ดวงจันทร์สีเทา ณ สถานีริมน้ำแข็ง
เสียงแกรกกรากของรองเท้าบูทย่ำบนทางเดินเหล็กดังสะท้อนโนอาห์ก้มหน้ามองฝ่าไอน้ำแข็งที่เกาะตามเพดานสถานี หน้าต่างทรงโค้งเผยทิวทัศน์เศษภูเขาน้ำแข็งที่พลิ้วไหวในห้วงอวกาศ สถานี White Haven บนดาวอาซูลาเคยเป็นศูนย์วิจัยหลักของหน่วยสำรวจระหว่างดาว ทว่าขณะนี้ถูกทิ้งร้างหลังเกิดอุบัติเหตุแสนลึกลับเมื่อสองปีก่อน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นายมั่นใจแล้วนะ…ว่าจะเข้ามาตรงนี้?” เสียงไคถามราวกับพยายามกลืนความกลัว เขาหยิบกล้องเก่าออกมาส่องไปรอบห้องทางเข้า มารินที่ผมสั้นสีแดงสดอยู่ข้างหลัง ถอนหายใจอย่างรำคาญ “ไปเถอะ จะหาเรื่องน่าเบื่ออะไรก็ช่าง ข้างในอาจมีเศษทองเหลือเดิมอยู่ก็ได้”
โนอาห์ไม่ตอบ เขายื่นมือแตะผิวประตูไทเทเนียมเย็นเฉียบ สายตาวาววับ ใบหน้ายังคงเคร่งขรึมด้วยความหมกมุ่น “ผมไม่ได้อยากเข้า…แต่ผมจำเป็นต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อกับแม่ผมวันนั้น” เสียงเขาเบาดั่งกระซิบ น้ำแข็งกลางอกละลายขึ้นมานิดหน่อย
ทุกอย่างเปลี่ยนทันทีเมื่อประตูด้านหลังปิดพลึบ ไฟสำรองกะพริบจนในที่สุดมืดสนิท เสียงปื๊ดสั้นๆ ดังมาจากระเบียงทางเหนือ ทุกคนชะงักแน่นิ่ง หัวใจเต้นตึงๆ พร้อมกัน
“ใครปิดประตู?” มารินกระซิบขึงขัง ดวงตาไวเหมือนสัตว์ป่า โนอาห์ควบคุมสติ สูดลมหายใจลึก “ต้องมีอะไรในนี้กับเรา…”
พวกเขาติดอยู่ในสถานีร้างโดยไร้ทางออก ประตูแต่ละบานตอบสนองด้วยเสียงอิเล็กทรอนิกส์แห้งๆ ยามถูกแตะ ราวกับจงใจขังพวกเขาไว้กับความลับในความมืด
หลังจากสายตามืดสนิทชั่วขณะ แสงสลัวส่องจากนาฬิกาไฟฟ้าเรืองแสง ไคกระซิบ “คงมีวิธีสำรองอยู่อีกทาง — ฝั่งห้องเครื่อง” น้ำเสียงติดขัด แฝงความหวาดระแวง
ในความเงียบ มารินเดินนำไปก่อน เธอก้าวอย่างมั่นคงแม้หัวใจสั่น “ถ้ามีอะไร…เราจะสู้ไปด้วยกัน” ประโยคนี้ไม่ได้เข้มแข็งเท่าที่เธอหวัง แต่อบอุ่นอยู่ในความเงียบอันเยือกเย็น
เส้นทางสู่ห้องเครื่องเต็มไปด้วยเศษลวดไฟและคราบน้ำแข็ง ลำแสงจากไฟฉายฉายไปหยุดตรงจอคอมพิวเตอร์กระพริบภาพวิดีโอที่หยุดค้าง ภาพเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ในชุดนักวิจัยวิ่งอยู่บนหน้าจอ เล่นกับชายชราท่าทางใจดี
โนอาห์หยุดจ้องน้ำตาคลอเบ้า “นั่น…แม่ฉัน แม่เคยเล่าให้ฟังว่ามีอะไรซ่อนอยู่ชั้นล่างสุดของสถานี” ไคเหลือบมองเขาอย่างลังเล “นายแน่ใจเหรอ…จะลงลึกกว่านี้?” มารินเงียบ ทว่าจีบมือแน่นจนเล็บจิกผิว
เมื่อสัญญาณเครื่องสื่อสารของไคดังขาด ๆ หาย ๆ พวกเขาหยุดนิ่งทันที “มีบางอย่าง…กำลังเคลื่อนที่ในท่อระบายอากาศ” ไคเอ่ยเสียงติดสั่น โนอาห์ชูมือให้ทุกคนเงียบ ทุกอย่างมีแต่เสียงหัวใจ…กับเสียงขูดโลหะเบาบางจากที่ไกลลิบ
ก้าวเดินสู่ชั้นล่างสุดกลับกลายเป็นเดิมพันชีวิต ประตูเก่ากัดกินด้วยสนิมร้องครืด ทันทีที่ผ่านเข้าไป ประกายแสงบางเบาจากแกนพลังงานฟุ้งกระจาย แสงสีเทาเย็นเฉียบไหลวนทั่วพื้น เหมือนกระแสแม่น้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนคืน
มารินหยุด “ทำไมฉันรู้สึกเหมือน…ถูกจับจ้องอยู่?” ทุกคนกวาดสายตาไปรอบ ๆ พบแค่เศษซากคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์แตกกระจาย แต่สัมผัสเย็นยะเยือกเกาะกุมจิตใจ
โนอาห์ดึงภาพในอดีตกลับมา ฝันร้ายคืนก่อนวนในหัว— เขากำลังเล่นซ่อนแอบกับแม่ในที่แห่งนี้ ก่อนระเบิดใหญ่จะเกิดขึ้น ทุกสิ่งดับวูบลงทันที “แม่…ซ่อนอะไรจากผมกันแน่?”
จู่ ๆ เสียงสัญญาณวิทยุขาด ๆ ดังขึ้น “…ใครอยู่ในนั้น…ได้ยินมั้ย…ช่วยที…” เป็นเสียงของเจ้าหน้าที่เก่าที่เคยเป็นเพื่อนพ่อโนอาห์ ทุกคนมองหน้ากันอย่างตื่นตระหนก เสียงนั้นคุ้นเคยผิดปกติ
ไครีบเปิดสายตอบรับ “คุณครูซ! คุณยังอยู่ในนี้อีกหรอ?” แต่ไร้เสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงลมหายใจอันแผ่วเบา
“เขาน่าจะอยู่ในห้องนิรภัยชั้นล่างสุด — พ่อฉันเคยพูดว่ามีห้องนั้น ไว้สำหรับฉุกเฉิน แต่เข้าได้เฉพาะรหัสลับ” โนอาห์กล่าว ความมุ่งมั่นปรากฏในน้ำเสียงขณะพยายามรื้อฟื้นความทรงจำ
“รหัส…นายจำอะไรได้ไหม?” มารินแทบจะสบถออกมา โทนเสียงเคร่งเครียด ซ่อนความสั่นกลัว โนอาห์หลับตา ได้ยินเสียงแม่ในหัว เสียงนั้นกระซิบ “Luna…สีเทา…”
เขาลองใส่รหัส LUNA บนแป้นคีย์ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังติ๊ด ไฟห้องนิรภัยสว่างวาบ เด็กทั้งสามมองหน้ากันปราดหนึ่งก่อนวิ่งเข้าสู่ห้องนั้น ประตูหนักๆ ปิดลงข้างหลังพวกเขา แบบไม่ทันตั้งตัว
ในห้อง เวทีความจริงรออยู่ เบื้องหน้าคือแกนพลังงานทรงกลมขนาดยักษ์ซ่อนอยู่หลังม่านกระจก แตกต่างจากเครื่องมือทุกอย่างที่เห็นมา ก่อนจะทันเอ่ยอะไร เสียงบันทึกอัตโนมัติของแม่โนอาห์พลันดังขึ้น
“ถ้าเธอได้ฟัง ขอให้เชื่อในตนเอง…ความกลัวคือสิ่งเดียวที่ขังเราไว้” โนอาห์แทบพูดไม่ออก ไครวบมือแน่นจนซีด “งั้น…เราติดอยู่ที่นี่เพราะเรายัง—ไม่ก้าวข้ามอดีต?”
เสียงเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองขาดห้วง ห้องเริ่มสั่นสะเทือน เงามืดกระพือไปมาบนผนัง ไคเริ่มสติแตก “หรือเรากำลังติดกับใครบางคนที่ยังอยู่?”
จังหวะนั้นเอง เสียงขูดโลหะดังขึ้นดังขึ้น ข้างประตูห้องนิรภัย เงาร่างสูงใหญ่กว่าคนธรรมดาปรากฏในแสงสลัว มารินเผลอร้อง ทว่าฝืนตะโกน “ถ้าคุณยังเป็นมนุษย์ ช่วยพูดออกมา!”
สิ่งที่ยืนอยู่ไม่ใช่มนุษย์…แต่เป็นหุ่นยนต์จัดเก็บข้อมูล—หัวโล้น ดวงตาส้มเรืองแสง เดินก้าวมาช้าๆ “ข้อมูลพร่อง…ต้องป้อนความทรงจำใหม่…” โนอาห์กลืนน้ำลาย เดินเข้าไปใกล้ “สิ่งที่คุณต้องการคือความกล้าจะเปลี่ยนมันใช่ไหม?”
หุ่นยนต์ทอดสายตามอง เหมือนลังเล หยุดนิ่งไปชั่ววินาที แล้วมันเปิดช่องข้อมูล “บันทึกความทรงจำครั้งสุดท้ายจะถูกเปิด…โปรดเตรียมใจ” เปิดฉากฉายภาพแม่ของโนอาห์ยืนอุ้มลูกชายตัวน้อย วงแขนอบอุ่นป้องกันเขาจากแสงระเบิด ประโยคสุดท้ายของบันทึก “ลูกต้องให้อภัยตนเอง”
ความเงียบปกคลุมทุกคน ไคถอนหายใจเงียบ ๆ มารินน้ำตาซึม “ฉัน—ฉันเคยกลัวจะถูกลืม…” โนอาห์สามารถพูดได้เพียงเสียงแผ่ว “และผมกลัวอดีตจะหลอกหลอนผมไปตลอด”
สัญญาณไฟฉุกเฉินสว่างในห้องนิรภัย เสียงระบบเปิดประตูดังขึ้น หุ่นยนต์พูดเสียงแผ่ว “ภารกิจเสร็จสมบูรณ์…หนีไปจากอดีตได้แล้ว…ขอให้เดินหน้าต่อ”
เด็กทั้งสามเดินออกจากห้องนิรภัยท่ามกลางแสงสีเทาสีจันทร์อ่อน ออกสู่โถงแคบ ๆ ประตูทางออกหลักเปิดรับแสงอ่อนของดวงอาทิตย์พาดผ่านน้ำแข็งสีน้ำเงินอมน้ำเงิน
นอกสถานี โนอาห์หันกลับไปมองรอยทางเล็ก ๆ จากรองเท้าบูท เด็กหนุ่มยิ้มจาง ๆ “ผมไม่กลัวอีกต่อไป” ไคแตะหัวไหล่เขาเบา ๆ มารินปล่อยมือจากกล่องระเบิดที่เคยถือลูบเบา ๆ “พวกนาย…เป็นเพื่อนจริง ๆ ของฉันแล้วใช่ไหม?”
ทุกอย่างจบลงเมื่อทั้งสามเดินจากสถานีร้าง ภายใต้ดวงจันทร์สีเทา โลกเหมือนเงียบแต่หัวใจใหม่เต้นอีกครั้ง ทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง ก้าวเดินไปสู่ชีวิตที่มีแสงมากขึ้น ในอวกาศอันกว้างใหญ่ที่รออนาคตและโอกาสอีกมากมายข้างหน้า