สมาคมหอพักอลวนกับภารกิจข้าวแกงร้อยหม้อ
เวลาเช้าวันเสาร์ที่ทุกคนควรได้นอนอิ่ม เสียงมือถือแผดลั่นในห้องพักของยุทธ เพื่อนร่วมชั้นปีสี่ที่เชื่อว่า “ชีวิตไร้แผนไม่มีวันพัง” ยุทธสะดุ้งตื่นด้วยเสียงกลุ่มแชทที่ถล่มมาอย่างต่อเนื่อง “มึง ตื่น! ช่วยคิดเมนูข้าวแกงหน่อย” ข้อความของป่าน เพื่อนร่วมชั้นปีสาม ผู้เพิ่งถูกรุ่นน้องวิ่งกระแทกหน้าประตูเมื่อห้านาทีก่อน เนื่องจากข่าวลือเรื่อง “ร้านข้าวแกงฟรี 1 วัน” ของหอพักชายเริ่มแพร่สะพัด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เมนู ข้าวแกง… มึงฝันเปล่าวะ?” ยุทธตอบแบบงัวเงีย และทันทีที่เขาปิดโทรศัพท์ เสียงทุบประตูดังขึ้น ก่อนที่กลุ่มเพื่อนสนิทจะกรูกันเข้ามาไม่รออนุญาต
ในห้องเล็กจู่ๆ ก็แน่นขนัดด้วยสมาชิกตั้งแต่ป่านที่พูดเร็วคิดเร็ว, บีม—เด็กอินดี้ดนตรี ผมฟู หน้าตานิ่งเกือบจะเหมือนหลับตลอดเวลา, จ๊อบ—สายกิจกรรมที่มักแปลกจนคนไม่เข้าใจ และปั้น—เจ้าพ่อแกงกะหรี่จอมเพ้อฝันผู้เชื่อทุกเรื่องในโซเชียล “พวกมึงรู้ยัง วันนี้ลงกลุ่มว่า ‘ข้าวแกงฟรี 1 วัน’! เห็นทุกคอมเมนต์ขอจริงจัง ต้องทำแล้วเว้ย!”
ทุกคนมองหน้ากัน ก่อนเสียงหัวเราะจะระเบิดขึ้น ยุทธเบ้ปาก “ก็ใครวะตั้งต้นไอ้โปรเจกต์นี้”
เสียงห้าวของป่าน “กรูเอง แต่เห็นแค่สิบคอมเมนต์ ไม่คิดมันจะบานปลาย”
บีมพูดเสียงกึ่งหลับ “แล้วใครจะทำของ… ครัวก็เล็กกว่าตู้เย็นหอ”
จ๊อบแทรกเสียงตื่นเต้น “ร้านข้าวแกงฟรีต้องเลิศ– เอาแกงเขียวหวาน แกงเผ็ด แกงกะหรี่ พะโล้ ..อ้าวใครจะซื้อวัตถุดิบ?”
ปั้นมั่นใจเกินเหตุ “ไม่มีปัญหา! พ่อกรูทำร้านอาหาร มื้อนี้กรูจะลุย!”
ทุกคนนิ่งไปสี่วินาที ก่อนยุทธยกมือ “ลองให้เมนูจากบีมสิ…”
บีมชะงัก “มาม่า… ใส่น้ำแกง”
เสียงหัวเราะระเบิด งาน “ข้าวแกงฟรี” ดูเหมือนจะสนุก …แต่พอมีเสียงเคาะประตูจากน้องใหม่ “พี่ๆ มีคนแจ้งลงกลุ่มรอรับข้าวแกงแล้วเดินทางมา 50 คน พี่ๆ พร้อมไหม!”
สายตาทุกคนเริ่มไหลรวมกัน เดี๋ยวนี้ มันบาน! ป่านเริ่มเครียด “ถ้าไม่ทำ กลุ่มจะหาว่าเราสำออยแน่”
จ๊อบเสียงเบา “ทำก็โดน ทำไม่ทำก็โดน เลือกอันไม่เจ็บดีกว่า”
ยุทธมองหน้าแต่ละคน ฟีลขำปนสติหลุด “ถ้าจะรอดต้องเดินหน้าแล้วว่ะ!”
สี่คนบึ่งออกจากห้อง เพียงเพื่อพบว่าน้องๆ หอ 1-3 ซ่องสุมรอหน้าประตู “พี่ๆ ข้าวแกงยังครับ!” ตระหนักทันทีว่า ‘งานอดิเรก’ กลายเป็น ‘มหกรรม’
ทั้งกลุ่มรีบขนเงินเก็บรวมกันได้ 1,200 บาท (กับเศษสิบ) แล้วมุ่งหน้าไปร้านขายของสดใกล้หอ ทุกคนเสนอสูตรแปลกกว่าใคร เช่น แกงนักเก็ต (จ๊อบ), แกงมะละกอ (บีม), แกงผักลวกน้ำปลา (ยุทธ) รายชื่อเริ่มผิดหลักโภชนาการ แต่ปั้นยังคงมั่นใจ “เดี๋ยววิญญาณพ่อสิง”
ที่ตลาด เมื่อถึงคิวชำระเงิน ปรากฏว่าเงินไม่พอ ซื้อได้แต่ผักกับน้ำปลา ถ้าเอาเนื้อกับเครื่องแกงต้องตัดรายการ แต่นายจ๊อบ—สายเซนส์ คำนวณพลาดเอง มั่นใจผิดๆ ว่า “ทุกอย่าง 20 บาทหมดตลาด”
ซูเปอร์เริ่มปิดบ่ายสอง แต่ป่านยังมัวแต่ถกเมนู แถมหัวหน้าหอขู่ว่าหากงานล่าช้าจะตัดไฟทั้งชั้น ทุกคนรีบร้อนแยกตัวกลับหอ ภารกิจแกงเริ่มขึ้นแม้ไม่มีของครบ วัตถุดิบมีแค่ ผัก น้ำปลา และ ม่าม่า
ห้องครัวหอตอนบ่ายสามแน่นขนัดด้วยตรอกหม้อ เทกะทิ คั่วเครื่องแกงมั่ว โดยที่ปั้นกำกับแบบมืออาชีพ “ใส่มะละกอไป!” ทุกอย่างกลายเป็นหม้อรวม “แกงไม่ระบุชื่อ”
จ๊อบเทน้ำแกงสองหม้อ เทรวม หม้อหนึ่งกลายเป็นซุปอีกหม้อกลายเป็นผัดน้ำปลา เสียงโทรศัพท์แจ้ง “เฮ้ย! ลงกลุ่มคนจะมารับข้าวแกงตอนห้าโมงเย็น เพิ่มเป็น 120 แล้ว”
บีมซดแกงทดลอง “เฮ้ย เค็มเหมือนน้ำทะเล”
ป่านพูดเน้น “อย่าให้ความเค็มมาแยกเราจากฝัน!”
ขณะเดียวกัน รุ่นน้องประสานเสียง “พี่ๆ จะเอาใส่กล่องโฟมใช่ไหมครับ?” ขณะทุกคนหารือเรื่องการแพ็ค จ๊อบดันเข้าใจผิด สั่งน้องเดินไปซื้อกล่องโฟมเพิ่ม น้องเอาจริง! กลับมาพร้อมกล่อง 90 ใบ ใช้เงินไปครึ่งหนึ่งของกองทุน แถมสวนกับคนมากินจริงแค่ 23 คนในรอบแรก!
เสียงอื้ออึงในห้อง “ใครลงกลุ่มมารับ ข้าวแกงล่ะ?!”
น้องอาร์ต—นักถ่ายวิดีโอประจำหอ—ถ่ายคลิปไลฟ์สด หัวข้อ “ข้าวแกงหอพักของจริง” ทั้งกลุ่มพยายามยิ้ม แต่พยายามมากเท่าไร หม้อแกงยิ่งเหลือเยอะขึ้นตามจำนวนกล่องที่ไม่ได้ใช้
สถานการณ์บานปลาย กลุ่มรุ่นพี่หอสาม เข้ามาถาม “น้องๆ แจกจริงหรือเก็บไว้กินเอง” ป่านรีบตอบ “แจกจริงพี่! แต่ต้องช่วยกันกินทุกหม้อ” หัวเราะแห้งๆ ก่อนผู้ช่วยหอมาแจ้ง “เตาแก๊สหมดแล้วนะ!” ทุกคนมึนแข็งคาที่
ยุทธพยายามจัดระเบียบ แต่ความวุ่นวายเพิ่มขึ้น เมนูแปรสภาพเป็น “แกงล้นห้อง” ทุกคนพยายามสลับหน้าที่ บีมปั้นหน้าเข้าครัวครั้งแรก ทำหม้อแกงไหม้ “กรูจะจำวันนี้ไปจนแก่”
อยู่ๆ จ๊อบจำผิดว่าใส่ผงชูรสเป็นเกลือช้อนโต ซัดใส่หม้อหลัก รสชาติสุดโต่งคาดเดาไม่ได้ ป่านทำแต่ละเมนูในมือสั่นสะเทือน พลางโทรคุยกับแม่ “แม่ๆ ผักลวกน้ำปลาต้องต้มกี่นาที”
นาฬิกาใกล้ 5 โมง หม้อขวดแกงวางเรียงบนโต๊ะกลางหอ กลิ่นโชยปะทะทุกแรงลม 100 เมตร ทว่าคนมากินจริงแค่ 38 คน แต่หม้อข้าวแกง 10 ใบ (สารพัดสูตรผสม) รอกองใหญ่
คนทยอยมาชิม หลายคนเดินออกเงียบๆ หลบตาไม่กล้าวิจารณ์ บางคนบ่นในไลน์ “รสเหมือนยุทธเตะถังน้ำปลา” บีมหัวเราะบางๆ “งั้นถือว่าเราให้ประสบการณ์”
ทันใดนั้น กลุ่มคุณลุงแม่บ้านในหอพักเดินมารวม “ขอชิมด้วยนะหนุ่มๆ” เท่านั้น ความวุ่นวายก็เริ่มอีกรอบ เมื่อกลุ่มแม่บ้านเข้าใจว่า “ข้าวแกงหอพัก” มีบุฟเฟ่ต์ครบ 10 หม้อ เลยชวนเพื่อนๆ มาช่วยกันกิน จนเพื่อนกลุ่มหอต้องเดินวนเสิร์ฟเอง คนล้นจนเหลือแต่หม้อว่างเปล่า
เมื่อทุกอย่างบานปลายถึงขีดสุด ยุทธ ป่าน จ๊อบ บีม ปั้น นั่งเหม่อมองหมอะแกงหมดเกลี้ยงด้วยความโล่งอกผสมงง ทุกคนมองหน้ากันหัวเราะอึน ๆ แบบพูดไม่ออก
จ๊อบพูดขึ้น “ที่แน่ๆ … คราวหน้าห้ามคิดเมนูโดยสุ่ม”
บีมถอนหายใจเบาๆ “แต่กลิ่นแกงมันก็หอมใช่เล่นนะ”
ป่านสรุป“สุดท้าย ร้านข้าวแกงฟรีของเราสร้างชื่อเสียง (เรื่องรส) ให้หอทั้งปี”
ปั้นตบบ่า “อย่างน้อยเราก็ช่วยให้แม่บ้านไม่ต้องกินข้าวราดพริกเหมือนทุกวัน”
กลุ่มเพื่อนหัวเราะเบา ๆ สายตาทุกคนเปลี่ยนจากเครียดเป็นขำขัน ยุทธห่อหม้อพลาสติกวางบนหัว พร้อมประกาศ “ปีหน้า เราเปิดร้านน้ำพริกฟรีดีไหม?” ทุกคนพร้อมใจกันโยนหม้อไอเดียผ่านหน้าต่าง (แบบสมมุติ) ปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะทิ้งไว้ในอากาศ หม้อแกงและวันวุ่น ๆ นี้จะกลายเป็นตำนานหอพักที่ฝังใจไปอีกนาน