว่า “ขอโทษ” ซ้ำ ๆ เต็มไปหมด
เธอรีบออกไปหาเพื่อน ๆ ทุกคนดูอิดโรยและไม่ได้นอน เนยพูดเสียงสั่น “เมื่อคืนเหมือนมีใครมากระซิบข้างหู…เราได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้”
ตาลบอก “เราเหมือนเห็นเงาคนในห้องน้ำ ทั้งที่อยู่คนเดียว”
แอมเริ่มไม่ไหว “ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเราจะย้ายออก”
กิ่งลังเล สายตาเอื้อมถึงกระจกเก่าแก่ในห้อง ความอยากรู้ผสมความหวาดกลัวก่อตัวขึ้น
คืนนั้น กิ่งนั่งจ้องกระจกทั้งคืน เสียงน้ำฝนและเสียงขูดเบา ๆ ดังสลับกับเสียงเงียบ เธอเริ่มสังเกตเห็นตัวเองในกระจกมีรอยแผลเป็นที่แก้ม ทั้งที่หน้าตัวจริงไม่มี
จู่ ๆ เงาในกระจกเดินออกห่างจากท่าทางที่กิ่งแสดง กิ่งตกใจถอยหลัง รู้สึกเหมือนโดนจ้องมองจากอีกฝั่งหนึ่งของกระจก
เธอกลัวจนตัวแข็ง พยายามตะโกนเรียกเพื่อนแต่เสียงกลับขาดหาย เงาในกระจกยกมือขึ้นแตะกระจกช้า ๆ ก่อนจะจางหายไป
เช้าวันรุ่งขึ้น แอมตัดสินใจจะย้ายออกทันที “เมื่อคืนเราไม่ไหวแล้ว กิ่ง มันเหมือนเราถูกมองอยู่ตลอด”
แต่เนยกลับพูดขึ้นมา “เมื่อคืนเราเห็นเงาผู้หญิงผมหยิกนั่งอยู่ข้างเตียงในกระจก ทั้งที่ตรงนั้นไม่มีใคร”
ตาลเงียบ สายตาหลุบต่ำ “เราฝันว่าเดินเข้าไปในกระจก แล้วติดอยู่ข้างใน…”
ทุกคนเริ่มหวาดกลัวและหวาดระแวงกันเอง ไม่มีใครกล้าอยู่ห้องคนเดียวอีกต่อไป
ในค่ำคืนที่ฝนตกหนักที่สุด กิ่งได้ยินเสียงเคาะประตูห้องสามครั้ง เธอเปิดประตูแต่ไม่พบใครนอกจากความมืด เสียงกุกกักในห้องน้ำร่ำไรขึ้นเรื่อย ๆ เธอหยิบไฟฉายเดินเข้าไปหา
เมื่อไฟฉายส่องไปที่กระจก กิ่งเห็นเงาผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ในนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและน้ำตา
“ช่วยด้วย…” เสียงนั้นเบาหวิวดังมาจากในกระจก
กิ่งตกใจถอยหลังแต่สายตายังจับจ้องกับเงานั้น เธอถามเสียงแผ่ว “คุณเป็นใคร…”
เงาในกระจกชะงัก ก่อนจะกล่าวช้า ๆ “ฉัน…เคยอยู่ที่นี่”
กิ่งสัมผัสได้ถึงความเศร้าวูบวาบในห้อง น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เงาในกระจกค่อย ๆ ยื่นมือออกมาแตะที่กระจก รอยนิ้วมือทิ้งเป็นรอยน้ำสีดำตรงนั้น
คืนถัดมา กิ่งเรียกเพื่อน ๆ มาประชุมในห้อง เธอเล่าเรื่องทั้งหมด ทุกคนเงียบงัน ต่างคนต่างมีร่องรอยของความกลัวและความเศร้า
ตาลเอ่ยขึ้น “เราว่ามันต้องมีอะไรในอดีตที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นแบบนี้”
เนยค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต พบว่าหอพักอัปสราเคยเป็นโรงเรียนหญิงล้วนมาก่อน และมีข่าวนักเรียนหญิงคนหนึ่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามสิบปีก่อน
แอมหรี่ตา “หรือว่าผู้หญิงในกระจกคือ…”
กิ่งพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องหาทางปลดปล่อยเธอ…”
คืนนั้นทั้งสี่คนเตรียมแสงเทียนและของขลังที่แต่ละคนพกมาจากบ้าน พวกเธอยืนล้อมหน้ากระจกในห้องกิ่ง ท่ามกลางเสียงฝนและสายฟ้า
กิ่งเอ่ยเสียงเบา “เราจะช่วยคุณ อะไรก็ตามที่คุณต้องการ…”
เงาในกระจกค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอกระซิบ “อย่าลืม…อย่าลืมฉัน…”
ทันใดนั้น เงาในกระจกสั่นไหว ภาพตรงหน้ากลายเป็นห้องเรียนเก่าซ้อนทับกับห้องหอพัก เสียงร้องไห้ดังประสานกันในความมืด ทุกคนหลับตาแน่นเพราะหวาดกลัว แต่ไม่มีใครถอยหลัง
เมื่อทุกอย่างเงียบลง พวกเธอลืมตาอีกครั้ง กระจกกลับว่างเปล่า ไม่มีเงาใดนอกจากตัวเอง
หลังจากคืนนั้น เหตุการณ์ประหลาดค่อย ๆ หายไป ห้องหอพักกลับมาเงียบสงบ แต่บรรยากาศเย็นเยียบยังคงอยู่ กิ่งมองกระจกในห้องด้วยความรู้สึกแปลกใหม่—คล้ายกับมีใครบางคนเฝ้ามองอยู่เสมอ
ในคืนฝนตกอีกครั้ง เสียงกระซิบเบา ๆ ดังขึ้นที่ข้างหูของกิ่ง “ขอบคุณ…”
เธอหันมองกระจก เห็นเพียงเงาของตัวเองที่เศร้าลึก กิ่งรู้แล้วว่าบางสิ่งแม้จะถูกปลดปล่อย ก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ในใจตลอดไป