แก๊งหอ B305 ปฏิบัติการไก่ลอยฟ้า
เสียงร้องเอะอะปนเสียงขันของไก่ดังมาจากระเบียงชั้นห้าของหอชาย B กลางดึกวันเสาร์ ก่อนที่ประตูด้วยไม้ธรรมดาจะสะดุ้งโหยง เมื่อ “สิงห์” หนุ่มปี 2 เจ้าของความมั่นใจที่ไม่มีใครเทียบ เปิดประตูพรวดออกมาพร้อมสวมแว่นขยายหลอก ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มึง! กูว่ากูเห็นอะไรแปลก ๆ บนฟ้า!”
“ฝน?” เสียง “เด่น” รุ่นน้องปีหนึ่งที่พูดน้อยแต่คิดเยอะ ตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากโมเดลหุ่นยนต์ที่กำลังต่อ
“ไม่ใช่ฝน! กูเห็นไก่มัน…มันบิน! เอาอีกแล้ว! หรือกูตาฝาด?”
“ไก่บินสูงกว่าสายไฟเส้นนั้นน่ะเหรอ? เห้ย…จริงดิ? มึงมั่นใจ?” เสียงนี้เป็นของ “ป๋อม” เพื่อนห้องข้าง ๆ ที่ชอบโผล่มาโดยไม่เคาะประตูเสมอ
“เอ้อ กดฟุตบาทยังต้องเต็มแรง แต่นี่กูเห็นกับตา! กูว่าเป็น ‘ไก่ลอยฟ้า’ แน่ ๆ มึง เค้าว่าจับได้ จะมีโชค กำไรสองหมื่น!” สิงห์พูดอย่างเ็ชื่อมั่นสุดขีด
เด่นขยับแว่น ถอนหายใจแรง มองเพื่อนทั้งสองสลับกับโมเดลในมือ “เดี๋ยว—มึงไปฟังอะไรมาอีกวะนี่ ไม่มีไก่บินได้จริงหรอกน่า”
ป๋อมจุดประกายทันที “เห้ย มันต้องลอง เช็คกล้องวงจรปิดหอข้าง ๆ มาเลย มึง…ถ้าเป็นไก่พิเศษ กูจะสอบติดวิชาภาคบ่ายทันที!”
“มึงเอาจริงดิ?” เด่นถามย้ำ ป๋อมยกนิ้วโป้งให้สองข้าง “ของจริงต้องกล้องซูม! คืนนี้ภารกิจ ล่าไก่ลอยฟ้า!” สิงห์เริ่มวางแผนบนหน้าต่างด้วยท่าทางโคนันเกินเบอร์
และทั้งหมดก็ออกไปที่ระเบียงห้อง มุมซ้ายมือแคบ ๆ ถูกแทรกฝ่าด้วยร่างชายสามคน แว่นขยายกับกล้องมือถือถูกยื่นผ่านเหล็กดัดสลับกัน เสียงพึมพำปนด้วยฮาเบา ๆ ทั้งเช็ค ทั้งซูมกล้อง เจอแค่ไฟถนนกับเสาไฟที่มันส่องกระพริบสลับวัน ฝนพรำจาง ๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศเหมือนงานอเวนเจอร์สย่อม ๆ
โดยหารู้ไม่ว่า เสียงฮือฮาในห้องนี้ ผ่านกำแพงบาง ๆ ไปถึง “ป้าแจง” เจ้าของหอสุดขรึมที่พักอยู่ชั้นล่าง ๆ ป้าแจงมักเตรียมตัวขึ้นมาต่อว่าแบบสายฟ้าแลบทุกครั้งที่ได้ยินเสียงอะไรน่าสงสัยบนชั้นห้า
“เดี๋ยว ๆ กูว่าเมื่อกี้เห็น อะไรคล้าย ๆ ขนไก่ปลิวปะวะ? หรือขยะวะ…” เด่นพึมพำ
ป๋อมรู้ทัน “มันต้องขนไก่มาจริง ๆ มึง—คืนนี้ เราจะเป็นบันทึกหน้าประวัติศาสตร์หอนี้!” สิงห์พยักหน้าภูมิใจ เด่นถอนหายใจ หน้านิ่งแต่หัวเราะเบา ๆ
รุ่งเช้า ข่าวลือเรื่องไก่ลอยฟ้าเริ่มกระจายไปทั่วหอ สิงห์เดินไปหน้าตู้กดน้ำ สวมหมวกกันน็อคเพราะกลัวเศษขนไก่ ตะโกนคุยกับป๋อมว่าพร้อมล่าไก่แล้ว ข้าง ๆ มี “เปิ้ล” ผู้ช่วยหอและคนสนิทป้าแจง ยืนงงในท่าทีประหลาดของทั้งสองคนแต่ไม่กล้าถามตรง ๆ
“มึงคิดดีแล้วใช่ป่ะ สิงห์? ถ้าโดนป้าแจงจับได้อีก กูไม่ช่วยนะ” เด่นพูดเสียงเรียบ
“เฮ้ยคืนนี้ต้องได้ ขอให้อะไรสักอย่างลอยมาเถอะ—ขอให้โชคมา” สิงห์พึมพำเหมือนสวดมนต์
ตอนกลางคืน ทั้งสามคนเตรียมอุปกรณ์จับไก่ขั้นเทพ มีทั้งตาข่ายทำเองจากตาข่ายบอล พัดลมตั้งพื้นไว้พัดเศษขนไก่ เศษขนมปังไว้ล่อ และกล้องมือถืออีกสี่เครื่อง
ขณะเดียวกันเสียงวิทยุสื่อสารภายในหอถูกนำมาใช้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์หอ เป็นความภูมิใจแวบแรกของป๋อม
“โอเค…ป๋อม! นายไปเฝ้ามุมบันได เด่นไปซุ่มริมหน้าต่าง กู…ขอลุยบนระเบียงเอง!” สิงห์ออกคำสั่งอย่างกับผู้นำทีมคอมมานโด
“ถ้ามีคนเดินขึ้นมา กูจะบอกก่อน ปลอดภัยไว้ก่อน…” เด่นพูดด้วยสายเย็นชาแต่จริงจัง
เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า ไม่มีวี่แววไก่ลอยฟ้า มีแต่เสียงแมวจากรูน้ำทิ้ง ป๋อมเริ่มหงุดหงิด เด่นง่วงจัด สิงห์ยิ่งมั่นใจว่าไก่ต้องมาดึก ๆ แน่
จังหวะนั้นเอง มีอะไรบางอย่างขยับไว ๆ ตรงสายไฟตัดกับแสงไฟสลัว สิงห์เฮทันที กระโดดคว้าถุงตาข่ายออกจากหน้าต่าง หวังจะจับไก่ลอยฟ้าให้ได้!
แต่สิ่งที่หล่นลงมาเสียงดังตึงกลับเป็นกระเป๋าผ้าใบใหญ่—ที่จริงคือของป้าแจงกำลังตากอยู่ พอดีลมแรงพัดลงมา!
ป๋อมกับเด่นรีบคว้ากระเป๋ามาดู หวังจะเจอไก่ แต่พอเปิดดูมีแต่เสื้อกับผ้าเช็ดตัว
เสียงพื้นบันไดดังขึ้น…ป้าแจงยืนจ้องสามคนอย่างไม่เข้าใจในความงง “ไอ้นี่มันอะไรกันนักกันหนาอีกวะ!?”
“ป้า…เออ ๆ พวกผมแค่กำลัง…เฝ้าดู…นกฮูกรอบดึกน่ะ” สิงห์ยิ้มเหนียม ๆ ป๋อมเสริมทัน “ใช่ครับ—กลัวขโมยนกฮูกของป้าไง!” เด่นปั้นหน้างงไม่แพ้คนอื่น
ป้าแจงส่ายหน้า สั่งห้ามขึ้นชั้นห้าหลังสามทุ่มเด็ดขาด ถ้ายังขืนแบบนี้จะไล่ออกหอ
รุ่งเช้า ทีมสามพยัคฆ์จับไก่นั่งหน้าเครียดแต่อยากเฮฮาในห้อง เด่นเปิดมือถือค้นข้อมูลวิทยาศาสตร์เรื่องไก่บิน แล้วเริ่มละอายใจ “มึง—คือ ไก่บินไม่ได้ขนาดนั้นจริง ๆ ว่ะ”
สิงห์ทำหน้าเหวอแต่ไม่ยอมแพ้ “แต่กูเห็นกับตา…หรือกูฝันฟะเมื่อคืน?”
ป๋อมไปตั้งกล้องใหม่รอบระเบียง ตั้งใจจะพิสูจน์ให้โลกรู้ว่ายังไงก็ต้องมีไก่ลอยฟ้า
ขณะเดียวกันเพื่อนห้องข้าง ๆ เริ่มหัวเราะสิงห์ลั่นหอ กลายเป็นว่าทุกคนรุมล้อทีมล่าไก่แบบโต๊ะข่าวเช้า ทุกคนฟังเรื่องราวของสามทหารหอ B305 ที่หลงไหลไขปริศนาไก่เหนือธรรมชาติ
“ไก่ลอยฟ้านี่แหล่ะ จะทำให้หอเราดัง…มึงจะเอาด้วยมั้ย?” ป๋อมชวนเปิ้ลที่ยืนฟังอยู่หน้าห้อง เปิ้ลเขินอายแต่ก็พยักหน้า แต่เสนอแนะ “ขอเฝ้ามองเฉย ๆ นะ ถ้าโดนว่าต้องทำความสะอาดอีกแน่ ๆ”
ช่วงเย็น ทีมงานเริ่มตั้งวงลงขัน หารัดเข็มขัดตาข่ายใหม่โดยให้ป๋อมเป็นแม่งาน ตอนนี้ทุกคนในหอชักจะสนุก เพื่อน ๆ จากห้องอื่น ๆ ก็เริ่มเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งเสนอทฤษฎีเรื่องไก่แฝงโลกและแบ่งปันสูตรเด็ดล่อไก่ด้วยข้าวมัน
“คืนนี้เด็ดแน่—ถ้าขึ้นกล้อง กูจะกลายเป็นตำนาน!” สิงห์มาดมั่น ป๋อมฮึกเหิม เด่นเงียบแต่มือสั่นเพราะกลัวป้าแจงและค่าปรับ
คืนที่สอง ทุกคนจับจ้องหน้าต่าง—ไม่มีไก่เหมือนเคย แต่เจอลุงข้างหอขว้างฝักบัวซ่อมแซมขึ้นหลังคา เพราะคิดว่าจะช่วยให้สัญญาณไวไฟดีขึ้นแบบที่ลือกันต่อ ๆ มา…
เสียงประตูห้องเปิดดังปัง—กลายเป็นป้าแจงแอบขึ้นมาอีก “นี่มันอะไรกัน! ใครโยนฝักบัวลงหลังคา!?”
สามทหารกลัวโดนปรับ คุกเข่าสารภาพว่าตามหาไก่ลอยฟ้า และพร้อมทำความสะอาดหลังคาทั้งหอกลบความผิดทุกข้อ
ป้าแจงถอนหายใจด้วยความเอ็นดู อ้อม ๆ บอกว่าน่าจะมีแค่พวกนี้แหละที่หอไม่เหงา พร้อมอนุญาตให้ใช้ระเบียงได้แต่ต้องปิดไฟตอนสี่ทุ่มและห้ามปีนนอกอาคารอีก
สิงห์ยิ้มอย่างภูมิใจ ทั้ง ๆ ที่ไก่ลอยฟ้าไม่มีจริง แต่ทีมก็ได้รับฉายา “แก๊งหอ B305 สายล่าฝัน”
ทุกคนหัวเราะกับเรื่องวุ่นวาย และแม้ไม่ได้จับไก่ แต่ทุกคืนก็มีกลุ่มใหม่ขอเข้าวง—ทั้งเพื่อจะ “เชื่อ” และเพื่อจะได้หัวเราะกับมุกใหม่ ๆ ของทีม
จนวันหนึ่งเด่น เผลอถามออกมาว่า “แล้วถ้ามันเป็นไก่ลม?” ทีมทั้งแก๊งก็หัวเราะขำจนลืมโลก สนุกกับชีวิตเด็กหอที่น้อยคนนักจะเข้าใจ
เสียงขันของไก่จากตลาดไกล ๆ แว่วมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ ไม่มีใครรีบไปจับ เพราะทั้งหมดนั่งขำกับความวุ่นวาย และความสัมพันธ์สุดแน่นแฟ้นที่ไม่มีไก่ตัวไหนลอยฟ้าจะมาอยู่เหนือได้
ท้ายที่สุด สิงห์ขอลองเปิดประตูรอบดึกอีกครั้ง เพราะ “คืนนี้น่าจะเข้าใจผิดได้น้อยลงแล้วมั้งเนอะ?” ทำเอาเพื่อนทั้งห้องหัวเราะปิดท้ายอย่างอบอุ่น