เงาสะท้อนในหมอกน้ำแข็ง
เสียงหวีดหวิวจากสายลมหนาวของเมืองเอลูว์ทำให้หมอกน้ำแข็งหนาทึบขาวโพลนยิ่งขึ้น ซิรีน สาวน้อยเจ้าของดวงตาสีน้ำเงินจางนั่งชิดขอบหน้าต่างซอมซ่อในร้านน้ำดี เธอเพ่งมองรอบตัวอย่างระแวดระวัง ทุกเช้าจะมีใครสักคนแวะเวียนมา ก่อนที่เมืองจะตื่นเต็มตา หลายปีที่นี่ เธอไม่เคยกล้ามองหน้าตัวเองในกระจกนานนัก กลัวว่ารอยแปลกในดวงตาจะปรากฏให้เห็น เธอเกลียดความกลัวแบบนี้นัก แต่ไม่รู้จะสลัดมันออกอย่างไร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ลุงแทช เจ้าของร้านน้ำดีแวะมาดูเด็กสาวที่ดูปั้นปึ่งกว่าทุกวัน “ยังฝันร้ายอีกเหรอซิรีน?” เขาถาม พลางวางมือลงบนขวดน้ำสีฟ้า เธอส่ายหน้าแต่ไม่สบตา ลุงแทชถอนหายใจ “ไม่มีใครหนีเงาของตัวเองได้หรอกนะ”
ซิรีนยกขวดน้ำดีส่งลูกค้าปริศนาร่างสูงในชุดคลุมดำ แววตาของเขาวาววับ ขณะที่รับขวดจากมือเธอ เสียงเขาแหบพร่า “เจ้าดูเหมือนใครบางคนในกระจกที่นี่เหลือเกิน…”
เธอชะงัก ไม่ชอบทุกประโยคที่เกี่ยวกับเงาหรือกระจก กระดิ่งเหนือประตูสั่นดังขณะที่ชายคลุมดำหายไปในหมอก ซิรีนยืนลังเล หัวใจเต้นแรง ความรู้สึกว่าบางอย่างกำลังเรียกหาตัวเองแทรกแซงทุกความคิดปกติของวันนั้น
ในตรอกแคบหลังร้าน ร่างเด็กหนุ่มผมหยิกก้าวออกจากเงา คิระคือชื่อเด็กชายลึกลับที่มักเดินทางแปลกๆ ในเมืองนี้ ซิรีนไม่เคยพูดด้วยจริงจังมาก่อน แต่วันนี้ เขามองมาที่เธอด้วยสายตาสงสัย “เมื่อคืนเธอเห็นอะไรในกระจกหรือเปล่า?”
ซิรีนเบือนหน้า “ไม่มีอะไร เงามันสั่นนิดหน่อย… แต่คงคิดไปเอง” คิระเกาหัว ไม่ละสายตา “ฉันเคยได้ยินเรื่องเงาที่เดินออกจากกระจกในคืนหมอกจัดนะ”
บทสนทนาท่ามกลางเสียงกลืนลมหายใจถูกหมอกทุบแหลกซ้ำ ซิรีนหัวเราะขื่น “อย่าพูดเล่นแบบนี้ ฉันพอแล้วกับเสียงในหมอก”
คิระยิ้มมุมปาก “ไม่ได้ล้อเล่นนะ ถ้าคืนนี้เห็นอะไรแปลก ๆ โทรหาฉันได้ ฉันเชื่อว่าเมืองนี้ซ่อนอะไรไว้มากกว่าฝีเท้าคนในหมอก”
ซิรีนเบนสายตาหวนสู่แผ่นกระจกบานใหญ่ในร้านเมื่อกลับเข้าไป ภาพเงาเบลอ ๆ ขยับเล็กน้อย เธอรีบคว้าผ้าขาวโพกกระจกเอาไว้ หัวใจยังคงเต้นแรง
ขณะที่ดวงอาทิตย์ตก ไฟประดับถนนกะพริบวูบวาบ ซิรีนเดินเร่งกลับบ้าน จู่ ๆ เสียงกระซิบในหมอกดังขึ้นอีก “ซิรีน… เจ้าลืมฉันแล้วหรือ?” เธอหยุดนิ่งกลางถนนทรายแข็ง กลั้นหายใจ ฝ่ามือเย็นชา
บ้านของเธอตั้งอยู่สุดถนนข้างเนินน้ำแข็งเก่า เธอรีบปิดประตู ล็อกกลอนแน่น ดวงตาเพ่งมองเงาตัวเองบนกระจกใกล้เตียง มันคล้ายจะยิ้มเยาะ เธอกลั้นลมหายใจยาว เหงื่อเย็นเกาะขมับ
คืนนั้น เธอฝันถึงแม่น้ำแข็งซึ่งไหลย้อนกลับ เห็นเงาของตัวเองเดินสวนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เสียงในฝันนั้นเอ่ยเตือน “อย่าลืมหันกลับ ไปในที่ที่เจ้าเห็นแค่เงา…”
รุ่งเช้า เมืองทั้งเมืองถูกหมอกกลืนกิน ซิรีนเดินไปโรงน้ำดี เจอคิระที่หน้าประตู เขามองเธอด้วยความเป็นห่วง “เมื่อคืนฝันร้ายเหรอ?” เธอพยักหน้าเล็กน้อย “มันเหมือนจริงมาก…” เสียงเธอสั่น
คิระพาเธอเดินสำรวจตรอกซอกซอยใต้เงาหมอก เขาชี้ไปที่รอยน้ำแข็งที่แตกเป็นรูปเสี้ยวจันทร์ “เคยได้ยินไหมว่ารอยแตกนี้คือร่องรอยของพวกที่ข้ามมาจากอีกด้าน?”
ซิรีนส่ายหน้าอย่างไม่แน่ใจ “หมายถึงอะไร?”
“ฉันก็แค่ได้ยินผู้ใหญ่เล่า แต่คนที่เห็นเงาในหมอกบ่อย ๆ มักจะไม่เหมือนเดิมหลังจากนั้น…” คิระพูดเสียงต่ำ
บ่ายวันเดียวกัน ซิรีนช่วยลุงแทชจัดขวดน้ำดีขึ้นชั้น ทันใดนั้นขวดหล่นแตก เสียงนั้นดังสะท้อนก้อง เธอถึงกับสะดุ้ง สายตาเห็นเงาดำวูบผ่านกระจกมุมห้อง ลุงแทชหันมา “เป็นอะไร? มีอะไรเหรอ?”
ซิรีนอึกอัก “เหมือน…มีอะไรเคลื่อนไหวในนั้น…”
ลุงแทชนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดช้า ๆ “อย่าเชื่อทุกสิ่งที่เจ้าตาเห็น เงาที่แท้จริงบางครั้ง อยู่ที่สิ่งที่ใจเราสัมผัสได้”
พลบค่ำวันนั้น เมืองทั้งเมืองเงียบงันเกินปกติ เสียงฝีเท้าแปลก ๆ ดังขึ้นซ้ำ ๆ อยู่หลังบ้านซิรีน เธอขวัญผวา ถือไฟฉายไปดู แสงส่องไปเจอรอยรองเท้ามนุษย์นำไปสู่ร่องน้ำแข็งเก่า
ทันใด เสียงกระจกแตกดังขึ้นจากในบ้าน เธอหันขวับ รีบกลับเข้ามา พบว่ากระจกใกล้เตียงมีรอยร้าวใหม่ ผิวหน้าเงาสะท้อนบิดเบือนราวจะมีบางอย่างปีนออกมา เธอสั่นเทิ้มโทรหาคิระ
คิระรีบมาถึง เขามองรอยร้าวแล้วพูดเบา ๆ “บางที มันถึงเวลาเธอเผชิญหน้ากับอดีตของตัวเองบ้างนะซิรีน ไม่อย่างนั้นมันจะตามหลอกหลอนไปตลอด”
เสียงนิ่งเงียบปกคลุมทั้งสองคน ซิรีนกลืนน้ำลายขม ๆ “ฉันกลัว กลัวมาก… กลัวจะเสียเธอไปเหมือนแม่ในอดีต ถ้าฉันผิดพลาด”
คิระยิ้มอ่อนโยน “แต่การหนีเงาทำให้เจ็บยิ่งกว่าไหม?”
เช้าวันต่อมา เมืองคึกคักด้วยข่าวลือว่ามีรอยเลือดแดงฉานบนผืนน้ำแข็งหน้าหอคอยเก่า ทุกคนหวาดผวา ซิรีนไปดูด้วยใจลุ้นระทึก พบภาพวาดรูปเด็กหญิงอยู่ในหยดเลือดและข้อความว่า “คืนพรุ่งนี้ เจ้าจะเห็นเงาจริง ๆ”
กลับมาที่ร้าน คิระเสนอแผน “คืนนี้ ฉันกับเธอจะซ่อนอยู่ในร้านน้ำดี รอดูว่าเกิดอะไรขึ้น” ซิรีนลังเล “ถ้าเราผิดพลาด จะเสียทุกอย่าง” คิระจับมือเธอ “เราไม่มีทางรู้ ถ้าไม่เผชิญหน้า”
คืนนั้น เมืองเงียบปานตาย คิระและซิรีนนั่งในความมืด เทียนเล่มเดียวส่องเงาส่ายไปมา เสียงกระซิบโหยหวนดังขึ้นจากกระจก เงาสะท้อนของซิรีนแยกตัวออกมายืนตรงหน้า ใบหน้าหลั่งน้ำตาสีเงิน
ซิรีนร้องไห้สะอื้น “ฉัน…ฉันทำแม่หายไปจริงเหรอ?” เงาสะท้อนเอื้อมมือแตะแก้มเธออย่างอ่อนโยน “ความกลัวของเจ้าขังทุกอย่างไว้ในหมอก ตราบใดที่เจ้ายังไม่กล้าให้อภัยตัวเอง เจ้าจะไม่เห็นแสง”
คิระกลั้นหายใจ ก้าวเข้ามาจับมือซิรีน “ปล่อยอดีต เจ็บแค่ไหน มันผ่านไปแล้ว ซิรีน”
หมอกนอกหน้าต่างบางลง แสงเทียนกลืนเงากระจกคืนสู่เดิม ซิรีนยื่นมือแตะแก้มตัวเอง ก่อนจะยิ้มผ่านน้ำตา ได้ยินเสียงแม่กระซิบแผ่วเบา “ลูกกล้าเผชิญหน้าแล้ว”
รุ่งเช้า เหล่าน้ำดีในร้านใสแจ๋วจนทุกคนตกตะลึง ซิรีนเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ลุงแทชฟัง เสียงหัวเราะแผ่วเบาสะท้อนในหมอกกระจายตัว ลุงแทชโอบไหล่เธอ “วันนี้เจ้าโตขึ้นอีกนิดแล้วนะ”
คิระยืนข้าง ๆ กระซิบ “ขอบคุณที่ไม่หนีอีกแล้ว เธอทำให้ฉันเชื่อว่าอดีตเยียวยาได้”
เมืองเอลูว์ยังคงถูกหมอกปกคลุม แต่สำหรับซิรีน ทุกก้าวที่เดินไม่ใช่เพื่อหนีอดีต ทว่าคือก้าวแรกสู่ชีวิตใหม่ที่กล้ายืนอยู่ในเงาของตัวเองได้โดยไม่ปิดตาอีกต่อไป