ชมรมผี(ไม่)กลัวผี
เสียงกริ่งโรงเรียนดังขึ้นพร้อมเสียงประสานจากห้องเรียนวิทยาศาสตร์ “โอ๊ยย กลัวผีว้อย!” ต้นกล้า เด็กผู้ชายหน้าตาเรียบแต่ดวงตาไวต่อทุกความเคลื่อนไหว ฉายา ‘หนุ่มกลัวผี’ เปิดประเด็นด้วยเสียงอันดังจนเพื่อน ๆ สะดุ้งฮือ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“กล้า นายยังไม่หายกลัวผีอีกเหรอ?” ฟ่าง เพื่อนสนิทที่มีนิสัยเย็นชาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะกำลังหยิบหนังสือวิทยาศาสตร์ไปวางในเป้ มือขวากัดปากกา ขาซ้ายไขว้แน่นจนโต๊ะโยกเล็กน้อย
“ก็ใครจะไปไม่กลัวล่ะ คืนก่อนในกลุ่มไลน์ลือกันว่าโรงเรียนเราเจอผีเดินห้องน้ำชั้น 3 น่ะ!” ต้นกล้าตาโต ริมฝีปากสั่น ไม่ทันสังเกตว่าฟ่างกลอกตาแรงขนาดไหน
“ไลน์เงี้ยะนะ” ต้นน้ำ เด็กสาวผมสั้นใจดีนั่งขำ หยิบข้าวเหนียวหมูทอดออกมากินตรงหน้าครูโดยไม่แคร์โลก “นายอ่ะ กลัวความมืดเองเปล่า” เธอยิ้ม แววตาเจ้าเล่ห์
“จะบ้าเหรอ! ผีของจริง! โรงเรียนเราน่ะของแรง” ต้นกล้าควานหาสายคล้องพระในกระเป๋าก่อนจะจับได้แต่แท่งลิปบาล์ม
“งั้นตั้งชมรมปราบผีไปเลยไหม นายได้ฝึกใจกล้าด้วย” ฟ่างยกยิ้มตรงมุมปาก
“บ้า! ใครจะไป…” ต้นกล้าพูดได้ไม่ทันจบ เพื่อนในห้องชายร่างเล็กแต่งตัวเป๊ะ ณัฐ ก็เดินมาแจม “ตั้งเลย! ชั้นขอสมัครด้วย”
ณัฐไม่ได้กลัวผี แต่ชำนาญแกล้งอู้เรียน “ขอชมรมนี้ไว้เถอะ ชั้นจะได้โดดวิชาเคมีแบบมีกิจกรรม”
ต้นกล้าทำท่าจะค้าน แต่โดนสองสายตาจริงจังของเพื่อนจ้องเขม็ง สุดท้ายเขาเลยยอม “โอเค ชมรมล่าผี!”
ข่าวลือสะพัดเร็วแบบไฟลามทุ่ง โรงเรียนหญ้าขึ้นแน่น ๆ ก็มีข่าวฮิตแซงทุกเทอม “มีเด็กฟอร์มชมรมล่าผี” วันรุ่งขึ้น นักเรียนสิบคนรวมตัวที่ห้องเก็บของเก่า ๆ ชั้น 4 ที่ขอบประตูมีแต่หยักไย่ เพียงเพราะอยากพิสูจน์ข่าวผีดัง
“ตรงนี้แหละบรรยากาศใช่เลย” ฟ่างพูดเสียงนิ่งแต่แววตากรุ้มกริ่ม ขณะที่ต้นกล้าหน้าซีด เหงื่องี้ไหลเป็นทาง
“จริง ๆ ชั้นว่าชมรมนี้น่าจะได้ลงหนังสือพิมพ์นะ เหมือนหนังโรงเรียนเอกชน” ณัฐเสริม ดึงเอาของกินลับออกมาเคี้ยวเสียงดัง
แม่พลอย เด็กสาวหน้าใส แว่นโต รักความท้าทาย เธอเก็บเป้เข้ากับกลุ่ม “ขอเข้าชมรมด้วย อยากพิสูจน์อะไรแปลก ๆ ชั้นต้องรู้ว่ามีผีจริงมั้ย!”
เสียงปริศนา “กล้าอย่าใส่พระปลอมดิ” ดังมาจากมุมห้อง ทุกคนชะงัก ปรากฏว่าเป็นบัณฑิต พี่ ม.6 ที่หาบรรยากาศสงบไม่ได้เลยมาแอบนอนในห้องเก็บของ
ชมรมล่าผีฟอร์มทีมพร้อมหน้า ทุกคนต่างคนต่างเป้าหมาย แต่ไม่มีใครกล้าพิสูจน์ผีจริง ๆ สักคนเดียว
ภารกิจแรกเริ่มขึ้นเมื่อผอ.แสนเข้มเดินผ่านมา แล้วบังเอิญได้ยิน “นั่นพวกเธอทำอะไรกัน” ต้นกล้าตอบด้วยความลนว่า “เราตั้งชมรมวิชาการ—เอ๊ย ชมรมศึกษา วิญญาณ…วิญญาณแรงงานสิครับ!”
ผอ.ขมวดคิ้ว “ทุกชมรมต้องทำประโยชน์ต่อโรงเรียน” ฟ่างรีบพูด “เราจะไขปริศนาห้องน้ำหลอนชั้น 3 ให้ได้!”
ทุกคนต้องรับคำท้าแบบจำใจ ต้นกล้าหน้าซีดสลับแดง “ถ้าเจอผี ชั้นจะ…” เงียบ ปล่อยให้อากาศตึง
ณัฐแกล้งเสริม “จะไปรดน้ำต้นไม้หน้าประตูโรงเรียนทุกวัน!” ทุกคนหัวเราะ ฮา ความวุ่นวายเริ่มต้นจริงจัง
ปฏิบัติการสืบสวนเริ่มต้นขึ้นในวันถัดมา ด้วยแผนการสุดเพี้ยนของแต่ละคน ฟ่างเสนอ “แบ่งเป็นสองทีม—ทีมค้นหาข้อเท็จจริง” ซึ่งก็มีแต่เธอคนเดียวเพราะที่เหลือกลัวทุกเสียงดัง
แม่พลอยประสานงานอย่างจริงจัง “ชั้นดูดวง เสริมพระมาเต็ม มั่นใจจะได้เจอผีของจริง!”
ณัฐตั้งใจขลุกมุมห้อง เอาตัวรอดจากการต้องไปเรียนคาบพละ นั่งดูต้นกล้าสั่นเป็นเจ้าเข้า
ขอบหน้าต่างมีเงาลาง ๆ สะท้อน ต้นกล้าจ้องจนขนลุก “เฮ้ย เงามันขยับ!” แม่พลอยรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปอย่างรวดเร็ว
ฟ่างเดินไปเคาะกำแพงตามวิชาฟิสิกส์ “มันไม่มีอะไรน่ากลัว—แต่ประตูนี้เหม็นอับเนอะ” ทุกคนสูดอากาศแล้วพากันไอเหมือนพยุงชีวิต
ขณะเดียวกัน ทุกคนกลับมานั่งเรียงหน้ากระดานตกลงจะปล่อยคลิป ‘พิสูจน์ผี’ ลงเพจโรงเรียน หวังสร้างกระแสให้ชมรมแบบไม่ต้องเสี่ยงชีวิต
แต่เมื่อคลิปออกไป ปรากฏว่ายอดวิวขึ้นสูงเวอร์ผิดปกติ มีคอมเมนต์บอกว่าในคลิป “เห็นเงาเด็กผู้หญิงผมยาวที่มุมห้องน้ำ…”
ต้นกล้าขนลุก ร้องลั่น “ใครเล่นอะไร?!” ฟ่างนิ่งก่อนว่า “คลิปนั้นมุมกล้องเก็บแสงสะท้อนจากกระจกได้ ไม่ใช่ผี แค่พี่บัณฑิตนอนหงายเล่นมือถือ”
ข่าวกลับกลายเป็นว่า ชมรมล่าผีของโรงเรียนไปไล่หาผีจน “จับภาพวิญญาณ” ได้ เด็ก ๆ ชั้นอื่นตามมาขอเข้าชมรมในวันรุ่งขึ้น ขยายทีมวุ่นวายขึ้นอีกเป็นสองเท่า
ณัฐเบี่ยงประเด็น “แค่เนียนแป๊บเดียว มีคนเชื่อเพียบ!”
แต่ปัญหาเกิดขึ้นจริง เมื่อครูใหญ่เรียกทุกคนเข้าไปพบ ชี้แจงว่า “ครูอยากให้ช่วยพิสูจน์สถานที่อื่นด้วย โรงอาหารหลังโรงยิมก็มีข่าวเด็กเห็นเงาประหลาดเมื่อคืน”
ต้นกล้าไม่ทันจะหายกลัว ต้องก้มหน้ารับกรรม ฟ่างแค่ยิ้ม “ทีมสำรวจลุยต่อ”
ครั้งนี้ ทุกคนตั้งใจมากขึ้น (เท่าที่จะตั้งใจได้) แต่ ‘แผน’ ของต้นกล้าคือ “เราไปตอนกลางวันเอามั้ย?” ทุกคนมองแรงจนกล้าเหงื่อตก
การสำรวจโรงอาหารจบลงที่การนั่งล้อมวงกินขนมบนโต๊ะ แล้วแม่พลอยก็จินตนาการได้พลิกสถานการณ์ “นาย เคยคิดมั้ย ว่าผีจริง ๆ อาจจะแค่อยากมากินขนม?”
ฟ่างถอนหายใจ “ถ้ามีผีจริง ๆ มันไม่น่าตามพวกเรานะ มันน่าจะหงุดหงิดที่พวกนายเสียงดัง” พี่บัณฑิตโผล่มาเงียบ ๆ พร้อมอาหารกล่อง “ขอนอนต่อนะ อย่าเสียงดัง พี่สอบปลายปี”
เข้าใจผิดใหม่เริ่มขึ้น เมื่อณัฐกระซิบ “พวกนายได้ยินเสียงผู้หญิงหัวเราะมั้ย?” จริง ๆ แล้วเป็นเสียงครูพละที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ข้างห้อง ทุกคนเริ่มกังวล ยิ่งต้นกล้ากอดเท้าตัวเองแน่น
พอคลิปใหม่ถูกปล่อย ก็เกิดดราม่าในกลุ่มนักเรียน “ชมรมนี้สร้างเรื่องหรือของจริง?” ฟ่างกับแม่พลอยไม่ทันตั้งตัว ถูกเรียกร้องให้โชว์ไลฟ์สด ‘เจอผี’ ให้เห็นกับตา
ต้นกล้าแทบร้องไห้ “ต้องทำจริงเหรอ?” ฟ่างเหมือนจะใจดี “นายแค่ยืนอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวชั้นเดินสำรวจก็พอ”
กลางดึกคืนนั้น ทุกคนรวมตัวกันหน้าห้องเก็บของเก่า ปมใหม่เริ่มซับซ้อน เมื่อแม่พลอยไปเปิดไฟหลอนสุดขีด แล้วหลอดไฟก็เกิดกระพริบเอง ทั้งหมดเงียบกริบ เหงื่อแตกทั่ววง
จังหวะนั้นเอง พี่บัณฑิตลุกขึ้นมาเอื้อมไปกดรีโมทพัดลม หลอดไฟดับพรึบ ทุกคนร้องกรี๊ดแตก
ต้นกล้าวิ่งชนประตู ฟ่างคว้าแขนไว้ “มันไม่ใช่ผี!” เสียงแม่พลอยแอบสั่น “แต่ชั้นก็ยังแอบคิดอยู่นะ หรือจริง ๆ แล้ว…เราอาจจะ…” ณัฐสวน “อย่าเพ้อ นายอยากได้ยอดวิวเหรอ!”
ประเด็นใหม่เกิด เมื่อลือกันไปทั่วว่า ‘ชมรมล่าผีท้าพิสูจน์กลางดึก’ เป็นความกล้าหาญที่แท้จริง ครูใหญ่ประกาศหน้าโรงเรียน “ขอชื่นชมกลุ่มนี้ที่กล้าหาญ” ต้นกล้าหัวเราะกลบอาการขาสั่น
ห้องชมรมกลายเป็นแหล่งพูดคุยเล่าตำนานผีของโรงเรียน เด็ก ๆ เริ่มเอาเรื่องมาแลกเปลี่ยนจนโรงเรียนเฮี้ยนกว่าเดิม ข่าวลือใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นแทบทุกวัน
วันประกวดชมรมโรงเรียนมาถึง ครูใหญ่ขอให้กลุ่มล่าผีจัดโชว์สุดพิเศษ แม่พลอยเสนอ “ฉายคลิปผีแห่งโรงเรียน” ฟ่างหัวเราะ “เล่าเรื่องจริงกว่านะ” ต้นกล้ามีไอเดียแปลก “เราจัดแฟลชม็อบ! แต่งผี!”
แน่นอน ทุกอย่างบานปลายจนต้องตามแก้ เมื่อมีเด็กเล็กวิ่งร้องไห้กลัวผีตัวเอง ฟ่างต้องอธิบาย “จริง ๆ ไม่มีผี มีแต่พวกนี้ที่กลัวผี”
ครูใหญ่ชื่นชมถึงความกล้าในการเป็นผู้นำ ต้นกล้าเสียอาการแต่ยอมรับในที่สุด “ผมกลัวผีครับ แต่ผมคิดว่าถ้าพวกเราอยู่ด้วยกัน อะไรก็กล้านะครับ” ทุกคนหัวเราะพร้อม ๆ กัน
งานประกวดจบลงด้วยเสียงหัวเราะและความสบายใจ ชมรมกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กกลัวผี (และเด็กที่หาข้ออ้างอู้เรียน) ฟ่างส่งท้าย “สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโรงเรียนไม่ใช่ผี…แต่คือการบ้านคณิตฯ!” แม่พลอยกับณัฐหัวเราะลั่น ต้นกล้าเผลอยิ้มอาย ๆ แต่ก็ภูมิใจในความวุ่นวายนี้ไปพร้อมกัน