หอพักนี้มีแต่เรื่อง
เสียงวุ่นวายดังกึกก้องในโถงหอพักเก่า ‘หอรัตติการ’ เมื่อวี เด็กปี 1 ผู้ฟุ้งซ่านและคิดมากเกินพิกัด ถูกลากกระเป๋ามาด้วยสภาพพะรุงพะรัง พ่อแม่วีถอยออกไปอย่างเร็วไว เหลือไว้แต่เสียงเข็นกระเป๋าและลมหายใจหนักหน่วงของวี
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!วีหยุดหน้าประตูห้อง 402 เหงื่อไหลพรม เขาเอามือจับกุญแจ ปรากฏว่ามันคือกุญแจห้อง 420 “อ้าว…แม่ให้ผิด!”
เมื่อนั้นเอง ประตู 402 แง้มออกอย่างไม่เต็มใจ โอ๊ค เพื่อนร่วมหอผู้หน้าตากล้าหาญ ผมหยิกตั้ง เสื้อกล้ามลายเสือ ออกมายืนเท้าเอว “จะเข้ามาไหม หรือจะแบนอยู่หน้าห้องต่อ?”
วีหน้าแดง หน้าดิ้นๆ “เอ่อ…คือกุญแจผมกับแม่สลับกันอะ”
โอ๊คยักไหล่ “เรื่องเล็ก เดี๋ยวแก้ได้” เขาตบไหล่วีแรงจนเกือบเซ “ฉันโอ๊ค อยู่ที่นี่มานานแล้ว รู้ทุกซอกทุกมุม”
วีดูไม่ค่อยเชื่อ “งั้น…เข้าไปได้เลยเหรอ?”
โอ๊ครับคำอย่างมั่นใจ “ห้องนี้น่ะ ฉันมี ‘กุญแจสำรอง’!” แล้วเขาหันไปขุดหาอะไรไม่รู้ข้างชั้นหนังสือ พรึบ! เจอเหรียญบาท
“เดี๋ยวๆ นั่นกุญแจสำรอง?” วีตาโต
โอ๊คกระซิบ “จะบอกว่า ฉันนี่ส่องกุญแจจนได้ ฉายา ‘โอ๊คมือไข’ เชียวนะ”
วีเกร็ง “มันจะดีเหรอ…”
ทว่าโอ๊คเอาเหรียญบาทงัดลูกบิดเก้าครั้ง ประตูเปิดจริง! ต่างตกใจคนละแบบ
พอเข้าห้องได้ วีรีบมองซ้ายขวาอย่างกังวล “มัน…ผิดกฎปะ?”
โอ๊คบอก “ห้องนี้กฎเดียวคือ อย่าให้ผู้ดูแลหอรู้ว่ากำแพงแอบมีรู”
ทั้งคู่หัวเราะนิ่งๆ วีวางของไม่เสร็จดี ประตูห้องข้างๆ ก็ดังขึ้น ‘เปี๊ยะแป๊ะ!’
“เฮ้ย…รู้สึกว่าเค้าทุบกันปะ?” วีกระซิบเสียงสั่น
โอ๊คขยิบตา “ยัยบัวห้อง 404 ชอบวางกับดัก หนก่อนฉันจะเดินไปห้องน้ำ ยังเผลอยืนเกือบสิบวิกลัวกับระเบิด”
วีเงียบ แต่สายตาทั้งกลัวทั้งฮา ไม่ทันไรกระเป๋าเป้เขาก็เปิดออกเอง หนังสือเรียนเทลงพื้น
โอ๊คหัวเราะสั้นๆ “ยินดีต้อนรับสู่หอรัตติการ ที่นี่ความซวยคือกิจกรรมประจำวัน!”
เวลาผ่านมาครู่หนึ่ง วีพยายามจัดของ โอ๊คนั่งกินขนมโดยไม่สนใจร่องรอยเล็กๆ บนพื้น วีพยายามจะเอาแปรงสีฟันไปวางในห้องน้ำแต่กลับหยิบขวดน้ำยาล้างห้องน้ำแทน
โอ๊คสังเกต “เรียนคณะอะไรเนี่ย มือไม่นิ่งเลย”
วีสูดลมหายใจ “เศรษฐศาสตร์…แต่เหมือนเศรษฐกิจที่บ้านจะพังหลังวันนี้อะ”
โอ๊คหัวเราะแล้วหยิบแปรงสีฟันของตัวเองมาถือ “เหลืออันเดียว งั้นใครชิงก่อนคนนั้นรอด”
วีรีบคว้าของเขากลับ “ไม่ต้องขนาดนั้นมั้ง!”
มือถือวีดังขึ้น แม่โทรกลับมาคุยเรื่องกุญแจอีกครั้ง วีพยายามกระซิบบอกแม่ว่าเข้าใจแล้วเดี๋ยวเคลียร์ได้เอง ขณะนั้นโอ๊คก็แอบฟังและเข้าใจผิดว่าต้องมีปัญหาใหญ่กับหอพักแล้ว
ทันใดนั้น ผู้ดูแลหอเดินมาเคาะประตู วีสะดุ้งตกใจ พูดลนลาน “โอ๊ค! เร็วๆ ผู้ดูแลมา เดี๋ยวเค้ารู้ว่าเราไขห้องเอง!”
โอ๊ครีบแกล้งทำเป็นนอนกลิ้งบนพื้น ส่วนวีซ่อนกุญแจปลอมลงในกระเป๋า ทุกอย่างดูจะโอเค แต่พอผู้ดูแลเข้ามา เหลือบเห็นเหรียญบาทดัดแปลง
“อ้าว ใครเอาเหรียญมาทำอะไรกับประตู?”
โอ๊คพูดเสียงเนียน “กำลังจะเล่นปั่นเหรียญครับพี่”
วีเสริม “ใช่ครับ จะตัดสินว่าใครจะออกไปซื้อข้าวเย็น”
ผู้ดูแลดูแล้วไม่เชื่อ “เอาเหรียญมาคืน”
หลังจากผู้ดูแลออกไปทั้งโอ๊คและวีแทบถอนหายใจพร้อมกัน โอ๊คหันมายิ้ม “เกือบไปละ แกนี่ประสาทเสียใช่ไหม?”
วีเถียง “มันก็กลัวอะดิ นี่เพิ่งมาครั้งแรก”
ทั้งคู่หัวเราะอย่างเหนื่อยอ่อน วีได้ไปที่ห้องครัวรวมเพื่อหาอะไรทาน โอ๊คตามไปด้วย หยิบถ้วยบะหมี่มาเขย่าๆ
ในครัวรวม โจ้และพราวจากห้อง 406 กับ 408 มาร่วมแจม ทั้งสองกำลังเถียงกันว่าข้าวกล่องที่หายไปเป็นของใคร
“มันของฉันแน่ๆ เจอแต่ถุงขนม” โจ้พูดเสียงเข้ม
พราวค้อน “ของฉัน ของแท้ ข้าวหมูแดง เข้มกว่าของแกแน่นอน!”
โอ๊ครีบแทรก “ไม่ต้อง กล่องข้าวคล้ายกันมันก็หลงกันได้ พ่อครัวคนเดียวกันปะ?”
วีสังเกต “แต่ข้าวผมยังอยู่นะ…” วีเดินไปหยิบกล่อง เห็นป้ายชื่อ ‘พ่อใหญ่แหลม’ ติดอยู่ งงหนัก
พราวกระซิบ “นี่…พ่อใหญ่แหลมอยู่ชั้นล่างนะ นายเอาข้าวขึ้นมาทำไม?”
ทุกคนกำลังจะอธิบาย เรื่องวุ่นก็เริ่มเกิดขึ้นเพราะกล่องข้าวมีทั้งหมดสี่กล่อง หน้าตาเหมือนกัน แต่ไม่มีใครรู้ว่าของใครกันแน่ ทุกคนพยายามเดาบางคนว่ามี ‘กลิ่น’ บางคนจำได้ว่าเทปติดกล่องไม่เหมือนกัน
วีเริ่มนอยด์ “หรือว่า…ข้าวทั้งหมดนี้ไม่มีของผมสักกล่อง?”
โอ๊คสวน “ถ้ายังไม่กิน ก็ไม่มีวันรู้!”
โจ้เสริม “แต่ถ้ากินผิดล่ะจะโดนด่า…”
พราวชี้ไปที่อีกกล่อง “เอาน่า ลองแบ่งกันกิน ใครโดนคนแรกคนนั้นโชคดี”
กลายเป็นกิจกรรมชิมข้าวเงียบๆ เสียงแกะกล่องข้าวดังผสมเสียงหัวเราะขื่นๆ ฮ่าๆ…กลิ่นปลากะปิลอยฟุ้งอยู่ในครัว ทุกคนพยายามเดากล่องของตัวเองแต่ดูยิ่งมั่วเข้าไปทุกที
หลังจากเหตุการณ์ข้าวปริศนา วีกลับห้องด้วยความกลัวว่าตัวเองจะถูกจับได้เรื่องไขห้อง โอ๊คพยายามปลอบำรุงใจ แต่บัวห้อง 404 ผ่านมาหน้าห้อง สะกิดเตือนว่าเห็นวีแอบทำอะไรอยู่หน้าห้องเมื่อเช้า
“จะบอกผู้ดูแลดีไหมนะ…” บัวพูดเรียบๆ แต่เสียงเย็นๆ
โอ๊ครีบบอก “พูดไปก็ไม่มีอะไร แกวี แค่ลนเท่านั้นแหละ โลกไม่ได้จับผิดนายตลอดเวลาหรอก”
วีเริ่มมีสีหน้ากังวลมากขึ้น
เวลาผ่านไป โอ๊ควางแผนว่าเพื่อกลบข่าวผิดวินัยของวีและตัวเอง จะต้องสร้างเรื่องใหญ่กว่า นั่นคือ “โครงการช่วยเพื่อน” ให้บัวกับโจ้เข้าใจผิดว่าวีเป็นนักอาสาเพิ่งย้ายหอเพราะจะจัดประกวดงานสันทนาการ
โอ๊คพูดแผนให้วีฟัง “เราต้องแกล้งทำตัวเป็นคนดีเกินจริง จะได้ไม่มีใครสงสัย”
วีหน้าเหวอ “…แกคิดว่าถ้ามั่วมากๆ ทุกอย่างจะดีเหรอ”
โอ๊คยักไหล่ “อย่างน้อยนายก็ตลกขึ้นในสายตาคนอื่น”
ระหว่างที่โอ๊คยุให้วีออกไปพูดกับทุกคนด้วยความเฟรนด์ลี่ วีกลับเครียดยิ่งขึ้น เริ่มพูดจาไม่รู้เรื่องกับเพื่อนข้างห้อง “เอ่อ…ผมแค่อยากถามว่าชอบกินข้าวหรือบะหมี่มากกว่าครับ?”
พราวตอบไม่ตรงคำ “ก็แล้วแต่อารมณ์…แต่วันนี้โดนแย่งบ่อย”
โจ้สวนกลับ “นายจะชวนออกไปหาอะไรกินหรือจะมาสืบข้าวเน่าฉัน?”
วีเงียบ … โอ๊คแอบหัวเราะเพราะเริ่มเห็นเค้าว่าการช่วยเพื่อนคือ ‘หายนะ’ มากกว่าจะเป็นการกลบข่าว
ในเย็นวันนั้น บัวเดินหน้าเครียดเข้ามาหาโอ๊ค บอกว่าผู้ดูแลเรียกประชุมด่วนเรื่อง ‘ความปลอดภัยของหอ’ หลังเหรียญบาทแม่กุญแจหายไปหนึ่งเหรียญ
วีตกใจ “เราทำหอเค้าเดือดร้อนจริงๆ ใช่ไหม?”
โอ๊คหัวเราะแห้ง “แค่นี้หอเขาไม่แตกหรอก เชื่อฉัน”
ช่วงประชุม ทุกคนมารวมตัว ผู้ดูแลเปิดประชุมด้วยคำถาม “ใครรู้เรื่องเหรียญที่ใช้ไขประตูบ้าง ขอให้มารับผิดด้วยตัวเอง”
โอ๊คกับวีมองหน้ากันอึดอัด โอ๊คกระซิบ “ถ้าปากแข็งไว้ ไม่มีใครรู้หรอก”
ขณะนั้นเอง บัวขยับมาใกล้ “เมื่อเช้าฉันเห็นคนสองคนหน้าห้อง 402…”
โจ้กับพราวเริ่มสงสัย โอ๊ครีบพูดเร็ว “คนหน้าห้องเยอะจะตาย ไม่แน่นหรอก”
ผู้ดูแลหอพูดขึ้น “พรุ่งนี้จะมีตรวจห้อง ใครซุกของไว้ จะถูกลงโทษห้ามออกนอกหอหนึ่งเดือน”
วีได้ยินแล้วแทบเป็นลมเพราะกลัวโดนลงโทษ โอ๊คยังคงคีพลุคชิลล์ “เดี๋ยวหาทางซ่อนเหรียญจนหาไม่เจอ”
คืนนั้น โอ๊คซ่อนเหรียญไว้ใต้พรมหน้าห้องน้ำ แต่ในเช้าวันถัดมา เจ้าหน้าที่หอกลับสะดุดพรมโยนเหรียญขึ้นไปบนเตียงได้พอดี เสียงเหรียญกระทบเสียงดัง ทุกคนหันขวับมาที่ห้องโอ๊คกับวี
วีเกือบร้องไห้ “จบแล้ว!”
หลังผู้ดูแลเก็บเหรียญไป โอ๊คโดนเรียกไปคุยแยก วีถูกว่ากล่าว วีขอโทษเสียงสั่นแต่ผู้ดูแลใจดี เอ่ยว่า “หอพักนี้ทุกคนเคยทำอะไรผิดพลาดบ้างเหมือนกัน แค่กล้ายอมรับ หอก็ให้โอกาสเสมอ”
เมื่อเรื่องคลี่คลาย วีและโอ๊คได้นั่งคุยกันเรื่องความผิดพลาดที่ผ่านมา โอ๊คยอมรับว่าสุดท้ายเขาเองก็ไม่ได้เก่งเรื่องเหล่านี้เลย แค่กลัวดูอ่อนแอ ส่วนวีเปิดใจว่าไม่ได้แค่กลัวกฎ แต่กลัวจะต้องอยู่คนเดียว
“คนอยู่หอ ก็คือต้องป่วนและช่วยกันแก้ปัญหานี่แหละ” โอ๊คกล่าวแบบหนักแน่นกว่าทุกที
วีหัวเราะเบาๆ “ขอบใจนะ อย่างน้อยมีใครสักคนจะทำให้เรื่องวุ่นวาย…กลายเป็นเรื่องฮาได้”
เสียงหัวเราะก้องในห้อง โจ้กับพราวมาเคาะประตู ชวนไปกินบะหมี่ วีถามว่า “เอาเหรียญปั่นหัวใครดีล่ะ มื้อนี้”
ทุกคนระเบิดเสียงหัวเราะ อบอุ่นและเป็นกันเอง ในที่สุดเรื่องร้ายแรงกลายเป็นเพียงความทรงจำดีๆ ที่หอรัตติการ…