หอ…สมใจหมาย (ยกนี้ไม่มีใครยอมใคร)
“วุ้น! วุ้นอยู่ไหนฟะ!?” เสียงตะโกนดังลั่นจากกลางโถงหอพักเรียกสายตาทุกคนให้หันไปทางต้นเสียง หยก เพื่อนร่วมห้องผมคนหนึ่ง โผล่หน้าออกมาจากห้องพร้อมผ้าเช็ดตัวพันรอบหัว มือหนึ่งถือหนังสือสอบ มือหนึ่งถือชามข้าว “เออๆ สงบสติอารมณ์แป๊บ” ผมตอบ พลางรีบวางโทรศัพท์ด้วยความตระหนก หน้าจอขึ้นข้อความ ‘ขอแสดงความยินดี คุณได้รับเลือกเป็น “หัวหน้าหอ” ประจำปีนี้!’
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ผมหันไปบนเตียง กวี เพื่อนร่วมห้องที่ถนัดดองงานทุกอย่าง นอนเหยียดขาเล่นมือถือไม่ขยับสักนิด “เฮ้ ไม่ลุกไปประชุมเหรอ หัวหน้าหอเขาเรียก…”
จู่ ๆ ประตูห้องเปิดผลัวะ บอมพ์ ผู้จัดการหอพัก เดินเข้ามาหน้าตาเครียด “ขอโทษนะทุกคน ขอเวลาสองนาที”
“บอมป์ มีอะไรหรือยังไง?” หยกถาม
“อ่า… เราได้รับผู้สมัครแค่คนเดียว เพราะวุ้นไปกดเผลอสมัครตอนเมากับกาแฟเมื่อคืน ดังนั้น…วุ้นได้เป็นหัวหน้าหอ!”
ผมหัวหมุน จริงๆ ผมตั้งใจจะช่วยเพื่อนด้วยการกด ‘ลงชื่อร่วมกิจกรรม’ แต่กดผิดไปหน้าสมัครหัวหน้าแทน เกินกลับใจตอนนี้คงยาก
“เฮ้ ใครมันจะกล้าทำกิจกรรมรับน้องในหอด้วยงบพันเดียววะ หัวหน้าหอใหม่ใจกล้าจริงๆ!” เสียงหวานๆ จากห้องฝั่งตรงข้าม โบตั๋น เด็กสาวสาขาศิลปะสุดเปรี้ยว เดินออกมาพร้อมแปรงทาสีในมือ “วุ้น เอ็งเอายังไง จะรับน้องปั่นจักรยานรอบอาคารหรือปีนหลังคากันล่ะ?”
“พูดเล่นหรือเปล่าเนี่ย!” ผมหัวเราะแห้ง ๆ มองบอมพ์ที่ยักไหล่ “ปัญหาแรกมารอแล้วววะ หัวหน้าแก้เลย?”
กวีลุกขึ้นช้า ๆ “มีอะไรให้ช่วยไหมวะ? แต่ขอบอกก่อน งานที่แล้วก็ยังคาราคาซังอยู่เลยนะ หัวหน้าคนเก่าเพิ่งฝากจดหมายทวง…”
ผมพยายามตั้งสติ “โอเค ทุกคน ผมจะลองคิดแผนกิจกรรมรับน้องที่ไม่เหมือนปีไหน และไม่ต้องใช้เงินเยอะ!”
หยกทำหน้าหนักใจ “อย่าเลยวุ้น แผนที่แล้วของนาย จำได้ไหม งานปาร์ตี้บิงโกในตู้เย็นอะ…”
“อย่าเตือนดีกว่า…” ผมถอนใจ กวีเปรย “เซ็นเตอร์ความวุ่นวายคือแกชัด ๆ กลัววันไหนไม่มีเรื่องให้เล่า…”
คืนนั้น ผมกางสมุดวาดแผน “กิจกรรมหรรษาแบบ Zero Budget” เส้นทางจักรยาน 3 กิโลรอบตึกหอพัก, ปาร์ตี้ของเหลือวัน expired จากตู้เย็น “คนละหนึ่งชิ้นเท่านั้น”, และ “คืนผีหลอกบนดาดฟ้า” ลอกแบบจากหนังฝรั่งแต่ดัดแปลงเป็นฉบับหอเรา
หยก เปิดประตูห้องกลับมาเจอผมกำลังวาดแผนบนผนังห้อง “นายนี่… จินตนาการเกินไปหรือเปล่า?”
ผมหัวเราะ “บางทีจินตนาการอาจเป็นทางรอดของคนงบน้อยก็ได้นะเว้ย!”
พอรุ่งเช้า บรรยากาศในหอวุ่นวายตั้งแต่หกโมง เพราะผมเขียนโปสเตอร์มือ แจกอย่างดีว่า “ขอให้ผู้มีของหมดอายุ ร่วมต้อนรับน้องใหม่คืนนี้!” วางไว้หน้าลิฟต์คนเดินเข้าออก
“วุ้น นี่นายหมายถึงให้โยนทิ้งหรอ หรือจะกินจริง ๆ? เจ๊งอีกแล้วมุกนายเนี่ย!” กวีพูดพลางชูขวดโยเกิร์ตหมดอายุ 10 วัน
“ไม่กินของเสียเฟ้ย จะมีการประกวดของหมดอายุสร้างสรรค์เฉย ๆ ทายวัตถุดิบ!”
แต่ตื่นสาย ผมถึงรู้ว่าผิดมหันต์ เพราะหยกเข้าใจว่าต้องแจกของหมดอายุให้เพื่อนชั้นอื่นแชร์ กฎกลายเป็น “เอาของที่คุณไม่ต้องการไปยัดใต้ประตูห้องน้องใหม่”
ไม่ทันข้ามวัน หอทั้งตึกวุ่นวาย ห้องน้องใหม่เต็มไปด้วยแยมเน่า นมเปรี้ยวและกล่องรังนกที่แข็งเป็นก้อน หัวเราะก็ขำไม่ออก
กวีแกล้งพูด “ของขวัญรับน้อง แบบนี้ใคร ๆ ก็จำหอเราได้”
โบตั๋นปีนเก้าอี้มองจากห้องตัวเอง “กฎใหม่ของวุ้นเหรอ ทำไมไม่ออกแบบรางวัลเช่น ‘ห้องสะอาดสุด’ จะได้เลิกเอาของขยะมาให้กัน”
ผมไปชี้แจงหน้าโถง “ขอโทษครับ เข้าใจผิด! ไม่ต้องแจกของหมดอายุให้ใครอีก แต่ขอของหมดอายุมาทำกิจกรรมเฉย ๆ” กลายเป็นเรื่องซุบซิบทั้งตึก ผู้อยู่ใหม่บางคนกลัวจนไม่กล้าเปิดประตูเพราะคิดว่าถูกแกล้งลึกลับ
หยกถอนหายใจ “วันแรกในฐานะหัวหน้า นายสร้างประสบการณ์ขนหัวลุกได้สมใจ”
แผนสำรองมาถึง กวีนั่งวางท่า “ก็จัดงานปั่นจักรยานสิ วุ้น จักรยานมือสองนายยังพอใช้ได้มั้ย?”
ผมนั่งคิด “มันมีแค่สองคันนะเว้ย หอเรามี 40 คน จะเวียนกันขนาดนั้นเลยเหรอ…”
“ถ้าจักรยานไม่พอ ก็ปิดตาเดินสามขากันแทนแล้วกัน!” โบตั๋นแซว
ระหว่างประชุมจัดงาน ผู้อาวุโสประจำหอ ป้าวรรณ โผล่มาพร้อมขนม “เอ้า! เด็ก ๆ งานรับน้อง ไม่มีขนมมันจะเข้าท่าเหรอ?”
ผมรีบขอบคุณแล้วเริ่มประชุม “ครับ แต่ขอเน้นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ ไม่เน้นงบ หรือของกินเล่นเยอะแยะ…”
กวีแซว “แต่ขนมหอม ๆ แบบนี้ ดีกว่าแยมเน่าของนายแน่นอน”
ทุกคนหัวเราะ เอาจริง ๆ ผมสีหน้าหนักใจ แต่พยายามแสดงตัวมั่นใจ “วางใจเถอะ เพื่อน ๆ เดือนนี้เราจะเป็นหอที่สนุกสุด!”
วันงานรับน้องสุดเละเริ่มขึ้น ห้องโถงอัดแน่นด้วยผู้คน เด็กปีหนึ่งใบหน้าตื่นกลัว บางคนแอบกระซิบ “อย่ากินขนมกลุ่มพี่วุ้นนะ เห็นว่ามีของหมดอายุผสม”
หยกพยายามอธิบาย “ไม่จริง! เขาเข้าใจผิด!”
กิจกรรมแรก “เวทีเล่าเรื่องเขย่าขวัญ” โบตั๋นพั้วเสียง “คืนนี้ บนดาดฟ้ามี…” ยังพูดไม่จบ ไฟดับพรึบ คนกรี๊ด วุ้นลุกขึ้นจะช่วย เปิดไฟฉุกเฉิน กลายเป็นเปิดสปอตไลท์ฉายไปทั่ว ทำเอาคนไปหลบหลังโซฟา
กวีเห็นจังหวะเปลี่ยนบรรยากาศ “มา! ต่อด้วยทายของหมดอายุในถุงผ้าปริศนา ใครไม่กล้าเปิดถุงแพ้!”
น้องคนหนึ่ง หยิบกล่องคุกกี้ขึ้นมาดม “เอ่อ…เหมือนได้กลิ่นแปลก ๆ ครับ” คนรอบข้างฮา บางคนขยะแขยงแต่ก็หัวเราะ
ปัญหาเกิดขึ้นจริงเมื่อมีคนมาแจ้งว่า “ผู้อยู่อาศัยห้อง 517 หายตัวไป ไม่มีใครเห็นตั้งแต่บ่าย”
ผมตกใจ “เกิดอะไรขึ้น ถ้ามีจริงจะซวยสุด ๆ”
โบตั๋นเดินมาพร้อมข่าว “เขาทิ้งโน้ตไว้หน้าห้องว่า ‘ไปดาดฟ้า’ แต่พวกเราล็อกประตูดาดฟ้าประกวดเล่าเรื่องผี เขาจะออกได้ยังไง?!?”
ผมรีบวิ่งหาพร้อมกวี หยก โบตั๋น และทีม จุดชนวนความอลหม่านเต็มพิกัด บางคนเข้าใจว่าคนนั้นโกรธที่โดนเอาของหมดอายุมายัดประตู บางคนคิดว่า ‘อาจปีนหลังคาหนี’ บางคนโทรหาแม่ให้ช่วย แต่มือถือเจ้าตัวดันวางไว้ในห้อง!
ระหว่างความวุ่นวาย บอมพ์ผู้จัดการหอเดินสวนมายิ้ม ๆ “สบายใจได้ เค้าไปเล่นบอร์ดเกมกับเพื่อนที่ห้อง 103 บ้านพี่ชาย บังเอิญหายไปไม่มีใครส่งข่าว”
เสียงถอนหายใจดังพร้อมกัน แล้วกลายเป็นเสียงหัวเราะโจ๊กใหญ่
“วุ้น นายมองโลกในแง่ดีขนาดนี้ยังไงก็ไม่มีวันหมดเรื่องวุ่น รอวันที่นายจัดงานสำเร็จแบบราบรื่นไม่ไหวแล้วล่ะ!”
ผมหัวเราะพร้อมเพื่อน “แต่รอบหน้า ขอสัญญาจะเช็คแผนสามชั้นก่อนโพสต์!”
“ไม่เป็นไรหรอกวุ้น หอเราได้หัวหน้าหอแบบนี้ อย่างน้อยไม่มีวันน่าเบื่อ” โบตั๋นยิ้ม หยกตบไหล่ผมเบา ๆ กวีถึงกับเอ่ย “ขอให้วุ้นจัดกิจกรรมทุกอาทิตย์ เผลอ ๆ หอห้องอื่นจะมาเรียนรู้วิธีบรรลัยของเรา”
เสียงหัวเราะดังลั่น ทุกคนช่วยกันเก็บของ ผมแอบขอบคุณเพื่อน ๆ ในใจ “ถึงจะวุ่นวาย เอะอะอลหม่าน แต่ก็มีรอยยิ้มเสมอ”
วันรุ่งขึ้น ผมได้รับข้อความจากบอมพ์ “เตรียมประกาศรับสมัครหัวหน้าหอคนใหม่รอปีหน้าไหมวุ้น?”
ผมพิมพ์ตอบไป “ปีหน้าคงไม่มีใครกล้ากดสมัครผิดละมั้ง!” เสียงแจ้งเตือนอีกอันแทรก “โอ๊ย! กวีเผลอลงชื่อแทนฉันแล้ววว!”
เสียงหัวเราะยังคงต่อเนื่องในหอพักสมใจหมาย ที่แม้จะวุ่นวายสักแค่ไหน แต่ก็ไม่มีวันเหงาเลยสักวันเดียว