ภารกิจจับจ่ายของสามห่วย: มิตรภาพสายป่วนที่ตลาดอีโก้
สายลมร้อนปะทะหน้าตั้งแต่เก๋าผลักประตูหอพักออกมา โป้งยืนถือกระดาษแผ่นยับยู่ยี่ “รายการของอย่าสูญให้นะ เดี๋ยวโดนคุณแม่บ้านฟาดแน่ๆ” เก๋ามองไปที่โป้งอย่างคนที่ไม่คิดสนใจ “โอ๊ย รายการไม่ต้อง กลิ่นตลาดก็รู้แล้วว่าควรซื้ออะไรบ้าง ตลาดบ้านๆแบบนี้ มื้อนึงเจ๊ทำครัวด้วยซ้ำ”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!จอยรอโป้งตอบแต่แค่ยิ้มแล้วเดินนำที่โซนขายปลา พูดรัวเป็นจังหวะ “เดี๋ยวเราไปซื้อปลาก่อนนะ ปลาวันนี้สดมาก เชื่อเราสิ เช้าแบบนี้แม่ค้าเพิ่งเอาออกจากบ่อเองนะ คิดว่าไปเลย!”
ทั้งสามเดินเข้าตลาด พ่อค้าหน้ามุ่ยเห็นเก๋ายิ้มใส่พลางตะโกน “มาแล้วครับ อะไรดีๆ เช้านี้ไข่เป็ดสวย!” เก๋าเชิดหน้า เดินตรงเข้าหาแผงข้าวเหนียว “น้อง ซื้อข้าวเหนียว เดี๋ยววันนี้ผมจะโชว์ทำข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ดูเอง”
โป้งทำหน้าเครียด ๆ หยิบปากกาวงในรายการพลางขีดข้าวเหนียว “อย่าลืมหัวหอมนะพี่ ในนั้นเขียนไว้ หอมใหญ่ ให้ได้ลูกไม่ต่ำกว่าห้า”
จอยฮัมเพลงแบบใจเย็น “แต่อย่าไปซื้อร้านเจ๊เปิ้ลนะ ครั้งที่แล้วได้หอมเหม็นสีเหลือง แม่บ้านบ่นเป็นพันปีเลย” เก๋าเชิดคอ “โอ๊ย ง่ายจะตาย ของแบบนี้ใช้จมูกก็รู้! เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวพี่จัดเอง ไม่ต้องคิด!”
โป้งถอนหายใจ “เฮ้ย แค่รีบซื้อรายชื่อก็คือจบ จะอวดอะไรกันหนักหนา เดี๋ยวไปต่อคิวหมู เจ๊ใหญ่มองจิกแล้ว”
เก๋ายิ้มระรื่น “ไอ้โป้ง ใจเย็น ของแบบนี้มันต้องมีศิลปะ อย่าทำให้การซื้อของกลายเป็นเรื่องเครียดสิ เดินมาเถอะ ซื้อเร็วเสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชายหมด” โป้งกลอกตา “เสียเพราะเดินตามแกนี่แหละ!”
จอยพูดเร็วเหมือนกำลังเร่งเพลง “ถ้าเราจะไปซื้อหมูเดี๋ยวแถวนี้รอนานนะ เธอดูแถวข้าวเหนียวก่อนสิ ได้แต่ข้าวขาวธรรมดา อยากได้ข้าวมันต้องร้านป้าหนูแดงนู่น”
เก๋ายักคิ้วเดินนำ วางแผนในหัวแต่ไม่ได้ปรึกษาใคร “เอาล่ะวันนี้ต้องเด่น ทุกคนต้องซูฮกการเลือกของพี่เก๋า!”
เดินไปถึงร้านข้าวเหนียว คนเต็มล้นแผง ป้าหนูแดงตะโกนใส่ “ฝั่งนี้รอคิวๆ จะแค่ข้าวเหนียวจะตีกันไหมลูกเอ๊ย!” โป้งหันมามอง เก๋าไม่สน พยายามแซกคิว ทุกสายตาหันขวับ ผลสุดท้ายโดนมองแรงจนเก๋ายอมถอย
โป้งกระซิบ “เห็นมั้ย แค่ยืนให้ถูกแถวก็ต้องคิดเยอะแล้ว!” เก๋าคมปาก “คิดมากของเธอ กับตัดสินใจเร็วของฉัน …เราสองคนไม่น่าจะรอด” จอยยิ้มละมุน พูดรัว “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเราทำเนียนไปคุยกับป้า ขอข้าวเหนียวนิดเดียว เดี๋ยวก็ได้เร็วเอง ดูเราได้เลยได้เรื่องทุกที!”
ทันใดนั้น หญิงสูงวัยเดินมาถาม “น้องๆ ต่อคิวหรือสั่งของอยู่?” เก๋าตอบอย่างมั่นใจ “สั่งของครับ! ข้าวเหนียวกิโลนึง เอาแบบที่ยืดสุด!” โป้งรีบดึงแขนเก๋า “ต้องต่อคิวก่อนเขาถึงจะสั่งได้น่ะพี่ มาทางนี้!” สาวเจ้าเผยรอยยิ้มขำ “เอ้า! จุดต่อคิวอยู่นี่ค่ะน้อง”
สามคนกระซิบกัน เก๋าหน้าหมั่นไส้ โป้งนับคิวแบบเครียด “เห็นมั้ย ฉันบอกให้ระวัง ไม่ทันไรหายงามหน้ากันหมดแล้ว!” จอยแอบหัวเราะ “ยังไม่ได้ซื้ออะไรสักอย่างก็โดนไปหนึ่งดอก เดี๋ยวอีกรอบพาไปดูร้านผักเลย ร้านนี้เด็ดเปลี่ยนน้ำทุกวันยังไม่เคยมีคนน็อกด้วย”
เดินไปถึงร้านผัก เจอแม่ต้อยเจ้าของร้านยืนคุมริมแผง เก๋าเข้าไปแบบเต็มสูบ “แม่ต้อย ขอหอมใหญ่ห้าลูก!” จอยแทรก “แล้วหัวหอมเล็กต้องใช้บ้างไหม รายการไม่ได้เขียนแต่แม่บ้านจะด่าถ้าไม่มีนะ” โป้งทำหน้าวิตกหนัก “ก็ซื้อไปก่อน มันก็หัวหอมเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?” เก๋าหัวเราะเสียงดัง “โอ๊ย หอมอะไรก็หอม เดี๋ยวก็โดนโยนเข้าหม้ออยู่ดี!”
จู่ ๆ มีเสียงผู้หญิงอีกแถวยืนแซว “พ่อบ้านใจกล้าก็มา หัวหอมเผ็ดไม่ร้องไห้จริงรึเปล่า?” เก๋ารับมุก “ร้องครับ ร้องทุกที ตอนโดนแม่บ้านว่า!” เพื่อนบ้านแถวนั้นขำกันครืน โป้งหน้านิ่ว “เดี๋ยวก็ลืมของอีก เอาแบบรวบยอดไปเลยมั้ย จอยจดทีสิ”
จอยหยิบสมุดโน้ตจด (แถมพูดรัวไม่หยุด) “รายการวันนี้ หอมใหญ่ หอมเล็ก ข้าวเหนียว หมู ง่ายจะตาย วันนี้ต้องไม่พลาดอะไรสักรายการ!” เก๋ามั่นใจ “วันนี้ต้องภูมิใจที่กลับไปพร้อมของครบ อยากจะเห็นสีหน้าแม่บ้านตอนนี้เลยว่าเซอร์ไพรส์แค่ไหน!” โป้งกระซิบ “อย่าเพิ่งดีใจ เขียนผิดแป๊บเดียวหายนะนะ”
หลังจากซื้อผักเสร็จ ทั้งสามตรงไปแผงหมู เจ๊ใหญ่ตบเขียงดังปั๊ก “น้องผู้ชายกล้ามาก ขอหมูอะไรดี เช้านี้เนื้อแดงสด!” เก๋าขยิบตา “ขอหมูสามชั้น สามกิโล!” จอยสะดุ้ง “ไม่เยอะไปเหรอ ทำซุปหมูทั้งหอก็ยังเหลือ!” โป้งคิดหนัก นึกว่าสั่งหมูกระทะ “เดี๋ยว…หรือว่าสั่งม่วง?” เก๋างง “อะไรหมูม่วง! ก็หมูสามชั้นไง!” เจ๊ใหญ่เลิกคิ้ว “จะยำส้มตำหมูม่วงรึ?”
โป้งหัวเราะ “อย่ามั่วไปเรื่อย ขืนมาแม่บ้านเช็คของเจอนะมีหวัง… เออ เอาของที่รายการเถอะครับเจ๊!” จอยพยักหน้า “สามขีดจบเลย ง่ายๆ” เจ๊ใหญ่ตัดเนื้อขำๆ “แบบนี้สิ ทั้งเร็วทั้งตรง ไม่มัวแต่โชว์พาว!”
เมื่อซื้อของครบสามอย่าง พวกเขายืนตรวจรายการ พวกแม่ค้ารอบข้างหันมามองแล้วยิ้มพรืด “น้องๆ รายการเยอะจังเนอะ” เก๋ายืดอก “แน่นอน รุ่นใหญ่เขาทำงานใหญ่!” โป้งส่ายหน้า “งานที่ว่า…เอาไปให้แม่บ้านตรวจอีกทีนะ ไม่ใช่อะไรก็กลายเป็นหายนะ”
ทันใดนั้นจู่ๆ หัวหอมหาย โป้งตกใจ “เมื่อกี้หอมใหญ่อยู่ไหน!” เก๋าหันขวับ “เสียบเข้าถุงหมูแล้วมั้ย เพิ่งซื้อมากี่ลูก?” จอยตกใจสำรวจ “เหลือ 2 ลูก! เมื่อกี้เราหยิบห้าลูกแน่นอน!” โป้งเสียงซึม “เอาแล้วไง…ใครเดินชนถุงรึเปล่า…”
ขณะที่ทั้งสามกำลังสงสัย คุณน้าแถวผักโผล่มา “น้อง หัวหอมที่ซื้อเมื่อกี้ของใครตกไว้ด้วย” ส่งถุงหอมหย่อนไว้ขำๆ เก๋าขอบคุณแบบปลื้ม “ขอบคุณมากครับ ไม่งั้นงานใหญ่แน่!” โป้งถอนใจ “ไม่มีอะไรผ่านไปได้เลยสินะ ต้องมีดราม่ากับหัวหอม”
กำลังจะเดินกลับหอพัก โป้งเบรก “เดี๋ยวก่อน วันนี้ซื้อข้าวเหนียวร้านป้าหนูแดงใช่มั้ย?” เก๋าเงียบก่อนจะยิ้ม “อ้าว…อันนี้ร้านป้าทอง…!” จอยกุมขมับ “บอกแล้วว่าเดินตามเราจะไม่ลงเลยสักอย่าง”
โป้งกังวล “เฮ้ย ถ้าเอากลับไปผิดร้าน แม่บ้านเล่นเราตายแน่” เก๋าใจเย็น “บอกว่าวันนี้หมดตรงร้านนู้นแล้ว เดี๋ยวซื้อเพิ่มติดไว้แล้วกัน” จอยหัวเราะ “นอกจากจะไม่ได้โชว์ฝีมือ แล้วยังต้องกินข้าวเหนียวสองร้าน!”
ท้ายสุดทั้งสามเดินกลับด้วยถุงพะรุงพะรัง เพื่อนหอพักออกมาต้อนรับ โป้งรีบเล่า “แค่จะซื้อของยังพังเป็นสิบรอบ แถมต้องซื้อสองเจ้าอีก!”
แม่บ้านรับถุง หัวเราะ “สามสหายวันนี้สุดยอดเลย หมูสามชั้นเหลือกินทั้งอาทิตย์!” เก๋ายืดอก “ได้เลยครับ ฉลองให้กับความป่วนของเรา!” จอยสรุปแบบพูดเร็ว “ภารกิจของสามห่วยสำเร็จเรียบร้อย เชื่อเถอะว่าจะไม่สำเร็จแบบนี้ถ้าพวกเราขยันคิด ขยันมั่นใจ แล้วขยันทำพลาด!”
แล้วทั้งสามนั่งล้อมวงกินกับข้าวพร้อมเพื่อน ๆ เสียงหัวเราะปนวุ่นวาย กับคำถามสุดท้ายจากแม่บ้าน “รอบหน้าให้ใครไปซื้อดี?” ทุกคนมองหน้ากันแล้วหัวเราะ “รอบหน้าขอล็อกคิวตัวเองก่อนนะครับ!”