เกาะแห่งเสียงไร้สี
เสียงคลื่นซัดกระแทกโขดหินในยามเช้าตรู่ แต่ถ้าใครตั้งใจฟังจะพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ เสียงนั้นเบาราวกับผ่านม่านหนา ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงลมหอบ มีแต่หมอกขาวปกคลุมชายฝั่งราวกับเวทีไร้บทสนทนา ร่างหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่อย่างเดียวดาย อากาศเย็นจนแสบปลายแขน ทุกอณูผิวเปียกชื้นเหน็บหนาว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เขาชื่อธีร์ แต่ตอนนี้เขายังไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มลืมขึ้นช้าๆ ธีร์กระวนกระวาย หอบหายใจแรง หัวใจเต้นรัว ใบหน้าเปรอะทราย เขาพยายามลุกแต่มือเท้าสั่นไหว ร่างกายทั้งหนักอึ้งทั้งสั่นกลัว เขามองซ้ายขวา ไม่มีใครสักคน ไม่มีอะไรคุ้นตา ไม่มีความทรงจำเหลือในหัวสมอง
จากหมอกขาว มีเสียงเท้าเบาๆ เดินใกล้เข้ามา หญิงสาวผมแดงอ่อนในชุดเสื้อคลุมยาวสีเทาหม่นหยุดยืนอยู่ห่างออกไปสามก้าว ดวงตาของเธอจ้องชายแปลกหน้าด้วยความกังวลปนกลัว เธอก้มลงวางผลไม้หน้าตาแปลกไว้บนทราย เอ่ยเสียงแผ่ว “คุณโอเคไหม”
ธีร์ไม่ตอบ เขากลั้นหายใจ พยายามระลึกอะไรสักอย่างแต่ภาพทั้งหมดว่างเปล่า หญิงสาวสังเกตเห็นความสับสนจึงนั่งลงข้างๆ “ชื่อฉันคือลิน” เธอกระซิบ “ที่นี่คือเกาะสเถียรอา”
ธีร์ยื่นมือไปหาราวกับเกาะความอบอุ่น “ผม…จำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ชื่อ…”
ลินยืนนิ่ง เว้นระยะจากเขาชั่วขณะ ก่อนเอ่ยด้วยแววตาเศร้า “ที่นี่ปลอดภัย ถ้าคุณไม่เดินลึกเข้าไปในป่า”
ทั้งคู่ต่างสังเกตความเงียบที่กดทับอยู่ หมอกคลุมรอบ คนสองคนประหลาดใจที่ไม่มีแม้แต่เสียงแมลง ลมหายใจของธีร์หนักอึ้ง ริมฝีปากเขาแตกแห้ง เขาลูบหน้าผากตนเอง
“ผมหิวน้ำ” เขาว่าเสียงเบา ลินล้วงขวดแก้วส่งให้ กว่าจะกล้าหยิบก็นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง มือของทั้งสองเกือบเฉียดกันแต่ลินหดมือก่อน
ธีร์ดื่มช้าๆ ดวงตาพยายามอ่านความรู้สึกของหญิงสาว เธอเบนหน้าหนี มองไกลออกไปในหมอก หัวใจของเธอเองก็สั่นไหว อดีตรุนแรงแวะเวียนมาในความคิด พลัดกระแสเสียงตะโกนเก่าๆ ที่วันนี้เงียบสนิทไปหมด
ในคืนแรก ลินปูผ้าห่มเก่าๆ ให้ธีร์ใต้เพิงไม้ใกล้ชายหาด ทั้งสองนั่งเคียงกันโดยมีแสงไฟฉายจางๆ คั่นกลาง ลินเงียบอึดใจ ก่อนจะกระซิบ “คุณ…อยากรู้ไหมว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
ธีร์นิ่งไป ริมฝีปากเขาเม้มแน่น สายตาเธอประสานกับเขา โทสะและความหวาดหวั่นในใจลินซ่อนอยู่หลังสีหน้ามึนตึง “ผมแค่…อยากรู้ว่าใครกันแน่ที่ผมเป็น” เขาตอบรับช้าๆ
ลินหลบตา ถอนหายใจ “คุณจะต้องค่อยๆ จำได้ ถ้าอยู่ที่นี่นานพอ…แต่บางความทรงจำนั้นอันตราย”
ไฟฉายดับลงพร้อมเสียงฟ้าร้องห่างออกไป ทั้งคู่ซุกตัวใกล้ หมอกยิ่งหนาขึ้นจนมองอะไรไม่เห็น ธีร์เผลอเอื้อมมือหาเธอ ลินขยับถอยหลัง
“ผมขอโทษ…ผมแค่กลัว”
ลินกลืนน้ำลาย สีหน้าแข็งกร้าวขึ้น เธอลูบบ่าตัวเอง “ที่เกาะนี้ ถ้ากลัว ต้องซ่อนมันไว้”
บรรยากาศอึดอัดเป็นหญิงสาวผุดยืนขึ้น เดินหายไปในหมอก ทิ้งธีร์ให้อยู่กับเสียงเงียบอีกครั้ง ชายในชุดเปื้อนทรายนั่งนิ่ง รู้สึกโดดเดี่ยวสุดขอบฟ้า
รุ่งเช้า หมอกเจือจางลงเล็กน้อย ธีร์เห็นแนวป่าเข้มตัดกับแสงสีเงิน ลินยืนหันหลังให้เขา กำลังเฝ้ามองเส้นขอบทะเล เธอพูดโดยไม่หันกลับมา “ความเงียบที่นี่กลืนกินทุกอย่าง แม้แต่เสียงหัวใจ”
ธีร์ลุกเดินเข้าไปใกล้ เงาตนเองทาบทับกับเงาเธอ “คุณอยู่ที่นี่มาก่อนผมนานแค่ไหน?”
ลินลังเล “ฉันเอง…ก็เหมือนกับคุณ ถูกทิ้งไว้ที่นี่”
สายลมเย็นโชยแรง ความหวั่นใจค่อยแทรกซึม ธีร์ขยับเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด “เราหนีจากที่นี่ได้ไหม?”
ดวงตาลินหม่นเศร้ากว่าเดิม “ไม่มีใครเคยหนีพ้น” เธอกระซิบ แววตาเธอล่อกแล่กเจือความกลัวที่ซ่อนไว้
ธีร์สังเกตการเก็บงำบางอย่างในน้ำเสียง เขาไม่ได้ถามต่อ เพียงยืนอยู่งั้นเป็นเพื่อนเงียบ ๆ
สองวันข้างผ่านไป ธีร์เริ่มคุ้นกับลินทีละน้อย แต่ลินก็ยังเว้นระยะ วิถีชีวิตบนเกาะคล้ายว่ามีบางอย่างควบคุม ทุกเช้าเสียงคลื่นจะค่อยๆ จางจนแทบไม่เหลือสิ่งใด กลางคืนจะมีเสียงแว่วแต่จับไม่ได้ว่าเป็นของอะไร ลินเก็บเห็ดและผลไม้จากชายป่า ส่วนธีร์พยายามจุดไฟด้วยหินแต่ไม่เคยสำเร็จ เขาโมโหตัวเอง ส่งเสียงสบถเบา ๆ ลินแซว “บางทีไฟที่นี่ไม่ชอบเสียงดัง”
ธีร์หัวเราะ เธอเองก็ยิ้ม เผยฟันขาวใต้ริมฝีปากเจ็บ “ฉันล้อเล่นนะ ที่นี่ทุกอย่างมัน…ผิดปกติไปหมด”
ธีร์เงียบไปชั่วครู่ “คุณกลัวอะไรที่สุดในที่นี่?”
ลินนิ่วหน้า “กลัว…ตัวเอง” เธอตอบช้า ๆ
ธีร์ชะงัก “ทำไมถึงกลัวตัวเอง?”
“เพราะบางครั้ง ฉันไม่แน่ใจว่าความจริงในหัวฉันคืออะไร”
ธีร์มองเธอ รู้สึกเปราะบางบางอย่างในคำตอบนั้น “ผม…กลัวว่าจะลืมทุกอย่าง แม้แต่ตัวเอง”
พวกเขานั่งนิ่ง ขยับใกล้กันอีกนิดในความเงียบที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
คืนหนึ่ง เสียงฝีเท้าประหลาดดังแผ่วในป่า ธีร์ตื่นกลางดึก ในขณะที่ลินหลับสนิท เขาค่อยๆ ลุกเดินออกไปนอกเพิง เงาดำเคลื่อนไหวในหมอก ทันใดนั้นเสียงกระซิบเบาหวิวรอบตัว “จำให้ได้…”
ธีร์เฉียดเดินตามเสียงไปถึงชายป่า ฝีเท้าหนักแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ฟ้าสีครามอมม่วง เครื่องจักรเก่าๆ ปรากฏออกจากเงา ความรู้สึกคุ้นกลับพลุ่งขึ้นในอก เขาแตะมือกับเครื่องจักรนั้นทันใด แรงสั่นสะท้านวิ่งเข้าสมองเป็นเส้นสายความทรงจำสั้น ๆ ใบหน้าหญิงอายุน้อยกำลังร้องไห้ เด็กชายเดินจากไปกลางสนามเด็กเล่น จากนั้นทุกอย่างมืดดับลงอีกครั้ง
ธีร์หันกลับพบลินมายืนมองอยู่ห่าง ๆ “เสียงกระซิบ…คุณเคยได้ยินไหม?” เขาถาม
ลินลูบแขนตนเองเบา ๆ “ที่นี่มันเล่นกับหัวใจเรา หลายคนลืมตัวเองและบางคน…กลัวจะหายไป”
หลังจากนั้น ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนร่วมทาง ธีร์เริ่มจำอดีตบางช่วงเวลาที่แปลกประหลาด ลินเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ด้วย เธอเองก็มีความลับ อารมณ์ของลินซ่อนอยู่ในแววตาเสมอ เธอหลีกเลี่ยงการสบตาเวลาตอบคำถามสำคัญ
วันหนึ่ง ขณะสำรวจลึกเข้าไปในป่าพบซากปรักหักพังเหมือนเมืองโบราณกลางป่า เสาอิฐกับกองโลหะสนิมเขียวแทรกอยู่ท่ามกลางเฟินสูง ลินหยุดเดิน “เราต้องไม่เข้าใกล้ตรงนั้น”
ธีร์ขมวดคิ้ว “แต่เราอาจพบคำตอบ…”
เธอส่ายหน้า เป็นครั้งแรกที่ลินพูดเสียงแข็ง “ข้างในนั้นมีบางสิ่งที่ฉันไม่อยากจำ”
ธีร์ลังเลแต่เดินเข้าไป ทันใดนั้นหมอกขาวหนาแน่นจนมองไม่เห็นอะไรนอกจากเงาตัวเอง หัวใจเต้นแรง สัมผัสเย็นเฉียบไล่ไปทั่วต้นคอ มีเสียงสะท้อนกลับจากส่วนลึกของหัวใจ “อย่ากลัว”
ภายในโบราณสถานนั้น ธีร์เห็นรูปปั้นหินตั้งอยู่กลางวงกลมหิน เปลวไฟสีฟ้าซ่อนอยู่ใต้ฐาน ลินวิ่งเข้ามาห้าม “ออกไป! ที่นี่ไม่ปลอดภัย”
แต่ธีร์กลับจับได้ว่าในแววตาลินมีบางอย่างเจ็บปวด “คุณเคยมาก่อน?”
เสียงของลินสั่น “ใช่ ฉัน…เคยมาที่นี่กับใครบางคนเมื่อหลายปีก่อน แล้วก็…สูญเสียอะไรบางอย่างตลอดไป”
ทั้งคู่ยืนในหมอก เสียงรอบข้างกลายเป็นความเงียบที่เจ็บปวด ธีร์อยากจับมือเธอแต่ไม่กล้า ลินถอยห่างอีกครั้ง
“ฉันไม่พร้อมเผชิญหน้าอดีต” ลินน้ำตาคลอ “คุณอาจไม่พร้อมเหมือนกัน”
ธีร์เงียบ รำพึงกับตนเอง “แล้วเราจะอยู่ที่นี่ไปอย่างนี้อีกนานไหม”
ทั้งคู่เดินออกจากป่า กลับสู่ชายหาด พวกเขาแบ่งขนมปังแห้งชิ้นสุดท้ายให้กัน ธีร์ยิ้มมุมปาก “บางที เราสองคน…อาจต้องช่วยกันหาทางออกจากเกาะนี้” ลินสบตา เห็นแววกลัวปะปนความหวังในดวงตา
เช้าต่อมา ฟ้าเริ่มโปร่งขึ้นเล็กน้อย ธีร์เสนอ “เราเริ่มต้นใหม่ได้ไหม?”
ลินนิ่ง หลบสายตาก่อนตอบ “ทุกครั้งที่เราพยายามเริ่มใหม่ หมอกก็กลับมาเสมอ”
ธีร์เดินเข้าใกล้ เธอไม่ถอยแล้ว “ถ้างั้น…เราต้องเผชิญหน้าหมอกนั้นด้วยกัน”
พวกเขาจับมือกันอย่างลังเล อุณหภูมิกายที่ต่างคนต่างโหยหาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ในขณะเดียวกัน เสียงฟ้าร้องเหนือเกาะดังขึ้นก้อง หมอกแตกสลายชั่วขณะ เผยให้เห็นซากสถานีวิจัยขนาดใหญ่ พวกเขากัดฟันก้าวเดินเข้าไปคล้ายถูกแรงผลักดันภายในจูงใจ
ประตูเหล็กขึ้นสนิมเปิดออกช้า ๆ เสียงชิ้นส่วนขัดกันลั่นเอี๊ยด ธีร์กับลินก้าวเข้าไป กลิ่นอับและไฟในเพดานสลัวสั่นไหว สายตาเจอโต๊ะทำงานเก่า เต็มไปด้วยแฟ้มปึกโต
ธีร์หยิบแฟ้มเล่มหนึ่งเปิด สัญญาณเตือนขึ้นหน้าจอ “ทดสอบล้มเหลว – ผู้สมัครหมายเลข 17: ธีร์ ปัญจพรหม” เขาตกใจจ้องชื่อที่ปรากฏในเอกสารนั้น ใบหน้าของตนเองในภาพถ่ายข้างชื่อ
ลินซ่อนหน้า หันหลังให้เหมือนอยากหนี ธีร์เดินเข้าใกล้ “นี่มันอะไรกันแน่? คุณรู้มาตั้งแต่ต้นใช่ไหม?”
ลินน้ำตาร่วง “ฉัน…ร่วมทดสอบกับคุณ แต่ฉันล้มเหลวและเป็นเหตุให้…”