เพื่อนร่วมหอ…อย่าเพิ่งคิดไปไกล!
เสียงประตูเหล็กเก่า ๆ ดังสนั่นขณะหนุ่ยลากกระเป๋าเข้าห้อง 403 เป็นคืนแรกในมหาวิทยาลัย ใจจริงนึกหวังว่าทุกอย่างจะสดใส เรียบง่าย แบบที่เขาจินตนาการมาตลอดชีวิต…
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มาแล้วหรอหัวไข่?” เสียงทักอันยียวนจากปลายเตียงขวา ทำให้หนุ่ยสะดุ้ง หน้าคว่ำกับคำเรียก อารมณ์ฝ่อชั่วครู่ “ผมชื่อหนุ่ย ไม่ใช่หัวไข่ครับ…”
“โอ้! งั้นเรียกหมูกรอบแทนละกัน สีเสื้อดูคล้ายหนังหมูเลย” เจย์เพื่อนร่วมหอเจ้าของแว่นสีขาวยิ้มกวน หน้าตาอารมณ์ดียิ่งกว่ากฎระเบียบของหอที่แปะอยู่หน้าห้อง
“หรือเอาน้องนุ้ยแดงดี ออกจากบ้านต่างจังหวัดครั้งแรกแบบนี้…” เสียงใหม่โผล่มาจากใต้ผ้าห่ม ที่แทบไม่เผยใบหน้า หนุ่ยมองตาม พยายามตีความว่าเสียบานนี้เป็นตัวตลกจริงหรือเปล่า
“พอเหอะ จะช่วยขนของไหม?” เสียงตำหนิทุ้มต่ำแทรกมาด้วยความเย็นชา เจ้าของชื่อโอม เขาดูสุภาพเงียบขรึม ยืนพิงประตู มองหนุ่ยแบบสำรวจแต่ไร้รอยยิ้ม
หนุ่ยเบาใจที่อย่างน้อยหนึ่งในสามคนน่าจะมีสามัญสำนึก “ขอบคุณครับ…” กระนั้น หนุ่ยก็ยังไม่กล้าถามว่าทำไมถึงไม่มีใครวางของส่วนตัวไว้บนเตียงใดเตียงหนึ่งเลย
เสียงเคาะประตูรัวราวถูกตำรวจบุกดังขึ้นอีกครั้ง สุดท้ายคนที่เหลือแอบใจหาย “หวังว่าคืนนี้จะสงบเงียบ…”
“ทุกคน! ฟังนะ! หอเราไม่อนุญาตเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนตัว ฉันจะมาตรวจทุกคืน ใครแอบใช้ต้องโดนปรับ” เสียงจากป้าศรียายามผู้คุมหอหญิงสูงวัยพร้อมกุญแจดอกใหญ่ ทุกคนรีบผลุบตัวของใต้มุ้ง โอมรีบซ่อนหูฟัง เจย์กระวีกระวาดปิดแล็ปท็อป หนุ่ยลนลานซ่อนหม้อต้มน้ำร้อนลงใต้เตียง
ป้าศรีเดินเข้าตรวจห้อง กระพริบไฟฉายปาดหน้าทีละเตียง ท่ามกลางความประหม่าและสายตาเหลือบซ้ายขวา หลังพ้นป้า ศรีออกจากห้อง ทุกคนโล่ง แต่ใจยังเต้นตุ้บตั้บ
“ทำไมคุณต้องกลัวป้าศรีขนาดนั้น?” หนุ่ยถามโอม เมื่ออารมณ์ดูคลาย
“เพราะถ้าโดนปรับงานก็จะถูกพักการเรียน พักการเรียนก็อดบวช พ่อแม่จะฆ่าฉัน…” โอมตอบนิ่ง ๆ แต่ตาดูโรย ๆ เจย์ตบเข่าเสียงดัง “ไม่จริงหรอก ไอ้นี่มันแค่กลัวโดนยึดวิทยุเอฟเอ็มที่ฟังข่าวหมอลำ”
“ฉันไม่ใช่คนอีสาน…” โอมถอนใจ แต่สุดท้ายกลับมองอย่างระอา สายตาหลบ
“ทุกคนมีความลับหมดนั่นแหละ” หนุ่ยว่ากลั้วหัวเราะ เจย์แอบแลบลิ้น ดวงตาวิบวับ ฮุกก่อนว่า “แล้วหม้อต้มน้ำของนายล่ะ?”
หนุ่ยหน้าสลดเมื่อทุกคนมองคาดคั้น ที่แท้ก็โป๊ะแตกตั้งแต่วันแรก เพื่อนร่วมหอต่างช่วยกันหัวเราะกลบเกลื่อน
และแล้วก็เริ่มแผนพรางเครื่องใช้ไฟฟ้าและสายชาร์จใต้หมอน ใต้โต๊ะ หรือแม้ใต้กางเกง เจย์ออกไอเดีย “เอาของไปไว้หน้าห้องน้ำรวมตอนกลางคืน” โอมสวน “ถ้าโดนขโมยขึ้นมาล่ะ นายจะรับผิดชอบไหม?”
เสียงเคาะประตูดังอีกครา คราวนี้คือ เพื่อนห้อง 404 ชื่อค่ำ เสียงเงียบขรึมและท่าทีสงสัย “ห้องพวกนายได้กลิ่นอะไรไหม? ห้องผมเหมือนมีไฟไหม้แต่หาต้นตอไม่ได้…”
ทุกคนมองหน้ากัน กอดของใช้ไฟฟ้าแน่นหนึบ เจย์รีบยิ้มแห้ง “ของเราปลอดภัยจ้า” แต่โอมแววตามีพิรุธ
ค่ำพยายามเดินสำรวจกลิ่นผิดปกติ รอบห้อง ทุกคนต้องแสร้งตลบท่าทางธรรมดา เจย์แปรเปลี่ยนเป็นโค้ชสอนโยคะบนเตียงด้วยหม้อหุงข้าววางหัว “ยืดเส้นยืดสายก่อนนอนดีต่อสุขภาพ…”
หนุ่ยเกร็งถึงขีดสุด เมื่อค่ำขอตรวจถุงของเข้าห้องใหม่ หนุ่ยหน้าถอดสี “มัน…ไม่มีอะไรผิดสังเกตหรอก”
ค่ำไม่ติดใจอะไรนัก กลับออกไปเงียบ ๆ ทิ้งบรรยากาศอึดอัด “นายไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอก!” เจย์ตบไหล่หนุ่ยเต็มแรง โอมส่ายหน้า “แต่คืนนี้เหมือนจะยาวนานกว่าที่คิด…”
ขณะกำลังวางแผนซุกซ่อนอุปกรณ์ไฟฟ้า เสียงแจ้งเตือนในไลน์กลุ่มหอดังขึ้น “ใครเอาสายชาร์จมือถือเสียบคาทิ้งไว้ที่ปลั๊กกลางทางเดิน รีบมาเอาด่วน” ทุกคนหน้าซีดลงพร้อมกัน ต่างก็คิดว่าสายชาร์จเป็นของตัวเองต่างคนต่างแย่งกันไปหยิบ เจอกันกลางทางพร้อมสายตาเจอความลับที่ถูกเปิดออก “แล้วของใครกันแน่วะเนี่ย?”
“ใช่ของใครก็แล้วแต่ อย่าเสียบทิ้งคืนนี้นะ เดี๋ยวป้าศรีเจอขึ้นมา…” โอมพึมพำ หนุ่ยยิ้มแหยชวนเพื่อนกลับห้อง แต่แล้วก็สะดุดข้อเท้ากับถุงผ้าใครสักคน “นี่อะไรอีกเนี่ย?”
ขณะทั้งหมดแย่งกันสำรวจ สภาพภายในห้องก็ยิ่งปั่นป่วนขึ้น ทุกคนต่างห่วงของตัวเอง สลับซุกของ ปิดไฟ แอบแจ๊กเก็ต ปะทะเสียงเคาะบานประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เสียงเคาะประตูรัวแรงกว่าเดิม ป้าศรีกลับมาเช็คอีกรอบ คราวนี้ยืนจ้องแต่ละคนตั้งแต่หัวจรดเท้า “ใครมีของผิดกฏเงียบนะ ทำผิดต้องยอมรับผิด” ทุกคนจับต้นชนปลายกันแทบไม่ถูก เจย์ทำว่าหลับ โอมกอดกระเป๋า หนุ่ยทำตัวสั่น
“พูดจริง ๆ ผมไม่มีอะไรนะครับ” หนุ่ยเสียงสั่น เจย์โพล่ง “งั้นขอเปิดกระเป๋าเพื่อนใหม่เลย!”
สุดท้ายป้าศรีตรวจทุกซอกหลืบ แต่ไม่เจอของผิดกฎ เพราะเจย์แกล้งยัดของทุกชิ้นรวมไว้ในถุงขยะหน้าห้องน้ำ “ฉลาดว่ะ…” โอมเหลือบมองอย่างยอมรับ ความสัมพันธ์ของทั้งหมดเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม
ตกดึก ห้องเงียบ เจย์ชวนคุย “พวกนายเป็นคนแบบไหนกันแน่?” โอมถอนใจ “คนกลัวโดนพักการเรียน…” หนุ่ยหัวเราะ “คนขี้แพนิค”
เจย์ยิ้มกว้าง “ฉันแค่คนกลัวความเงียบ เอาจริงตั้งแต่เข้ามาหอนี้ มีแต่ต้องสร้างเรื่องวุ่นๆ ตลอด”
“แต่มันก็สนุกดีนะ” หนุ่ยพูด มองเพื่อนร่วมห้องอย่างอบอุ่น โอมพยักหน้าอย่างหนักแน่น สายตาทุกคนจริงใจขึ้น
เสียงโทรศัพท์มือถือของเจย์ดังขึ้นอีก “ป้าศรีถามคนห้อง 403 ว่า เมื่อไหร่จะเลิกใช้หม้อต้มน้ำ?” สามคนในห้องสลับกันหัวเราะเสียงเงียบ ๆ เจย์ส่ายหน้า “สงสัยเราต้องซ่อนทุกอย่างไว้ในใจแล้วล่ะ!”
นั่นคือจุดเริ่มต้นคืนแรกแห่งความอลเวง จบลงด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจ แม้จะผิดกติกาบ้าง แต่อย่างน้อย 4 คนนี้ก็ได้เพื่อนใหม่ตลอดชีวิต