ฝุ่นทรายและแสงจันทร์ยามรุ่งสาง
เสียงลมพัดวนขวางทะเลทรายราวเสียงร้องไห้อย่างหม่นหมองกลางค่ำคืน ทะเลทรายวิเวกกลืนกินเมืองไร้ชื่อที่เติบโตขึ้นจากความหวังและชะตากรรม ภายใต้เงาแสงจันทร์ รูนาชะโงกหน้าออกจากซอกกำแพงดินดิบ ดวงตาสีดำเข้มจ้องสำรวจเงาคนไกล ๆ อย่างไม่ไว้วางใจ มือเล็กสั่นเบา ๆ ขณะกำรอบกุญแจเก่าในกระเป๋าเสื้อผ้าขาด ๆ เขาได้ยินเสียงเหล็กกระทบกันแว่วมา ท่ามกลางความมืด ซากบ้านเรือนจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ทอดเงายาวเหมือนสัตว์ร้ายพร้อมจะขย้ำทุกคนที่หลงทาง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงฝีเท้าดังขึ้น รูนาแอบรูดเข้าไปในซอกเงาของพุ่มไม้แห้ง ใจเต้นแรง “สงบหน่อยนะ หัวใจนาย…ยังไม่ถึงเวลาที่จะถูกจับได้หรอก” เขากระซิบปลอบตัวเอง อย่างไรเสียคืนนี้ต้องทำให้สำเร็จ เขาต้องหาวิธีเปลี่ยนชีวิตแม่ให้พ้นจากการเป็นทาสผู้เคราะห์ร้ายของนายสถานี
ท่ามกลางกลิ่นฝุ่นกับความเงียบงัน ไฟวาบสีฟ้าจากเสาสัญญาณครึ่งหลังกะพริบขึ้นเหนือซากซุ้มโค้งหินก่อนดับวูบ มีบางอย่างตกลงมาพร้อมแสงดาว—วัตถุลึกลับร่วงกราวลงพื้น รูนาข่มใจเท้าเบาเร้นร่างแทรกเข้าป่ามืด ๆ เข้าใกล้จุดตก สายตาพบกับหญิงสาวผมแดงในชุดคลุมลายสัญลักษณ์ประหลาด กำลังยืนเหนื่อยหอบ ละอองประกายไฟเกรียวกราดในอากาศ
หญิงสาวหันขวับมาทางเขา ดวงตาเปล่งประกายวาววับ “ขอโทษที่บุกมากลางค่ำ…ตอนนี้พวกเขากำลังตามฉันมา นายได้ยินเสียงหรือเปล่า?” เธอกระซิบคำสุดท้ายจนแทบเป็นเสียงหายใจ
รูนาจ้องตาเธอสักครู่ “ใครกำลังตามเธอ?”
หญิงกลับหลบสายตาเหมือนไม่กล้าบอกความจริง “ถ้านายไม่ช่วย…ฉันต้องตายแน่”
ลมทะเลทรายเริ่มพัดแรงพร้อมกับเสียงครืนจากทางเหนือ รูนาลังเลเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าเต็มไปด้วยฝุ่น ท้ายสุดเขาพยักหน้า “รีบมา ทางนี้”
ทั้งสองเร่งรุดลัดเลาะตามกำแพงหิน ฟังเสียงสายลมส่งสัญญาณอันตราย หญิงสาวถอดห่อผ้าออกจากไหล่แล้วคลายออกเผยลูกแก้วสีเงินขยุ้มแสงจันทร์ไว้ภายใน “ฝากไว้ก่อน…” เธอยัดวัตถุลงมือรูนาอย่างรวดเร็ว
เวลากลืนกลิ่นดินเข้มข้นขึ้น ปรากฏเงาร่างสูงผอมใต้น้ำหมอก—อาชญากรเร่ร่อนสวมผ้าคลุมสีมืด ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยสักคณิตศาสตร์เฉพาะตน เดินตรงมาตามแนวหิน เสียงชุดเกราะพลังงานเบา ๆ ประสานก้องแปลกประหลาด
หญิงสาวรีบถอยหลัง ปากพูดเสียงเบาแต่แข็งกร้าว “นายน่ะ…ยูชิโระใช่ไหม? หรือฉันควรเรียกนายว่าฆาตกร?”
ยูชิโระหยุด พินิจหน้าทั้งคู่ทีละคน ดวงตาสีฟ้าเข้มเปล่งรัศมีจาง “คืนเส้นทางมายังจุดเริ่มต้น ไม่ว่านักเวทย์หรือขโมยก็เหมือนกัน” น้ำเสียงเย็นชายิ่งกว่าทะเลทรายยามดึก
รูนาเบ้ปาก “เธอมีปัญหาเองกับหมอนี่หรือเราจะจับมือกันก่อน?” เขาสะกิดถามหญิงสาว ทว่าสายตาไหวหวั่น เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขากอดลูกแก้วในมือไว้แน่นผิดปกติ
ลมหอบแรกแห่งรุ่งสาง สีส้มอ่อนระบายขอบฟ้า สะท้อนสายตาทั้งสามคนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ยูชิโระพุ่งเข้าใส่หญิงสาว ร่างโปร่งลอยผ่านรูนาไปเพียงคืบ ก่อนเสียงปะทะและประกายแสงพุ่งออกจากลูกแก้วในมือ รูนาล้มลงเมื่อเห็นร่างทั้งสองประทะกันในหมอกไฟ
ไฟวาบ เงาหญิงสาวร่วงลงกับพื้น ยูชิโระพุ่งคว้าแต่คว้ามือเปล่า รูนาลุกขึ้นมาวิ่งคว้าแขนเธอแล้วดึงให้ลุก มือเรียวขาวไหม้เกรียมเล็กน้อย เธอมองรูนาด้วยแววตาสำนึกในบุญคุณปนความหวาดระแวง
รูนาใช้แขนข้างเดียวพยุงหญิงสาว “ชื่ออะไร?”
หญิงหอบ “อิซาเบล”
ยูชิโระหมุนตัวทำท่าไม่สนใจ ทอดมือขึ้นเรียกร่างเหล็กขนาดเล็ก ประกอบร่างกับข้อมือจนเกิดแสงแปลกประหลาดออกมา “อย่าตายก่อนฉันถาม นายขโมยของของฉันไปใช่ไหม?”
รูนาสะดุ้ง “ของเธอหรือของเขา? ฉันไม่รู้—แค่นี้ก็เสี่ยงเกินพอสำหรับคืนเดียว…” เขาฝืนยิ้ม เหงื่อซึมพลัน
อิซาเบลชำเลืองยูชิโระ “ของที่นายพูด…มันคือลูกแก้วนี้เหรอ?” เธอกระซิบต่ำแล้วเบือนหน้า “ถ้าใช่ มันไม่ใช่ของคุณ มันเคยเป็นของฉัน…แต่ต้องเป็นของเขา” เธอเหลือบมองรูนา เอื้อมมือรับลูกแก้วกลับมา
ยูชิโระหัวเราะแผ่ว “ประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ นายกับเธอยังไม่รู้ครึ่งหนึ่ง”
รูนาแค่นเสียง ไม่ตอบ สายตาหลุบต่ำ มือทั้งสองยังสั่น เท้าทั้งสามต่างออกเดินกลับไปที่บ้านร้างใกล้กำแพง ท่ามกลางเงาหมอกที่กลืนกินซากเมือง
ด้านในบ้านร้าง แสงจันทร์ลอดช่องหิน ซากรูปเคารพโบราณเงาหนัก อิซาเบลหยิบสมุดบันทึกเปิดหน้าแผนที่ดวงดาว “ที่นี่มีประตูมิติ เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน อนาคต…มันซ่อนอยู่ในศูนย์กลางเมือง นายรู้ไหม?” เธอถามด้วยเสียงแผ่ว แม้แฝงความมั่นใจแต่แววหวาดกลัวยังเจือในแววตา
รูนาครุ่นคิด “ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ ถ้าจะจบคำสาปแม่กับตัวเอง ฉันขอเดิมพัน…”
ยูชิโระเบิกตา ซัดกระบอกเหล็กกับกำแพง “เด็กที่นี่ไม่รู้หรอก ว่าคำสาปนี้ทำให้ทุกคนติดอยู่ตรงนี้! ใครกล้าผิดกฎ—ถูกกลืนหายไปในทราย!”
อิซาเบลจ้องยูชิโระ “นายมาจากอนาคตนี่…แสดงว่านายก็กลัวเหมือนเรา ไม่งั้นไม่ย้อนเวลามาที่นี่”
ยูชิโระนิ่งไปครู่ เหลือบตามองรูนา รอยสักบนแขนอีกข้างส่องแสงแผ่ว “ฉันกลัว…ถูกลบจากทุกช่วงเวลา ถ้านายสองคนพลาดประตูมิติ จะไม่มีใครเหลือ”
ไฟตะเกียงริบหรี่ รูนาลากสายตากวาดดูรอยร้าวบนผนัง “บ้านฉันเคยอบอุ่นกว่านี้ ตอนแม่ยังไม่ถูกจับไป นายสองคนจะช่วยฉันหาแม่ก่อนใช่ไหม?”
อิซาเบลพยักหน้า ยูชิโระหลบตาแววอ่อนลง
เงียบอยู่ครู่หนึ่ง อิซาเบลพูดเบา ๆ “ของเราอาจซับซ้อนกว่าแค่หาประตู แต่ถ้าเราช่วยนายได้ ฉันจะทำ”
รุ่งเช้ามาเยือน แสงตะวันสีทองเฉาะผ่านม่านหมอก เมืองเงาใต้ฝุ่นปรากฏตัวตนความจริง ทั้งสามออกเดินทางข้ามผืนทราย สู่กลไกซ่อนเร้นเมืองไร้ชื่อ ระหว่างทาง พบสัตว์ทะเลทรายรูปร่างประหลาด ตัวเท่าลูกอูฐแต่ขนเรืองแสง อิซาเบลหยิบลูกแก้วขึ้นกดไปมา สัตว์นั้นมาหยุดชม้ายตาอย่างสงสัย ก่อนจะเดินลับไปกับลม
ยูชิโระโพล่งขึ้น “เมื่อไหร่จะตอบตรง ๆ สักทีว่าพวกเธอไว้ใจฉันหรือยัง?”
รูนาดึงไหล่ “นายเคยฆ่าใครรึยัง…”
ยูชิโระหัวเราะพร่า เงาเข้มบนหน้า “ฉันเคยฆ่าคนผิด รอดแค่ครั้งเดียว แต่มันก็เจ็บไม่หาย”
อิซาเบลมองสองหนุ่ม “ถ้าเรายอมบอกความลับ เราต้องเชื่อใจกัน ฉันหนีมาจากสถานีทดลองดวงจันทร์ พวกนั้นจะตามกระชากข้อมูลทุกอย่างจากหัวฉัน นายสองคนมีอดีตของตัวเอง ฉันก็มี”
รูนาเดาะลิ้น ปล่อยสูดลมหายใจ “ฉันต้องการแม่ ฝันกลางวันตรงหน้าอาจถูกกลืนกิน แต่ฉันไม่หยุดหาทางช่วย”
ริ้วทรายเปลี่ยนรูปร่างเป็นซากอาคารโบราณสลักสัญลักษณ์ประหลาด ยูชิโระยกมือแตะสัญลักษณ์หนึ่ง ไฟสีทองลุกวาบ กำแพงเปิดออกเผยบันไดหินลงสู่เบื้องลึก
พวกเขาแลกเปลี่ยนสายตากันยูชิโระหยิบอาวุธออกมา อิซาเบลกำมือที่ลูกแก้ว รูนาสะพายเป้ ย่างก้าวลงไปพร้อมกัน เสียงหายใจของแต่ละคนสะท้อนอยู่ในโถงใต้ดิน
เส้นทางบิดคดเคี้ยว พวกเขาต้องช่วยกันผลักหินก้อนใหญ่ที่ตันอยู่ รูนาไถลลงมาจุดหนึ่งก่อนฝุ่นคละคลุ้ง ยูชิโระคว้ามือทัน “ระวัง…นายไม่ใช่คนเดียวที่กลัวหลุมมือ”
อิซาเบลหน้านิ่ว เจ็บตัวแต่ฝืนยิ้ม “ในอนาคต…หลุมแบบนี้คือหลุมฝังข้อมูลที่ลบไม่ได้”
เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังขึ้นจากข้างหลัง—นักล่าแห่งทะเลทรายในเสื้อคลุมดำถือหอกเทคโน ท่ามกลางการต่อสู้ รูนาโดดเข้าขวางลูกดอกที่ปักลงบ่า ยูชิโระยิงแสงเลเซอร์สวนกลับฟาดใส่ศัตรู
อิซาเบลละล้าละลังยื่นลูกแก้วให้รูนา “นายกล้าเสี่ยงไหม?”
รูนาถอนใจ “เกิดมาไม่เคยเสี่ยง…แต่ใครจะหนีคำสาปได้ถ้ายังกลัว”
เขากำลูกแก้ว แสงไฟปะทะเงา สะท้อนอดีต—ตอนแม่ของรูนาโดนจับกุม อิซาเบลวิ่งฝ่าห่ากระสุนในอดีตของเธอเอง ยูชิโระยืนตัวสั่นข้างร่างน้องชายในอนาคตที่ลบหายไปต่อหน้า สามชีวิตจับมือกัน หัวใจเต้นแรง
สุดทาง บันไดพาชั้นลงห้องโถงกว้างกลางเมือง ห้องนี้แกะสลักอดีตและอนาคต ปะติดปะต่อกันเป็นปริศนา ลูกแก้วส่องแสงสะท้อนผนัง สุ่มฉายภาพในอนาคต—ท้องฟ้าถูกแยกออก เมืองพังทะลาย แม่รูนาเรียกชื่อเขา อิซาเบลนั่งร้องไห้กับศพเพื่อนร่วมงาน ยูชิโระปีนกำแพงหนีใครบางคน
ห้องขยับซ้อนตัว โถงกลางแยกเป็นสี่ทิศ พวกเขาต้องเลือกทางใครทางมัน ยูชิโระส่งดาบพลังงานให้รูนา “เลือกเป้าหมายของนาย”
รูนามองหน้าทั้งสองคน “เราจะไปด้วยกัน อย่าให้ใครต้องเสียใจคนเดียว” เขากัดฟันต่อสู้กับความกลัว เงียงจันทร์หรี่ตาบนท้องฟ้า หมอกและฝุ่นกรุ่นลอยวนรอบตัว
อิซาเบลพึมพำ “ต่อให้อดีตฉันพังทลาย ก็ขอมีอนาคตเป็นของตัวเอง…”
ยูชิโระจ้องลูกแก้ว น้ำตาคลอ “ฉันขอโทษที่ตัวเองกลัวเสียพี่ชายอีกคน”
ที่ประตูมิติ พวกเขาวางมือลงพร้อมกัน แสงจันทร์แตกกระจาย เฉือนฝุ่นให้โปร่งแสง เวลาและความทรงจำไหลหลาก ทุกคนพบตัวเองในจุดเริ่มต้นใหม่ อิซาเบลกลับไปแก้ไขฝัน—และไม่วิ่งหนีจากอดีต รูนาเจอแม่ในอีกโลกที่เธอกลายเป็นผู้ปกครองเสรี ยูชิโระปฏิเสธการเป็นอาชญากร เริ่มตามหาน้องชายอย่างกล้าหาญ
กลางทะเลทราย คืนอันเงียบเชียบ เมืองไร้ชื่อถอยห่างเป็นฉากหลัง รูนา อิซาเบล ยูชิโระ เฝ้ามองพระจันทร์ลอยเด่นเหนือขอบฟ้า—คราวนี้แสงจันทร์อบอุ่น ไม่ใช่จุดจบ แต่อาจเป็นการเริ่มต้นของทุกคนที่กล้าก้าวข้ามคำสาปอดีต