สืบกลิ่นกล้องวุ่น: เมื่อภาพหนึ่งใบ เปลี่ยนวันธรรมดาเป็นโกลาหล
เสียงเรียกเข้าไลน์ห้องดังขึ้นพร้อมกันในเช้าวันอังคาร เดียร์ นั่งกระพริบตากับจอมือถือ มองชื่อกลุ่มลับ ๆ ว่า “เฉลยข้อสอบลับ (หมายถึงเฉลยจริง ๆ)” แล้วเห็นรูปถ่ายตัวเองกับกลุ่มเพื่อนในห้องสมุดเมื่อวานแบบไม่รู้ตัวเลย การบ้านกลุ่มที่เขาภูมิใจสุด ๆ แต่ภาพนั้นกลับเห็นทุกคนหลับคาหนังสือ มีข้อความใต้ภาพว่า “งานกลุ่มนี้น่าจะได้เกรด Z” เดียร์โวยในใจ ใครมันกล้าถ่ายแล้วแอบปล่อยลงแบบนี้!
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เซน เพื่อนซี้สุดซื่อ บิดขี้เกียจพลางพูดเสียงเนิบ “อาจารย์แม่บ้านป่าววะ เห็นเดินถือกล้อง” เดียร์ส่ายหัว พูดเร็วเป็นชุด “แม่บ้านใช้มือถือรุ่นปุ่มกด! กล้องไม่ชัดขนาดนี้!” เซนยิ้มบาง “งั้นใครก็ช่าง แต่ฉันนอนต่อ” เดียร์หยิกแขนเพื่อน “นี่ไม่ตลกนะ ถ้าภาพหลุดไปถึงรุ่นพี่นะ เราเสียชื่อแน่!”
ในขณะที่สองคนกำลังเถียงกัน แพรวา ประธานห้องยืนค้ำหัวมากับลูกน้องสุดห้าว อินจิ “เฮ้ย เดียร์ จะเล่นอะไรหัดตั้งเรื่องให้สมจริงหน่อย มีแต่แกแหละบ้าเรื่องกล้องเนี่ย” เดียร์ไม่ยอมแพ้ “ไม่จริง! เคยมีคนแอบถ่ายข้อสอบไปแล้วด้วย! ฉันจะสืบเอง ใครเป็นคนปล่อยรูปนี้!” เซนหลุดหัวเราะ “แค่ภาพหลับกลุ่มนะนาย ไม่ใช่รูปปราชญ์พระยาอะไร”
เสียงกลั้นขำจากเพื่อน ๆ ทั่วห้องเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ แพรวายิ้มกวน “สู้ ๆ นักสืบหลงกลิ่น คดีนี้ฝากด้วย” อินจิหัวแข็ง ทุ่มเสียงล้อ “เอ้ามีเบาะแสไหมคะ? หรือจะเรียกทีม CSI!” เดียร์เมินคำล้อ ยิ่งเพิ่มความมั่นใจผิด ๆ ว่ากำลังค้นหาความจริงอันใหญ่หลวง
เดียร์จับเซนลากเข้ามุม “นายจะช่วยฉันมั้ยเนี่ย” เซนเบ้ปาก “เงินเดือนเท่าไรดีล่ะ?” เดียร์ถอนหายใจ “นายอยากดังมั้ยล่ะ จะกลายเป็นฮีโร่เลยนะ!” เซนหัวเราะหึเบา ๆ “แค่ไม่โดนไล่ออกก็ดีแล้ว…”
ช่วงพักเที่ยง เดียร์ขอร้อง “แพร พรุ่งนี้ขอยืมกล้องหน่อย ฉันอยากเช็กว่ากล้องใครถ่ายเหมือนในภาพ” แพร เพื่อนสายติสต์ กำลังวาดรูปโพรงกระรอกบนสมุด ยิ้มเจื่อน “ต้องให้ฟิล์มหรือ SD Card ด้วยมั้ย หรือจะเอากรอบไม้ด้วย?” เดียร์นิ่งงง เซนกลั้นขำแรง “ขอทั้งตู้เสื้อผ้าไปเลยละกัน!”
บ่ายแก่ เดียร์พยายามคุยกับมาวิน นักเรียนหลังห้องผู้ชอบแอบถ่าย “นายจะอยากสารภาพมั้ย ถ้าฉันบอกว่าเห็นนายถือมือถือวันนั้น” มาวินมุ่นคิ้ว “วันไหนนะ ฉันถือมือถือทุกวันอะ” เซนแทรก “แปลว่ามีพิรุธ!” มาวินปัด “เดี๋ยว ๆ ฉันแค่ดูคลิปหมาเต้น ฮาเฮ จะเลิกยุ่งมั้ยอะ!”
ตกเย็น เดียร์ ท้อใจ เดินกลุ้มใจหน้าโรงเรียน เซนกินไอศกรีมปลอบ “สุขบ้างอะไรบ้างเพื่อน อย่าคิดมาก คดีไม่ได้สำคัญขนาดนั้น” เดียร์กัดฟัน “ถ้าปล่อยไว้ ปีหน้ากลุ่มเราก็โดนล้ออีก เราต้องหาให้ได้!” เซนอ้าปากจะสอนใจ แต่โดนยายขายกล้วยปิ้งแซว “มีเพื่อนให้ห่วงก็ดีแล้วลูก” เดียร์ชะงัก หัวเราะแหย “ยายยังฮากว่าเพื่อนผมอีกนะ”
รุ่งเช้า ชวนตาตื่น! กลุ่มไลน์ห้องมีรูปใหม่ “ก๊วนหนังสือล่มโต๊ะ 2.0” เป็นภาพกลุ่มกลิ้งหลับกันอีก แต่คราวนี้ มีใครซุ่มอยู่ท้ายรูป แพรวาจ้องภาพจี้ “นั่นหัวใคร?” อินจิขำ “หัวใครไม่รู้ แต่ขาเหมือนแกเลย เซน!” เซนยิ้มหวาน “รู้สึกว่าใครใส่ขาสั้นขวาขาดมากกว่านะ” เดียร์เริ่มจับผิด เสียงแตกฮือ เพื่อน ๆ เดินวนเช็กเทียบขากันทีละคน
ทุกคนเริ่มหวาดระแวง แพรวาแจก “แฟ้มพลิกคดี” ให้แต่ละกลุ่มไปสืบเอง แล้วเอารายงานมาแถลงต่อห้อง เที่ยงวันนั้นทั้งห้องโกลาหล เพื่อนหลายแก๊งสวมแว่นขยาย ปั้นหน้าเป็นนักสืบจอมปลอม เซนเดินไล่จดแชร์ “เราไม่ได้กินแซนด์วิชวันนั้น” เดียร์พ่นลม “นั่นมันประเด็นตรงไหน!” เซนขึงขัง “ประเด็นคือต้องกินแซนด์วิชทุกวันหรือเปล่า!” เดียร์ตัดบท “นายโดนแน่!”
เดียร์เริ่มพลาด เขาแอบเข้าไปหาอาจารย์วิชาโสตทัศน์เพื่อขอดูกล้องวงจรปิด อาจารย์หรี่ตามอง “นักสืบอะไร หึ…” แล้วเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์ ภาพในจอคือกลุ่มเพื่อนกำลังหัวเราะขำอะไรกันสักอย่าง ก่อนทุกคนจะเงียบเมื่อแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาด เดียร์ครุ่นคิด “แม่บ้านเดินผ่านทุกครั้ง ภาพต้องมาจากอีกมุมสินะ?” เซนคำราม “มหากาพย์กล้องงัดข้อเกิดขึ้นซะแล้ว”
เย็นวันเดียวกัน กลุ่มเพื่อนเริ่มสงสัยใจกันเอง สารวัตรนักเรียนเข้ามาเรียก “ข่าวว่ามีสายลับปล่อยภาพแสบในกลุ่มห้อง อย่าให้รู้ว่าใครนะ ถ้ารู้จะโดนทำโทษ!” เดียร์เหงื่อซึม เซนหันไปกระซิบ “แค่นี้ก็โตวุ่นวายเหมือนหนังสายลับเลย”
คืนนั้น เดียร์แอบนั่งลิสต์ผู้ต้องสงสัย : แพรวา อินจิ มาวิน ครูโสตทัศน์ หรือแม่บ้าน เดียร์มั่นใจมากขึ้น (แต่หลักฐานไม่มีเลย) เซนชี้นิ้วบนโต๊ะ “สรุปใคร ถ้าไม่ใช่เพื่อนเรา?” เดียร์กระซิบ “หรือจะเป็นคนในห้องข้างๆ!” เซนตกใจจนทำไอติมหก
รุ่งขึ้นเช้า แพรวายื่นแฟ้ม “พวกฉันสืบเองด้วย ได้ข้อสรุปว่า แกนั่นแหละเป็นคนถ่ายเอง!” เดียร์งง “จะบ้าเหรอ!” อินจิยกมือ “ก็เห็นแกกลัวภาพตัวเองหลุดที่สุด ไม่แน่ใจตัวเองเผลอกดเองหรือเปล่า?” เดียร์มือเย็นวาบ “นี่มันหมดศรัทธาแล้ว!”
ระหว่างความวุ่นวาย มาวินกระซิบเซน “จริง ๆ ฉันแค่บังเอิญกดถ่ายขณะเปิดไฟฉาย แต่ก็เผลอแชร์เข้าไลน์ผิดกลุ่ม” เซนปิดปากขำ “นายจะสารภาพมั้ย?” มาวินส่ายหน้า “คนเขาจะเล่นใหญ่กันขนาดนี้!” เซนหัวเราะ “ปล่อยซิ จะได้ดูหนังยาว!”
ตอนบ่ายอาจารย์เดินเข้าห้อง “คดีนี้วุ่นวายมาหลายวัน ส่งรายงานกลุ่มได้รึยัง?” เดียร์หน้าเสีย เซนยิ้มเขิน “ขอโทษครับอาจารย์ เราติดงานสืบสวนครับ” อาจารย์มองจ้อง “ถ้าส่งงานสายได้ จะส่งภาพได้มั้ย?” เดียร์อ้าปาก “อาจารย์แซะเก่งขึ้นนะครับ” เซนปรบมือ “ขอถ่ายคลิปไว้ด้วยเลยมั้ยครับ?”
คืนนั้น มาวินเดินมาคุยกับเดียร์ “เอ่อ นาย…คือภาพนั้น ฉันกดผิดเองอะ ขอโทษนะ” เดียร์ตะลึง เงียบไปแป๊บ “แล้วทำไมไม่พูดก่อน!” มาวินกลั้นขำ “ก็อาย…พวกนายเล่นขึงเครียดกันขนาดนี้ ฉันยิ่งกลัวโดนลากเล่นใหญ่!” เดียร์หัวเราะดัง “แค่ภาพเดียวจะเปลี่ยนชีวิตฉันเลยนะ!” เซนเสริม “สรุป…นายก็ไม่ได้เก่งเรื่องสืบ กลิ่นเสียแรงเปล่า” ทุกคนหัวเราะปนเหนื่อยใจ
เช้าวันส่งรายงาน กลุ่มของเดียร์ยืนหน้าห้อง เพื่อนล้อมวงพร้อมหน้าตาเหนื่อย ๆ เดียร์ยื่นงานให้อาจารย์ พลางพูดขำ ๆ “รายงานเราอาจไม่สมบูรณ์ที่สุด…แต่เรามีคดีประจำชั้นแทนฮะ” อาจารย์ยิ้ม “คราวหน้าขอเป็นคดีขนมชื้นในตู้เย็นแทนได้มั้ย?” เพื่อน ๆ หัวเราะพร้อมกัน เดียร์กับเซนมองหน้ากัน ยิ้ม “คราวหน้าต้องไม่เป็นเรื่องกล้องแน่นอน!”
ก่อนออกจากห้อง เดียร์หันไปหาเพื่อน ๆ “สรุป ต่อไปใครทำอะไร อย่าลืมแจ้งในกลุ่มนะ” เซนทะเล้น “จะได้เก็บหลักฐานไว้ทุกวัน” มาวินฮึ่ม “ใครแอบถ่ายอีก เจอของจริงแน่” อินจิพูดทิ้งท้าย “แต่ถ้าอยากได้รูปฮา ๆ มากกว่า ก็ต้องให้ฉันถ่าย!” ทุกคนหัวเราะ เสียงหัวเราะดังกลบเสียงระฆังเลิกเรียน วันวุ่น ๆ ของกลุ่มนี้จบลงด้วยรอยยิ้ม ราวกับเรื่องราวในวันธรรมดากลายเป็นความทรงจำพิเศษเฉพาะของพวกเขาเอง