วุ่นรักเรียงเบอร์: ภารกิจทวงหนี้ให้ป้าห้อย
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นในเช้าวันอาทิตย์ ขณะที่ปริ้นซ์กำลังซดกาแฟอย่างระวังไม่ให้เปื้อนสมุดลิสต์ตารางสอบที่เขาเพิ่งร่างเสร็จ “ไอ้ก้อง ใครมากดกริ่งวะตั้งแต่เช้า” ปริ้นซ์เหล่มองประตูรั้วพลางขยี้ตา หัวฟูเพราะนอนไม่พอ ก้อง เพื่อนรักต่างขั้ว ผู้พร้อมเผชิญโลกด้วยท่าทีมั่นใจเกินเหตุ แทรกตัวเข้าครัว หยิบขนมเบิกบานแบบไม่แคร์ใครแล้วตะโกนตอบ “ไม่รู้ดิ เดี๋ยวไปดูให้! สงสัยแฟนคลับนายอีกแล้วล่ะ” ขาดคำ เจ้าของเสียงก็เดินออกไปกดรีโมทประตูรั้วอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงประตูรั้วดีงดังแกร๊ก และทั้งสองได้พบกับ ป้าห้อย เจ้าของห้องเช่าตรงข้ามบ้าน เพื่อนบ้านผู้ซุ่มซ่ามและขี้หลงขี้ลืมเป็นประจำ คราวนี้ป้าห้อยดูลนลาน มีโพยหวยติดมือมา 3 ใบ “ปริ้นซ์ ก้อง ลูกช่วยป้าเรื่องนี้หน่อย!” ป้าโพล่งโดยไม่อธิบายอะไรเพิ่ม ก้องยักไหล่ส่งสัญญาณให้เพื่อนเงียบ ปริ้นซ์ขยับแว่นพลางเงอะงะ “เรื่องนี้อะไรครับป้า? คืองงนะครับ” ป้าห้อยรีบยัดโพยหวยใส่มือปริ้นซ์ “คือว่าป้าเดินทวงหนี้ตามโพยนี้ไม่ได้เลย พรุ่งนี้ต้องไปจ่ายร้านโชห่วย แต่ป้าจำได้แค่หน้าไม่กี่คน แล้วก็… เอ่อ… อาจจะมีบางรายเขาหาว่าป้าจำผิด! แถมเงินมันก็หายไปไหนก็ไม่รู้ สองคนช่วยป้าหน่อยนะ ป้าจะให้ค่าตอบแทนก้อนงามๆ!”
ปริ้นซ์หันไปมองก้องตาปริบ “คือ…ให้พวกผมไปเป็นเจ้าหนี้เดินทวงหนี้ใช่ไหมครับ?” ก้องขยิบตาอย่างไว “เออ! เอาสิ! ตังค์ก้อนงามมา กินฟรีทั้งเดือน!” ป้ารีบบึ้งหน้าแต่รีบยิ้ม “ไม่ได้หรอกลูก กินฟรีได้แค่ 3 วัน ที่เหลือเอาเงินดีกว่าเนาะ?”
ทั้งคู่กลืนน้ำลาย เห็นรายชื่อหนี้จำนวนมากเต็มโพยแถมวงแดง ๆ หลายคน ปริ้นซ์เริ่มคิดฟุ้งซ่าน “ถ้าทวงได้เงินเยอะ เราจะเอาไปตัดหนี้ของตัวเองมั้ยดี หรือจะเอาไปตั้งกองทุนมิตรภาพดี… แต่ถ้าเจอเจ้าหนี้อารมณ์ร้าย… อืม แล้วถ้าวันนี้โดนขู่…” ก้องตบไหล่ “อย่าคิดเยอะนาย พวกนี้ก็คนแถวๆ นี้ทั้งนั้น น่าจะโอเค!”
ฉากแรกของภารกิจเริ่มต้นในตลาดเช้าที่เต็มไปด้วยเฉาก๊วย น้ำแข็งไส หมูปิ้ง และเสียงแม่ค้าโต้เถียงกัน ปริ้นซ์พยายามเดินตามโพยหวยแต่ใบหน้านิ่งขรึม เขากลั้นใจเดินตรงไปหาเจ๊ติ๋ม เจ้าของร้านขายข้าวมันไก่ที่มีชื่ออยู่ในโพย ก้องเดินดุ่มตามแต่เดินแกว่งแขนเหมือนวอล์คกิ้งสตาร์แบบไม่ยี่หระ
“เจ๊ติ๋มครับ ขอรบกวนสักครู่ ป้าห้อยฝากมาทวง…” ปริ้นซ์เว้นจังหวะ ก้องแทรกก่อน “หวยจ้า! งวดที่ผ่านมา! ป้าบอกให้มาเอา!” เจ๊ติ๋มหันขวับ “เอ๊ะ! ป้าบอกให้รับกับฉันปะ? ฉันยังไม่ได้ซื้อกับป้าเลย ฉันซื้อของร้านเฮียหรั่ง! ไปดูให้มันดี ๆ” ปริ้นซ์หน้าเสีย ก้องยืนมองงง ๆ “อย่ามาโยนกันสิครับเจ๊! ป้าเขียนชื่อนี้ชัดเลย!” เจ๊ติ๋มหัวเราะ “สงสัยป้าห้อยจะโดนหลอกแบบโดนๆ เหมือนกันนะ!”
ทั้งคู่สบตากัน ก้องยักไหล่ “แก้ตัวไงดีวะ? กูเริ่มงง” ปริ้นซ์จดบันทึกอย่างหมกมุ่น “เพิ่งฉากแรกเอง ยังไม่ได้ตังค์เลย ซวยแล้วกู…”
ยังไม่ทันจะหยุดพัก ก้องก็เดินนำไปหาร้านผลไม้ พยายามทวงกับลุงปั๋งเต็มที่ แต่ลุงปั๋งหูตึงได้ใจ เสียงดังในตลาดกลบรอยยิ้มของปริ้นซ์แบบสิ้นเชิง ก้องตะโกนใส่หูผิดด้าน ลุงปั๋งตอบไม่ตรงคำถาม “ขอหนี้หวยหน่อยครับ!” ลุงปั๋งทำหน้างง “ลำไยมีนะเอ็ง จะเอากี่โล?” ก้องยังไม่ยอมแพ้ “ไม่ใช่ลำไย หนี้หวย!” ลุงขยับแว่นสงสัยหนัก “พ่อเอ็งหายหัวไปแล้วเหรอ?” ปริ้นซ์หันมายิ้มสลด “ลุงครับ หมายถึงเงินน่ะ…” ลุงปั๋งหัวเราะแหะ ๆ เมินเฉย แล้วหันไปขายให้เจ๊ร้านผักตรงข้ามแทน
คู่หูสุดซวยเดินสลดกลับมาปรึกษากันข้างร้านก๋วยเตี๋ยว เป้าหมายต่อไปคือเฮียก้าว คนขับวินมอเตอร์ไซค์สายฮา ก้องลองเอาวิธีพูดตรงๆ อีกครั้ง “เฮียก้าว ป้าห้อยฝากมาเก็บยอดหวยครับ!” เฮียก้าวทำหน้ายิ้มซื่อ “หวยอะไร? เฮียแทงแต่บอล! เอ็งถามผิดคนแล้ว ไปล่ะ!” เฮียก้าวเร่งเครื่องวินเสียงดัง ทิ้งคู่วุ่นไว้กลางป้ายวิน
ปริ้นซ์เริ่มท้อ “ฉันว่าเราโดนป้าห้อยแกล้งรึเปล่าวะ?” ก้องแทรก “มีชื่ออยู่โพย จะหนีให้ดู! ไปต่อ!” ทั้งสองตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ เดินกลับมาที่บ้านป้าห้อยเพื่อถามรายละเอียดเพิ่มเติม เจอป้าห้อยกำลังนั่งนับเงินทอนผิด ๆ ถูก ๆ อยู่หน้าทีวี ป้าทำท่าซน ๆ “เป็นไงลูก ทวงสำเร็จมะ?” ปริ้นซ์ถอนหายใจบอกข่าวร้าย ป้าทำท่ายิ้มแหย “อ๋อ ป้าก็จำไม่ได้หรอก ว่าคนไหนเป็นคนไหน เมื่อวานก็เหมือนจะเป็นลุง หรืออาจจะใครไม่รู้… เอ๊ะ หรือเป็นชื่อซ้ำกัน… แต่ช่างมันเถอะ ขอให้ได้เงินมาเถอะ!” ก้องกับปริ้นซ์สบตากันอย่างอ่อนใจ
ช่วงบ่ายเดียวกัน ก้องเสนอไอเดียใหม่ “เราต้องเล่นบทตำรวจปลอม! ใครเห็นชุดเครื่องแบบต้องเกรงใจ!” ปริ้นซ์ขำหน้าเบี้ยว “บ้าแล้ว! แล้วถ้าโดนจับจริงจะตอบไง?” ก้องมั่นใจ “ชุดนักเรียนลูกพี่อายุ 10 ขวบ ยังไม่โดนใครจับเลย นี่ชุดหลุดมาแน่นอน!” ทั้งสองไม่สารภาพว่ากลัวแต่ต่างเดินไปที่บ้านก้องสำรวจตระกร้าเสื้อผ้า ตามคาดเจอชุดค่ายลูกเสือครูฝึกสมัยประถม ปริ้นซ์สวมชุดแล้วเคอะเขิน ก้องขำแทบกรามค้าง
กิจกรรมทวงหนี้ยามบ่ายสู่ความวุ่นวายขั้นกว่า ทั้งคู่พบทองดี เด็กนักเรียนวัยประถมที่ชอบขี่จักรยานใส่หมวกกันน็อคลายการ์ตูน แถมยังชอบถามคำถามน่าปวดหัว ก้องแกล้งทำเสียงเข้ม “น้องทองดี หนี้หวยของแม่ล่ะ อยู่ไหนครับ?” ทองดีมองหน้าแบบไม่เชื่อ “หนี้อะไร? หนี้ขนมตอนเย็นเหรอ? แม่ผมไม่ได้เล่นหวยนะพี่!” ปริ้นซ์ขยับแว่นงงอีกแล้ว ทองดีขี่จักรยานวนรอบ ๆ “แต่เมื่อเช้ามีคนเดินผ่านหน้าบ้านผมแล้วร้องหา ‘เงินหวย’ หรือ ‘เงินหวาย’ ก็ไม่รู้ ไล่ไม่ทัน!” ก้องเงียบหายใจลึก “ยิ่งฟังยิ่งมั่ว! จะหมดแรงแล้วนะ”
เหตุการณ์เริ่มบานปลาย ร้านรวงเริ่มนินทา ว่ามี “วัยรุ่นคู่นี้มาทวงหนี้เหมือนเจ้าหนี้มืออาชีพแต่พูดจางง ๆ” ข่าวลือแพร่สะพัด เด็ก ๆ เริ่มเดินหนีเมื่อเห็นชุดลูกเสือครูฝึกของปริ้นซ์ ส่วนก้องโดนคนขายขนมจีบเข้าใจผิดว่ามาจับตัวส่งเรียนซ่อมเพราะเดินถือไม้เรียว (ก้านมะยมอันโปรดของแม่ก้องติดมือมาโดยบังเอิญ)
ช่วงสายของวันใหม่ (หลังผ่านไปหนึ่งรอบวุ่นวายเดิม) ทั้งคู่ตัดสินใจตั้งโต๊ะริมถนนพร้อมป้ายกระดาษเขียนด้วยลายมือ “รับชำระหนี้หวย-ป้าห้อย” แต่คนผ่านไปมามองแล้วอมยิ้มไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ปริ้นซ์เริ่มวิตกจริต “เรากลายเป็นตัวตลกไปแล้วสินะ… ถ้าโดนหัวหน้าตลาดมาเห็น นายจะทำไง” ก้องหัวเราะเสียงดัง “ก็แถไง! เดี๋ยวก็บอกว่าสมัครงานพาร์ทไทม์!” ขาดคำ เทศกิจเดินมาตรวจรถเข็นน้ำแข็งไสนอกตลาด ถามว่ากำลังทำอะไร ก้องพยายามอธิบายแต่ลิ้นพัน “เอ่อ… เรากำลังทวง…เงินออมประจำเดือนเด็กนักเรียน… เอ่อ… ไม่ใช่… เอ่อ…” ปริ้นซ์เสริม “เงินรางวัลการออมประจำปี… เอ่อ… โครงการใหม่ของอมยิ้ม” เทศกิจส่ายหน้าขำ ถอนหายใจเดินหนี
ในที่สุด ปริ้นซ์พบเบาะแสใหม่ในโพย เป็นชื่อ “ป้านวล” ที่ใคร ๆ บอกว่าใจดีและเคย “จ่ายก่อนถามทีหลัง” สองคู่หูรีบไปทวงพร้อมความหวัง ป้านวลเปิดประตูมาแทบตกใจ ปริ้นซ์เอ่ยอย่างสุภาพ “ป้าครับ ป้าห้อยฝากมาขอเงินหวย…” ป้านวลเบิกสายตา “ต๊ายยย! นึกว่าพวกมาขายสินค้า! ป้าจ่ายตลอดนะลูก เอานี่ไปก่อน ห้าสิบ จบป่ะ? ถ้าขาดอีกก็มาบอก” ก้องดี๊ด๊า “โอ้โห! เจอคนดีให้ง่ายขนาดนี้!” แต่ป้าพูดต่อทันที “ว่าแต่… ใช่ชุดนี้ไปทวงเนี่ย มันดูแปลกตานะลูก ป้าไปบอกป้าห้อยมั้ยเผื่อมึน!” ปริ้นซ์กับก้องรีบขอบคุณ ถอนตัวโดยไว
แต่ในความดีใจกลายเป็นปัญหาใหม่ เมื่อป้าห้อยโทรมาบอกว่าจำนวนเงินไม่ตรงกับโพย ป้านวลจ่ายเกิน ก้องกับปริ้นซ์เริ่มทะเลาะกันว่าใครจะต้องไปคืน ปริ้นซ์คิดมากว่าถ้าเริ่มคืนเงินคนเดียว คนอื่นอาจจะหนีหนี้ไปหมด ก้องสัญญาจะไม่คืนแล้วให้บอกว่าเป็นโบนัส! “กฎของเจ้าหนี้คือ ถ้าได้เงินเกินถือว่าบุญขึ้น!” ปริ้นซ์ไม่ยอม “แล้วถ้าป้าโดนต่อว่า เกิดมีตลาดแตก คนนินทาเรายับ!” ทั้งสองยืนเถียงหน้าโพยกลางแดดจนเป็นเป้าสายตาทั้งตลาด
ตอนเที่ยงคืนวันเดียวกัน ก้องพยายามโทรติดต่อป้าห้อยเพื่อรายงานผลการทวง ป้าห้อยกดโทรศัพท์รับแบบหลับ ๆ “ฮัลโหล กล้วยทอดหมดแล้วลูก พรุ่งนี้ค่อยมานะ เอ๊ะ หรือว่า…. อ้อ! หวยๆ ๆ ได้ป่าวลูก? ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอาบุญละกัน!” ปริ้นซ์ขำแห้ง ๆ ตัดสาย ก้องนั่งมองโพยขำ “ชีวิตจริงมันฮากว่าละคร”
รุ่งเช้า ทั้งคู่ถูกชาวบ้านที่โดนทวงหนี้ไปเมื่อคืนแซวและหัวเราะ “ไม่ต้องมาทวงแล้วนะลูก งานนี้แฮปปี้คืนเงินกันเอง ใครโดนเก็บด้วยมุกใหม่ ๆ เล่าให้ฟังมั่งเน้อ!” สุดท้ายก้องกับปริ้นซ์ยื่นเงินให้ป้าห้อย ตัวเลขตรงหรือไม่ตรงไม่มีใครทราบ ป้าห้อยเฉลยก่อนจบว่า “เอาจริง ๆ หวยเลขนี้ป้าซื้อเองลืมไปแล้วเนี่ยลูก เจ็บตรงนี้! วันหลังให้ช่วยทวงอะไร เอาง่าย ๆ กว่านี้เน้อ!”
ปริ้นซ์กับก้องสบตากันหัวเราะ ก้องยื่นหมูปิ้งให้ปริ้นซ์พร้อมข้อสังเกต “ชีวิตที่วุ่นวายนี่แหละ มันอร่อยกว่าเงินเยอะ! เร็ว ๆ นี้คงต้องรับงานเพิ่ม แต่ขอเอาเงินไปเที่ยวก่อนนะ!”
เสียงหัวเราะของเพื่อนบ้านดังขึ้นท่ามกลางแสงยามเช้า ทิ้งบทส่งท้ายอบอุ่นใจ: ความฮา-เราแชร์กันได้ และความซวย-เราแบ่งกันรับได้ ตราบที่ไม่มีหวยค้างจ่าย!