พายุน้อยซอยหก: วุ่นรักวุ่นเรียนวุ่นฮา
เสียงโทรศัพท์มือถือดังสนั่นกลางคืนสงบ เสียงหัวเราะเจี๊ยวจ๊าวตีกันในห้องพักเล็ก ๆ ของหอซอยหก “เฮ้ย ปืน! นี่แกยังจะเล่นยูโน่อยู่อีกเหรอวะ เที่ยงคืนแล้วนะ!” โรจน์โวยวายแต่เสียงเหนื่อยใจมากกว่าโมโห ปืนหนุ่มร่างสูง ทรงผมเรียบร้อยเกินวัยรุ่น แต่อวดมั่นอย่างเห็นได้ชัด กำลังถือไพ่ชูขึ้นพลางแสยะยิ้ม “ใครจะเครียดเหมือนแกล่ะโรจน์ ชีวิตปีหนึ่งมันต้องเต็มที่!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อันนา สาวเปรี้ยวผู้เปลี่ยนสีผมทุกสัปดาห์นั่งไถมือถืออยู่ริมเตียง มองสองเพื่อนเถียงกันด้วยสายตาอยากจะขำแต่เก็บไว้ในใจ “นายสองคนขอเสียงเบาหน่อยได้ไหม เดี๋ยวป้ารปภ.มาตักเตือนอีก จริง ๆ คืนนี้ฉันมีประชุมออนไลน์อยู่ด้วยนะ”
เสียงแจ้งเตือนจากกลุ่มไลน์ “หอพักซอยหก” ดังขึ้น โรจน์อ่านแล้วยิ่งหน้าซีด “เฮ้ย ป้ารปภ.บอกใครเสียงดังอีกจะโดนฟ้องอาจารย์แน่!” ปืนยักไหล่ “เอาเหอะ ฉันไม่กลัว งานกลุ่มภาษาอังกฤษวันนี้หนักกว่านี้อีก!”
อันนาอดทนไม่ได้ สุดท้ายต้องยุ่งเรื่องของเพื่อน “ปืน นายจะยื่นงานทันไหม เห็นเมื่อเช้ายังไม่แตะอะไรเลยนะ…” ปืนขยับไหล่ขึ้น “แค่นี้สบายมาก ฉันเก่งอังกฤษตั้งแต่ ป.4 แล้ว สบายหายห่วง!” โรจน์แอบมองอันนา เกิดความคิดว่าเธอต้องหวังดีมากกว่าปกติ อาจเพราะสนใจเขาอยู่
รุ่งเช้าลมเย็นระเรื่อมที่หน้าหอพัก ปืนถือสมุดเดินกระหย่องกระเรี่ยงตั้งใจเข้าไปห้องเรียนอย่างสง่าผ่าเผย อันนาเดินสวนไปอีกตึก โรจน์รีบวิ่งตาม “อันนา เมื่อคืน…เอ่อ ฉันเห็นเธอเป็นห่วงปืนแบบนั้น เธอรู้สึกอะไรกับเขารึเปล่า” อันนาขมวดคิ้ว “คือฉันแค่ห่วงเพื่อนในกลุ่ม ไว้นายก็ช่วยบอกปืนให้เขียนงานหน่อย” โรจน์พยายามตีความ คิดในใจว่าเธออาจอาย
เที่ยงวันในโรงอาหาร มีกลิ่นข้าวไข่เจียวและเสียงจอแจ ปืนโยนกระเป๋าลงโต๊ะอย่างไม่แคร์ภาพลักษณ์และหันมาคุยกับอันนา “วันนี้ประชุมเชียร์อีกอ่ะ เธอไปไหมอันนา” อันนายักคิ้ว “ทำไม อยากให้เราไปเชียร์หรืออยากให้ช่วยเชียร์นายกันแน่” ปืนหน้าแดงก่ำ กลบเกลื่อนความรู้สึกด้วยการเปลี่ยนเรื่อง “ก็…ใครๆ เขาก็ไปกันหมดแหละมั้ง ฉันไม่อะไรมากหรอก” โรจน์นั่งนิ่ง ๆ ฟัง ใจเต้นแปลกๆ ตีความว่าอันนาชวนปืนด้วยความหึง
หยาดฝนโปรยปรายในเย็นวันหนึ่ง เมื่อทั้งสามคนออกจากคณะโดยพร้อมเพรียงกัน อันนาพลั้งปากบ่นเรื่องการบ้านภาษาอังกฤษอีกครั้ง ปืนถึงกับหลุดปาก “ฉันดูแลเรื่องนี้ได้ ไม่ต้องห่วงเธอเลย จริง ๆ ฉัน…” ปืนอึกอักแต่ไม่พูดต่อ โรจน์โดนกดดันทางสายตา รีบออกตัว “อันนา ฉันช่วยเธอได้นะ ไม่ต้องพึ่งปืนก็ได้…” อันนามองสองเพื่อนสลับกัน เกิดความงงในบรรยากาศกดดันแสนแปลก
ถึงเวลาเชียร์ประจำคณะ บรรยากาศฮาเฮ อันนานั่งหน้าเวที ปืนยืนข้าง ๆ แกล้งพูดเสียงดังทำเป็นไม่สนใจเธอ ทั้งที่พยายามเรียกร้องความสนใจแบบเนียน ๆ โรจน์นั่งห่าง ๆ ตาไม่กะพริบเฝ้าสังเกตปฏิกิริยาของเขาทั้งสอง ระหว่างการเชียร์ ปืนแอบเอาน้ำให้ อันนาเข้าใจว่าเขาแกล้ง โรจน์จดบันทึกลงสมุดว่า “สงสัยปืนชอบอันนาแน่ ๆ” พร้อมมโนไปไกล
เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวลือในห้องเรียนกระจาย คำซุบซิบวิ่งไปทั่ว “อันนาแอบชอบโรจน์!” บ้างก็ว่า “ปืนเพิ่งสารภาพรักอันนาเมื่อวาน!” เหตุเกิดเพราะสมุดบันทึกของโรจน์หล่นและใครบางคนเอาไปเผยแพร่ ปืนกับอันนาออกอาการงง ว่ามีอะไรกำลังเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างพยายามตอบโต้ข่าวลือแบบงง ๆ ส่งผลให้ความเข้าใจผิดบานปลายไปในวงกว้าง
กลุ่มเพื่อนในหอพักเริ่มมองทั้งสามแบบล้อ ๆ อันนาไม่อยากโดนจับคู่จิ้นเลยออกตัวสำทับ “นายทั้งสองเอาไปเคลียร์กันเองนะ ฉันไม่เกี่ยว” ปืนมั่นใจผิด ๆ “เดี๋ยวฉันจัดการเอง!” โรจน์เดินวนในห้อง ทบทวนทุกสายตา ทุกประโยค คิดมากจนปั่นป่วน
สองวันต่อมา กลุ่มเพื่อน ๆ หลายคนจัดประชุมลับในห้องพัก “วันนี้ต้องเคลียร์ให้จบ ไม่งั้นข่าวลือไม่หยุดแน่!” แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งเข้าใจผิดโรจน์กับปืน แบบว่าเหมือนแข่งกันจีบอันนา อันนาได้ฟังยิ่งเครียด “ฉันจะลาออกจากกลุ่มนี้จริง ๆ นะถ้ายังไม่จบ”
ในคลาสภาษาอังกฤษ อาจารย์ซักถามเรื่องงานกลุ่ม ปืนรีบส่งงานแบบเงอะงะ “ผม…เอ่อ ผมขอโทษครับ งานยังไม่เสร็จ อันนาอยากให้ผมช่วยเลยมัวแต่…เอ่อ” อันนาหยิบเอกสารออกมาเอง ไม่พูดอะไร ปืนหันไปหาโรจน์ ขอให้ช่วยพูดอังกฤษให้หน่อย โรจน์ตอบสั้น ๆ “แกพูดเองเหอะ รู้สึกว่าจะมั่นใจนี่”
สถานการณ์บานปลาย เมื่อกลุ่มรุ่นพี่เอารูปนั่งกินข้าวด้วยกันของทั้งสามไปโพสต์ พร้อมแคปชั่น “สามเส้าหอหก” ทุกคนในมหา’ลัยเริ่มคุยกันใหญ่ ปืนพยายามเคลียร์ข่าวผ่านช่องเพื่อน แต่ยิ่งแก้ยิ่งมั่วนิ่ม บางคนหลุดพูด “เพื่อนเคมีเข้ากันแบบนี้ จีบกันไปเหอะ” โรจน์หน้าแดง อันนาเริ่มเบื่อแบบเห็นชัดๆ
หลังเวลามืดค่ำ โรจน์นั่งเล่นคอมพิวเตอร์ พิมพ์ทบทวนความรู้สึก เขียน mail ส่งถึงตัวเอง “อันนาเป็นแค่เพื่อน…แต่ใจก็สั่นทุกครั้งที่สบตา ควรทำไง” ปืนแอบเห็น “นายคิดไปเองหรือเปล่าวะโรจน์ แค่เธอฝากงานให้ก็ไม่ได้แปลว่าเธอชอบนะ” โรจน์จ้องหน้า “แต่เธอไม่ฝากงานกับนาย…” ปืนแอบหนักใจแต่ปากไม่ยอมรับ
รุ่งเช้าต่อมา อันนาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเครียด ๆ “เมื่อคืนพวกแกสองคนไปบอกอะไรใครไว้บ้าง ฉันโดนเพื่อนถามว่าฉันชอบใครอีกแล้ว!” ปืนปฏิเสธเสียงแข็ง “ฉันเปล่าเลย อาจจะเป็นโรจน์มากกว่า เค้าเขียนสมุดตกไว้เองนะ” โรจน์รีบแถ “มันเป็นบันทึก เพื่อการศึกษาทางจิตวิทยา…” อันนาชูคิ้ว “ทางจิตวิทยาเหรอ? สรุปคืออะไร!” สองหนุ่มอ้ำอึ้ง
คืนนั้น ปืนเดินเข้ามาหาโรจน์ที่ระเบียง ตัดสินใจสารภาพ “นายชอบอันนาใช่มั้ย” โรจน์ดีดตัว “แกต่างหาก! อย่าดึงฉันเข้าไปเกี่ยว” ต่างคนต่างปฏิเสธอย่างขัดแย้ง แต่อันนาได้ยินทั้งหมดผ่านหน้าต่างห้องน้ำ นิ่งคิดว่าควรอธิบายทุกอย่างให้เคลียร์
วันต่อมาในห้องพัก อันนารวบรวมเพื่อน จัดเวทีประชุมเล็ก ๆ “ฟังนะ ฉันเป็นเพื่อนกับพวกนายจริง ๆ ไม่มีอะไรเกินเกินไป ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น ขอร้องให้ข่าวหยุดซะที” ปืนสงบลงด้วยความโล่งใจ โรจน์เริ่มหน้าเสีย “ฉันคงคิดมากไปเองจริง ๆ ขอโทษนะที่ทำให้วุ่นวาย”
ปืนยิ้มแห้งพลางมองอันนาตรง ๆ “ขอโทษเหมือนกันที่บางทีฉันพูดจาไม่ตรง ๆ” อันนา “ขอบใจนะ แค่อยู่ด้วยกันแล้วทำอะไรตลก ๆ แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ” โรจน์ขมวดคิ้ว “นายจะไม่สบตาฉันอีกแล้วเหรอ?” ทุกคนหัวเราะคลายเครียด
ข่าวลือค่อย ๆ เงียบไป แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสามกลับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทุกคนต่างหัวเราะถึงความวุ่นวายที่ผ่านมา ปืนกับโรจน์กลายเป็นดีเบตคู่ใหม่ประจำหอ อันนาแซว “สองคนนี้ถ้าไม่มีฉัน แกทะเลาะกันจนหอนี้แตกแน่” ทุกคนนั่งหัวเราะกันในห้องพัก จบวันด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ไม่มีใครยอมต้มตามวิธีบนซอง
คืนวันศุกร์หลังสอบ ปืน โรจน์ และอันนานั่งกินขนมกันริมระเบียง มองไฟตึกเรียนในค่ำคืน “เฮ้ ถ้ามีคนเพิ่งเข้าห้องนี้ เขาจะคิดว่าพวกเราเป็นแก๊งประหลาดแค่ไหนนะ” โรจน์ตอบ “ประหลาดแต่ก็คงสนุกล่ะ” อันนายิ้ม “แค่เป็นเพื่อนกันได้แบบนี้ ก็ดีที่สุดแล้วล่ะ”
ปืนหันมาทำเสียงลับ ๆ “ใครจะชงกาแฟบ้างคืนนี้!” อันนาหัวเราะ “จะไม่ทำงานแล้วเหรอ?” โรจน์ “พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” ทุกคนผ่อนคลาย บรรยากาศอบอุ่นวิ่งผ่านสายลม
เสียงหัวเราะสุดท้ายดังขึ้น เมื่อปืนเลียนเสียงป้ารปภ. “เสียงเบาหน่อย!” ทุกคนระเบิดหัวเราะ เงียบชั่วครู่ก่อนที่ประตูจะมีเสียงก๊อก ๆ … “เสียงเบาหน่อย!” ส่งท้ายคืนด้วยความป่วนที่ไม่จบไม่สิ้น แต่ทุกหัวใจเต็มไปด้วยมิตรภาพ