ภารกิจมหาสนุก (ไม่) ลับ กับคลับกะเพราไข่ดาว
เสียงอึกทึกของโรงอาหารช่วงพักเที่ยงในมหาวิทยาลัยเดชดำเนินดังก้อง เด็กหนุ่มรูปร่างผอมสูงชื่อ ‘เก่ง’ สะพายเป้ข้างซ้าย ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มมั่นใจสายเสมอ เดินปรี่เข้าหาโต๊ะนักศึกษาที่เพื่อนร่วมแก๊งกำลังนั่งกินข้าว เขาถือสมุดจดลายยูนิคอร์นแน่น ก่อนวางมันลงเสียงดังปัง!
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทุกคน! ฉันมีโปรเจกต์สุดยิ่งใหญ่ มาเถอะ! รวมพล!” เก่งประกาศเสียงดังจนเจนซึ่งกำลังกินบะหมี่อยู่เกือบสำลัก
“จะเปิดชมรมอะไรอีกล่ะคราวนี้?” เจน เพื่อนสนิทสาวผมดัดหยิก เอ่ยเบาๆ เหมือนกลัวถูกลากไปเจอเรื่องวุ่นอีก
เก่งยิ้มกว้าง ละสายตาฝากความมั่นใจไว้ในอากาศ “ฟังนะ! ชมรมกะเพราไข่ดาว! จะเป็นตำนานของรั้ว ม.นี้ ฉันจะชนะใจรุ่นพี่ลินให้ได้!”
“ชมรม… อะไรนะ?” เจนพรูลมหายใจ ก้มหน้า แอบเขี่ยบะหมี่
“ชมรมกะเพราไข่ดาว เป็นวัฒนธรรม! เป็นจิตวิญญาณ! คนไทยต้องกิน ฉันจะเชิญทุกคนกินกะเพราไข่ดาวฟรีวันเปิดชมรม! เดี๋ยว…ใครช่วยวาดโปสเตอร์หน่อย”
เจนนิ่งไป เธอเป็นสายศิลป์แต่ไม่ชอบวาดอะไรที่ต้องมีตามคำสั่ง และรู้ดีว่าเก่งคือพายุเรียกความวุ่นวายตัวเป็นๆ
“เก่ง นายจะเปิดชมรมเพื่อจีบพี่ลินเหรอ?”
“ไม่ใช่แค่จีบ! แต่…โอเค ใช่นิดหน่อย แต่มันก็คือ Passion!” เก่งฉีกยิ้มแบบนักพูด TED Talk แต่แววตาเจนเห็นแผนการทั้งหมดทันที
“ถ้าแกหวังว่าแค่นี้จะได้ใกล้พี่ลิน ฉันว่าขั้นต่อไปคือชมรมปลูกผักกระเพราเลยดีกว่า ทำนาไข่ด้วยนะ เผื่อขาดตลาด” เจนเหน็บเรียบ ๆ
“ไอเดียดีมาก! แต่ไม่ พอ! ฉันจะทำโปสเตอร์เอง!” เก่งคว้าดินสอ เหลือบมองเจนคล้ายขอความเห็น
เสียงหัวเราะจากกลุ่มเพื่อนโต๊ะข้าง ๆ เริ่มทวี เก่งไม่ได้แยแส ความมั่นใจเต็มสิบ ขณะที่เจนถอนใจ หายใจเข้าออกอีกยาวเพื่อตั้งสติรับมือสิ่งที่จะตามมา
เวลาผ่านไปในบ่ายวันนั้น เก่งเดินลากเจนเข้าห้องกิจกรรม เจอ ‘โม่’ เจ้าหน้าที่สุดเฮี้ยบที่โด่งดังเรื่องบัตรชมรมครบแต่หัวเราะไม่เคยครบ
“ขอใบสมัครตั้งชมรมครับ!” เก่งเอ่ย โม่มองผ่านแว่นสายตาหนาเตอะ เอียงคอช้า ๆ
“ชมรมแปลก ๆ อีกแล้วเหรอ…จะเอาใบสมัครจริง ๆ เหรอ…” โม่กัดฟันเบา ๆ ดูเหมือนจะเข้าใจทันทีว่าความวุ่นวายกำลังจะมาเยือน
เก่งยิ้มมั่นใจ “แน่นอน! พร้อมแจกไข่ดาวให้เจ้าหน้าที่ด้วย”
เจนนิ่ง ไม่รู้ควรคว้าตัวเก่งกลับดีไหม หรือปล่อยให้พังแบบเนียน ๆ ตามสไตล์
วันรุ่งขึ้น ในคลาสเรียนศิลปะ เจนพยายามวาดโปสเตอร์คลับกะเพราไข่ดาวอย่างกลาย ๆ ลายเส้นตลก ฮา ปรากฏหน้าไข่ดาวโย้โยเยประกบข้าวกะเพราปริมาณล้นถาด เก่งเห็นแล้วตาโต
“โห เจน ข้าวของเธอดูเหมือนภูเขาไฟเลยอ่ะ ฉันชอบ…แต่…มันขาดซอสไหม?”
“ตรงไหนต้องมีซอส? มันโปสเตอร์นะ ไม่ใช่จานข้าว”
เก่งยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนจะไปหาเอ็กซ์ เพื่อนอีกคนที่ฉีกแนวรักสุขภาพสายวิ่ง อ้อนชวนมาเป็นกรรมการด้วยกัน เอ็กซ์ลังเล แบบที่ทุกคนในกลุ่มรู้ดีว่าไม่ค่อยไว้ใจความกะทันหันของเก่งสักเท่าไร
“ทำไมฉันต้องอยู่ชมรมกะเพราไข่ดาววะ? ฉันกินแต่ข้าวกล้อง ไม่มีไข่ดาวด้วย กินไข่ขาวเอา”
“นายจะเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์! วิ่งโปรยแผ่นปลิว! เอาไหม๊!!”
เอ็กซ์มองหน้าเก่งกับเจนสลับกัน
“ฉันถามจริง…ไอ้ที่ว่าจะแจกไข่ดาวฟรีเนี่ย นายคิดถึงเรื่องเงินบ้างไหม?” เจนถามเสียงนิ่ง
“โอ้ย เรื่องเล็ก! ทุกคนชิปปิ้ง! กะเพราไข่ดาวคือจิตวิญญาณ ส่วนพวกนายคือ MVP ของฉัน!” เก่งยืนมือจะตบไหล่เจน แต่เจนผละหนีอย่างชินชา
คืนเดียวกัน เก่งทำโปสเตอร์เสร็จไปสามต้นแบบ ทั้งหมดมีไข่ดาวคล้าย UFO เจนรับไปอ่านแล้วหัวเราะจนน้ำตาไหลไม่ได้เพราะสวย แต่เพราะตัวหนังสือตั้งชื่อเมนูผิดเป็น ‘คลับกะเพราไข่ดับ’
“แล้วจะไปติดโปสเตอร์วันไหน?”
“พรุ่งนี้! เปิดตัวใหญ่! งานนี้ต้องเปรี้ยง!”
รุ่งเช้า เก่ง เจน และเอ็กซ์เดินกึ่งลากโปสเตอร์ไปต้นเสาไฟทั่วมหาวิทยาลัย มีทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้องมองผ่าน บางคนชี้หัวเราะ บางคนเข้าใจผิดคิดว่ามีประกวดกินกะเพราไข่ดาวเร็วที่สุดในโลก
“อ้าว ชมรมใหม่แข่งกันกินกะเพราเหรอ? ฉันขอสองถาด!”
“เฮ้ย ไม่ใช่ ชมรมนี้เน้นสนทนาและพัฒนาวัฒนธรรมข้าวกะเพราสิ!” เก่งเถียงเสียงแข็ง
เจนหายใจลึก ๆ พยายามอธิบาย ดูเหมือนความหมายของชมรมจะเปลี่ยนไปทุกทีที่คนถาม
แต่ตัวเก่งเองก็เพิ่งนึกได้แบบตอนไก่ขัน ว่าไม่ได้เตรียมข้าวหรือไข่สักอย่างไว้แจกในวันเปิดตัว
เขารีบหันไปหาเอ็กซ์ “นายช่วยไปซื้อตลาดตอนเย็น เผื่อขาดเหลืออะไรนะ ฉันจะอยู่เตรียมโต๊ะอุปกรณ์กับเจนเอง!”
เย็นนั้นเอ็กซ์ยืนงงในตลาดสดกับใบจดรายการที่เก่งเขียนให้ ซึ่งมีประโยค “อย่าลืมซื้อดาวด้วยนะ!”
“ดาวนี่มัน…ใครวะ? หรือหมายถึงไข่ดาวแน่? ชิ ขอไข่แล้วกัน” เอ็กซ์พูดกับแม่ค้า สุดท้ายควักตังค์ซื้อไข่ 30 ฟองแล้วกลับมา แถมแอบแวะร้านโชห่วยซื้อสติกเกอร์รูปดาวมาติดเล่นส่งท้าย
เย็นนั้น เจนช่วยเก่งจัดโต๊ะอุปกรณ์ จริงจังเสียจนเก่งเริ่มเครียดขึ้นมา
“เจน ฉันว่าคนต้องตรึมแน่! ดูแค่โปสเตอร์ก็ตลกแล้ว ใครจะไม่มา!”
“ฉันว่ายังไม่นับพี่ลินนะ เขาไม่ได้ชอบกะเพรา…ฉันเห็นพี่เขากินสลัดทุกวัน”
” No No! วันนี้ลินต้องมากินกะเพราไข่ดาวของฉัน! ฉันมั่นใจ!”
วันเปิดตัวชมรมเก่งมาแต่เช้า โต๊ะจัดเรียงโปสเตอร์สวยงามทุกแผ่นพร้อมสติกเกอร์ดาว เก่งถือส้อมกับช้อนคนละมือ เหงื่อซึมแต่ยังฝืนยิ้มจริงจัง
เจนนั่งหลบมุม กำลังอ่านหนังสือ แต่หางตามองเพื่อนสนิทที่กำลังทุ่มเทสุดชีวิตแบบไม่ลดละ
“ว่าแต่ พวกเราจะทำยังไงถ้าคนเข้าใจผิดว่าให้แข่งกินเร็วจริง ๆ ล่ะ?” เจนถามเสียงนิ่ง
“ใครกินเสร็จเร็วก็…ได้กะเพราไข่ดาวเพิ่มอีกหนึ่งจานงาย!” เก่งเอ่ยพลางลูบคางจริงจัง
เอ็กซ์เดินมาพร้อมตะกร้าไข่กับสติกเกอร์ “ดาว” จำนวนมาก “สติกเกอร์นี่ นายจะเอาไว้เชียร์ทีมเหรอ?”
“ไม่! แจกเป็นรางวัลคนแปะไข่ดาวได้สวยสุด!”
“ต้องมีคนป้ายไข่ดาวผิดแน่ ๆ เลยอะ เก่ง” เจนแอบอมยิ้มปนระอา
งานเปิดตัวเริ่มขึ้นจริงตามคาด คนจำนวนมากเข้าแถว ยิ่งสายก็ยิ่งงงว่าอันนี้ชมรมกินเร็ว ชมรมวาดรูป หรือช่องอาหารฟรี
“ขออันนึงครับ!” น้องปีหนึ่งตัวเล็กขอไข่ดาวทันที เก่งรีบยื่นข้าวกะเพรา แต่ดันตักพริกดิบเยอะไป จนเด็กหน้าแดงร่ำร้องน้ำ บรรยากาศเปลี่ยนเป็นคาเฟ่สไตล์ใครเผ็ดสุดชนะ
เจนต้องวิ่งหาน้ำให้รุ่นน้อง ส่วนเอ็กซ์เดินเก็บกระดาษเปื้อนน้ำตา พบว่าคนแถวหลังบางส่วนคิดว่าสามารถเอาไข่ดาวแปะโปสเตอร์เพื่อจองสิทธิ์ชมรมได้ เลอะไปหมด
เก่งสบตาพี่ลินที่ยืนดูอยู่ไกล ๆ เขาตัดสินใจเดินนำจานข้าวไปเสิร์ฟถึงมือ หัวใจเต้นแรงเกือบตกพื้น
“ชมรมเรามีแจกกะเพราไข่ดาวฟรีนะครับ ลองดูไหม?”
ลินมองยิ้มขำ “แต่พี่กินมังสวิรัตินะ”
เก่งนิ่งไปสามวินาที สมองประมวลผล หัวใจสุดชาที่พยายามสู้สุดใจ
“เอ่อ…งั้นผมขอตัวนะครับ”
เจนกับเอ็กซ์กัดริมฝีปากกลั้นขำเกือบไหล
ปัญหาบานปลายเมื่อมีรุ่นพี่สันทนาการเดินเข้ามา โดยคิดว่าชมรมของเก่งเป็นสาขาใหม่ของค่ายลูกเสือ เขาถือธงพร้อมหมวกและขอสมัครเป็นกรรมการ แถมยังขอเปิดสาขาชมรมย่อย ‘หน่วยไข่ดาวพิชิตโลก’
คนแถวหลังบางส่วนจากชมรมวาดภาพก็เลยมาร่วมด้วย หอบของสี กาว โปสเตอร์และไข่สเปรย์มาผสมจนบูธชมรมกลายเป็นศิลปะไข่ดาวอภินิหาร
เก่งเริ่มรู้ตัวว่างานกำลังล้น ทว่าความมั่นใจในชั้นแรกถูกละลาย เจนเข้ามาช่วยประคองสถานการณ์ เดินแจกน้ำ รีวิวไข่ดาว โชว์โยนไข่แบบไม่แตกให้ทุกคนดู (แต่ดันทำไข่ตกใส่มือซะเอง)
“เจ็บมะ?” เก่งถาม เจนโยนกลับทันที “ไม่! แต่เสียใจกะเพราเปื้อน!”
เสียงฮายังคงดำเนินไป งานบูธกลายเป็นมหกรรมอเนกประสงค์ ทั้งประกวดศิลปะไข่ดาว แข่งกินเร็ว และเวิร์กช็อปแต่งเพลงให้กะเพรา
ท้ายที่สุดชมรมมีชื่อเสียงในหมู่นักศึกษาว่าเป็นแหล่งแจกข้าวกะเพราไข่ดาว…แต่ไม่เคยเหมือนเดิมสักจาน กลายเป็นกิจกรรมประจำปี
เก่งเดินไปลาคนสุดท้ายขณะเก็บของ เจนนั่งข้าง ๆ เอ็กซ์นอนเหยียดยาวใต้โต๊ะ
“ฟังนะ นายพังงานครั้งแรกของทุกอย่างได้เทพสุด ๆ” เจนเอ่ยพลางหัวเราะเบา ๆ “แต่เอาจริง ฉันดีใจที่นายกล้าเริ่มอะไรใหม่ ๆ ฉันก็สนุกดี”
เก่งยิ้มแห้ง ๆ “วันไหนนายจะตั้งชมรมส้มตำไข่เค็มบ้างล่ะ”
เจนสบตาแล้วอมยิ้ม “เอาไว้ปีหน้า ฉันจะให้ไข่ดาวนายไปเป็นที่ปรึกษา”
เสียงหัวเราะจาง ๆ พร้อมกลิ่นใบกะเพราอบอวลเป็นซีนปิดท้ายเรื่อง ก่อนเก่งหันไปเก็บสติกเกอร์รูปดาว ดันหยิบผิดเป็นสติกเกอร์รูปไข่เป็ด เจนขำกลิ้ง บทสนทนาสุดท้ายดังขึ้นอีกที
“ปีหน้าเราเปลี่ยนเป็นชมรมใหม่ไหม? ชมรมไข่ต้มคลับ!”
ทุกคนหัวเราะกันทั้งหน้ามหาวิทยาลัยในแดดบ่ายจาง ๆ เรื่องราวจบลงด้วยเสียงขำและมิตรภาพ ที่เหนียวแน่นกว่าข้าวกะเพราไข่ดาวจานไหน ๆ ในเมืองไทย