ซอยข้างสนาม: ซุปเปอร์ภารกิจปราบเพื่อนบ้าน
เสียงตะโกนแว่วมาจากหน้าซอยตั้งแต่เช้า “ชายด์!!! รถมูลนิธิจะชนป้ายซอยแล้ว!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ชายด์หนุ่มวัยสามสิบต้น ๆ ใส่เสื้อเชิ้ตเสียบชาย กำลังเช็ดกระจกหน้าต่างบ้านอย่างมีสมาธิ ปากพึมพำเรื่องลิสต์ทำความสะอาด เขาสะดุ้ง “หา!? อะไร!” เสียงเป้ เพื่อนบ้านข้างบ้าน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องเสียงดัง กับงาน DIY วิ่งหน้าตื่นแบบไม่สวมรองเท้า
“ไอ้ชายด์ ป้ายจะล้ม! มันตั้งเอียงอยู่ เดี๋ยวมันจะหล่นใส่รถกุ้มารอรับคนเจ็บ ไงดีวะ?” เป้วิ่งมาหยิบไม้ม๊อบในมือชายด์ออก แล้วลากชายด์ไปหน้าซอยแบบไม่อธิบายอะไรเพิ่ม
ที่หน้าซอยมีป้ายชื่อ ‘ซอยข้างสนาม’ ที่เอียงอย่างน่าอาย รถกู้ภัยชะลอให้คนในรถมอง “อะไรวะ ป้ายนี่จะล้มใส่ใครสักคนมะเนี่ย?” คนขับพูดลอย ๆ
ชายด์ยกฝ่ามือบังแดด “เออ เห็นแล้ว เป้ เราต้องทำไร ก่อนซอยจะเสียชื่อ!”
“เออ เดี๋ยวกูจัดเอง!” เป้ประกาศเสียงดัง แล้วดึงตะปูออกจากกระเป๋ากางเกง แต่แทนที่จะช่วย กลับตอกตะปูใส่กับเสาท่วมป้ายเฉย ๆ เกิดเสียงดัง ‘ป๊อก! เป๊าะ!’ ฝุ่นกระจายเข้าหน้าชายด์จนจาม
จังหวะนั้น ป้าเหนือ ขาประจำข่าวซอยเดินผ่าน “อุ๊ยตายแล้ว! ป้ายจะพัง ทำไมสองคนนั้นดูยุ่งจัง? เค้าตรวจซอยอาทิตย์นี้ใช่มั้ย?” เธอก้าวไวขึ้น รีบโทรหาเพื่อนบ้านอีกราย “แม่หนู! ป้ายจะล้ม! สำนักงานเขตจะมาตรวจน่ะลูก!” ความตื่นตระหนกแพร่กระจายอย่างไว ในเวลาไม่ถึงสิบนาที
ชายด์หันไปสบตาเป้ “ข่าวปลอมล่ะมั้ง?” เป้พยักหน้า “แต่ถ้าเขตมา ตรวจเจอซอยเราป้ายล้ม เดี๋ยวตัดงบซ่อมถนนแน่!”
ขณะเดียวกัน แม่หนู เจ้าของร้านน้ำเต้าหู้ประจำซอย วิ่งออกมาถาม “ไหนป้ายจะล้ม? เดี๋ยวคนหิวเช้าแวะไม่ถูกทาง!”
ทันใดนั้น เด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งปั่นจักรยานมา หัวหน้าคือ ‘โอม’ ยกมือ “ป้ายล้มติดมือถือ ยังแชทหาเพื่อนเจออยู่มะครับ?” ทุกคนงงกับคำถาม แต่ชายด์รีบตอบ “ถ้าป้ายล้ม เพื่อนโอมคงมาไม่ถูกแน่!”
โอมกับเพื่อนรับป่วยหน้าตราเอาจริง ชายด์เริ่มซีเรียส “ต้องซ่อมด่วน!” เป้พยายามค้ำป้ายด้วยหม้อหุงข้าวเก่าที่เพิ่งเก็บไปจากขยะ
“เอาน่า! เกิดแผ่นดินไหว พวกของกะเหล็กนี่แหละยันได้ทุกอย่าง!” เป้มั่นใจสุดขีด ชายด์เริ่มลังเล “เป้ เค้าไม่ได้ตรวจป้าย แค่เดินสำรวจซอยมั้ง?”
แต่ในห้านาทีซอยปั่นป่วนมากขึ้น แม่หอม คนปลูกต้นไม้ บ่นว่า “ป้ายเกือบหล่นทับต้นข่อยฉัน ถ้าข่อยโดนแตกยอดใหม่เสียหมด!”
“แต่เรากำลังช่วยนะครับ!” ชายด์ลมตึงตอบ แม่หอมกลอกตา “ซ่อมแบบนี้ ต้นไม้ฉันแย่กว่าเดิม” แป๊บเดียว พ่ออ๊อดก็เดินมา “อ้าวเฮ้ย! เอาหม้อหุงข้าวยันป้าย? มันจะทับหม้อระเบิดรึไม่ใช่เรื่อง!”
เป้กับชายด์ถกเถียงกัน เป้ยืนยัน “กูเห็นในคลิปยูทูบ เขาทำแบบนี้!” ชายด์ไม่เชื่อ “นั่นมันเมืองนอก บ้านเราไม่เหมือนกัน!”
การซ่อมป้ายซอยกลายเป็นจุดรวมคนทั้งซอยในเวลาไม่นาน ทุกคนมีความเห็นของตัวเอง บางคนเถียงว่าควรเปลี่ยนชื่อซอยแทน เพราะ ‘ข้างสนาม’ ฟังดูบ้านนอก บางคนบอกรีบให้เสร็จก่อนเขตมาจะได้ไม่มีข่าวฉาว
เป้วางแผนใหม่ “งั้นเราหาระดมทุนซ่อม!” เสียงตะโกน “สิบบาทก็มา!” ชายด์รีบยกมือ “เดี๋ยว สน.เขตจะหาว่าซอยเราหากินกับป้าย!”
แม่หนูตกใจ “จริงเหรอ? ถ้าเขตเข้าใจผิด นึกว่าเรารับเงินซ่อมป้ายนี้กันเอง จะโดนจับมั้ยลูก?” คนทั้งซอยเริ่มถามกันเองเสียงดัง เสียงมือถือดังระงม ทุกคนโทรถามกันเองสับสนวุ่นวาย ไม่มีคำตอบตรงกันสักคน
เด็ก ๆ โอมกับเพื่อนก็ช่วยอีกแรง “เราวาดป้ายใหม่ให้มั้ย? เอาแบบมีมังกร!” ชายด์ร้อง “ไม่ ๆ เขตเขามีตัวอย่างป้ายมาตรฐาน!”
แต่เป้พูดสวน “แต่มังกรก็เท่ดีนะเว้ย เอาแบบมังกรยิ้มสีรุ้ง?”
สาวใหญ่คนหนึ่งแทรก “ถ้าทำแบบพิเศษ เขตมาเจออาจหาเรื่องจับได้!” คนอื่นโต้ “แต่สวยกว่าของเดิม!” วงประชุมริมถนนเริ่มส่งเสียงขัดแย้ง สนุกดีปนตึงเครียด
ชายด์พยายามเป็นกลาง “เอางี้ ใครมีเครื่องมือช่วยบ้าง?” เป้ยกสว่านขึ้น “สว่านไฟฟ้าขันได้ทุกอย่าง!” เสียบปลั๊กสว่านแต่ดันจี้ปลั๊กผิดทำไฟดับทั้งซอย
คนในซอยเงียบกริบ 10 วินาที ก่อนเสียงแม่หนูดัง “เอ้า น้ำเต้าหู้ร้อน ๆ ไฟดับพอดี ใครจะกินต่อ?!?” ทุกคนพยายามประคองสถานการณ์แบบก้ำกึ่ง
ไฟกลับมา เป้เสนอแนวใหม่ “เราใช้เทปผ้าแปะรอบต้นข่อยยึดป้ายไว้ก่อน!” แต่แม่หอมไม่โอเคเด็ดขาด “ต้นข่อยฉันจะตายเพราะเทปนั่น!”
ชายด์เสนอ “เปลี่ยนให้ใช้ลวดก็ได้…” แต่ลวดนั่นเจ้าหมาเจี๊ยบของป้าใต้มุดไปกัดจนขาด ป้ายเอียงหนักกว่าเดิม เสียงเฮวุ่นวายดังขึ้น “เจ้าหมาเจี๊ยบ มาอีกแล้ว!”
เป้ทุบโต๊ะ เอ้ย ทุบหม้อหุงข้าว “เดี๋ยวค่อยเอาไปรีไซเคิล!” ชายด์ถอนหายใจ “นี่พวกเราจะช่วยกัน หรือจะให้ซอยพังวะเนี่ย?” ทุกคนหยุดเงียบไปพักหนึ่ง
จู่ ๆ โอมเสนอ “เราไปซื้อป้ายใหม่ร้านนายช่างข้างสนามไหมพี่?”
เป้ฟังแล้วยิ้มกว้าง “ดีเลย! แต่ใครจะออกเงิน?”
ทุกคนชะงัก ไม่มีใครอยากออกเงินโดยไม่รู้งบประมาณแน่ชัด แม่หนูแซว “เอาเหรียญสิบออมสินร้านน้ำเต้าหู้ไปก่อนมั้ย?”
ชายด์ตัดสินใจ “ผมออกไปครึ่งนึง ที่เหลือเอาเหรียญสิบ แบ่ง ๆ กัน!” เป้ยักคิ้ว “งั้นเดี๋ยวจัดเอง เดี๋ยวไปช่วยเลือก!”
ทั้งซอยช่วยกันขนเหรียญสิบ (มากบ้างน้อยบ้าง) ไปซื้อป้ายใหม่ หลุดขำตอนไปต่อคิวร้านนายช่าง ทุกคนแย่งกันออกความเห็นว่าป้ายซอยควรสีอะไร ฟ้อนต์ไหนดี จนคนขายต้องบอก “พี่ครับ สรุปจะเขียนว่าอะไรครับ?”
คนทั้งซอยเถียงกันเอง สนุกจนลืมวัตถุประสงค์เดิม สุดท้ายเลือกสีหวานฟ้าอ่อน มีลายเป็ดเล็ก ๆ มุมป้ายเพราะเด็ก ๆ ชอบ (ผู้ใหญ่ลังเลแต่ยอม) กลับบ้านพร้อมป้ายใหม่
ตอนติดป้าย “นายช่าง” เจอตะปูที่เป้ตอกไว้ดื้อ ๆ แต่มันช่วยอะไรไม่ได้เลย ชายด์กับเป้พยายามช่วย กลายเป็นเรื่องขำเมื่อเหรียญสิบที่ใช้หนุนเอียงกลิ้งกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ให้เด็ก ๆ เก็บเล่น คนที่เดินผ่านมาอดขำไม่ได้
ในที่สุดป้ายซอยใหม่ก็ถูกติดอย่างทุลักทุเล แต่ทนทานงดงามในแบบ ‘ร่วมมือกันมั่วซั่วแต่จริงใจ’ ทุกคนยืนดูยิ้มอารมณ์ดี แม่หอมก็ยังยิ้มลุ้นต้นข่อยสุดขีด โอมกับแก๊งเด็กถ่ายรูปเก็บไว้ มิตรภาพของคนซอยถูกสร้างขึ้นในความวุ่นวายนี้เอง
ชายด์หยิบไม้ม๊อบคืนจากเป้ หันไปบอก “ต่อไปนี้ ถอดป้ายก็ถามกันก่อนนะเว้ย!” เป้โวย “ทีหลังก็เตือนก่อนจะเช็ดกระจกดีกว่านะ!”
ผู้คนในซอยหัวเราะกันถ้วนหน้า ป้ายใหม่เด่นชัด ใครต่างเดินกลับบ้านด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและเหนื่อยอิ่มใจ
ขณะที่เป้กำลังจะเดินเข้าบ้าน เสียงเด็ก ๆ ดังขึ้น “ลุงเป้ ป้ายนี่ ไม่มีมังกรอ่ะ คราวหน้าใส่มังกรให้ด้วยนะ!”
เป้ยิ้มแห้ง “เอ้อ ๆ คราวหน้าลุงเปิดโหวตละกัน!”
ชายด์ส่ายหัวหัวเราะ “แล้วอย่าเอาหม้อหุงข้าวมาค้ำป้ายอีกล่ะ!”
ซอยข้างสนามกลับเข้าสู่ความเรียบง่าย พร้อมกับป้ายใหม่ และเรื่องขำที่คนทั้งซอยจะเล่าให้ฟังไปอีกหลายปี