แผนเพื่อนรัก ป่วนจนหัวหมุน
เสียงเรียกเข้ารัวของมือถือปลุกยอดชายกลางห้องหอพักที่รกสุดใจ ชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปข้างเตียงเหลือซุปเบลอๆ กับขวดน้ำตกราดพื้น ยอดขยี้หัวงัวเงีย ตอบไลน์แบบไม่ได้ดูชื่อ “ว่าไง ไอ้ม่อน มีอะไรก็ว่า ช่วงสอบนี่ไม่มีใครว่างหรอกนะ”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงปลายสายรีบสวน “ไอ้ยอด! กูจะบ้าตายแล้ว มึงต้องช่วยกู ไม่งั้นกูไม่รอดแน่…”
“ซ้อมบอลอีกแล้วเหรอ มึงก็แค่ไหว้โค้ชแล้ว…”
“ไม่ใช่! เรื่องใหญ่ว่ะ! กูจะสารภาพรักกับพี่มิววันนี้!” ม่อนเสียงสั่น ยอดหลุดหัวเราะ “กูขอขำสักทีนึง กูไม่ค่อยได้ยินเรื่องกล้าๆ จากมึงเลยนะ”
ม่อนเงียบไป จนยอดต้องหยุดหัวเราะ “พูดจริงจังด้วย กูกลัวจะเสียเพื่อนอะยอด คือ….ถ้าพี่มิวเขาปฏิเสธ กลับมาเล่นเกมด้วยกันมันจะเขินมั้ยวะ?”
เสียงประตูห้องเปิดผลัวะ ไผ่ เพื่อนร่วมห้องยอดเดินหน้าตึงเข้ามา “จะคุยเรื่องความรักต้องเบาเสียงหน่อยได้เปล่า ห้องข้างๆ จะนึกว่าพวกเราคุยเรื่องหุ้นนะมึง”
ยอดลุกขื้น “โอเค เอางี้! กูมีแผนเทพ เชื่อกู วันนี้พี่มิวตกเป็นของมึงแน่!”
ม่อนลังเล “แผนกูเคยเห็นแค่ในหนัง…”
ไผ่สอดขึ้น “หนังอย่างเดียวที่พวกมึงดูคืออะไรนะ กลยุทธ์พิชิตหนี้น่ะเหรอ?” ยอดยักคิ้ว “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวนี้ต้องเดินแผนจริง ไม่ใช่ฝัน”
ม่อนถอนใจ “ขอแบบไม่มีโดนดักหน้าเตะนะ กูยังอยากจบดี”
เสียงในกลุ่มไลน์ครึกครื้น ทุกคนพร้อมใจกันสมรู้ร่วมคิดทั้งที่ยังไม่รู้แผน
แผน “บังเอิญเจอ” เริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ “เดี๋ยวนะ กูต้องไปนั่ง ‘เผลอ’ อยู่หน้าห้องพี่มิวใช่มั้ย” ม่อนถามเสียงเบา ยอดปรับแว่น “แค่แกล้งเหมือนเดินหลง สร้างสถานการณ์ให้พี่มิวสนใจ กู กับ ไผ่แอบถ่ายวิดีโอให้ดูท่าที เชื่อกูดิ ไม่มีเฟล”
ม่อนหน้าเขียว “แล้วถ้ากูโดนถามว่า มาทำอะไรแถวนี้?”
ยอดยิ้ม “ก็พูดความจริงสิ มึงจะไปสารภาพรัก เกรงใจความจริงต่อหน้าความรักไม่ได้นะเว้ย!” ไผ่หัวเราะสั้น “เดี๋ยวได้เจอความรักกับความอายพร้อมกันแน่”
ทีม “สายลับ” เคลื่อนตัว ยอดเดินนำ คอยเช็กทาง ไผ่ดันม่อนให้เดินสุดปลายทาง “ใจเย็นก่อนได้มั้ย กูกลัวขาไม่พอเดินกลับ” ม่อนเสียงสั่นสุดขีด
ทันทีที่ม่อนเดินถึงหน้าห้องชมรมศิลปะ เขาแทบอยากหันหลังหนี เหงื่อเย็นซึมหลังมือ ยอดส่งสายตาให้กล้าเดินต่อ ม่อนทำหน้าเหมือนคนหลง ทันใด เสียงใสๆ ดังขึ้น “น้องมีอะไรให้ช่วยรึเปล่า?” พี่มิวเดินตรงมา
สถานการณ์ตรงหน้าดันแตกต่างจากที่ซ้อมไว้ ม่อนหน้าเหวอ อ้ำอึ้ง “เอ่อ…คือ…พี่ครับ ผม…ผมหลงมาแถวนี้…”
พี่มิวหัวเราะ “มหาลัยนี้มันมีแยกเยอะเหรอเนี่ย แต่อยู่ปีสามแล้วดูหลงทาง” ม่อนหัวเราะแห้ง เครียดจนต้องหันไปหายอดกับไผ่ แต่เพื่อนคู่หูดันหลบไปหลังกระถางต้นไม้ ม่อนคิดในใจว่า ‘อย่างนี้กูตายแน่’
ยอดกระซิบจากมุมอับ “พูดชื่อพี่มิวเลย!” ม่อนตะโกน “ผม…จะมาหา…เอ่อ…พี่มิวครับ!” พี่มิวหรี่ตา—“แล้ว?”
แผนแตกตั้งแต่ครั้งแรก พี่มิวฟังไม่ทัน ชวนม่อนไปเวิร์กชอปศิลปะ ซึ่งเขาดันเปื้อนสีฟ้าเต็มมือโดนเสื้อม่อนเรียบร้อย ไผ่หลุดขำ ยอดกัดฟัน“ไม่ต้องเครียด สีล้างออกเอง” แต่คราวนี้ ม่อนเลยโดนชวนช่วยยกของต่อ—สารภาพไม่ได้สักที
ระหว่างช่วยยกกระดานวาดภาพ ม่อนตีความผิด คิดว่าพี่มิวกำลังทดสอบความอดทน ก่อนจะพูดอะไรมั่ว “พี่…ผมฟิตร่างกาย เพราะอยาก…ยกความรู้สึกไปให้พี่” ไผ่ปิดปากกลั้นหัวเราะ ยอดแทบสำลักน้ำ
พี่มิวทำหน้าเหวอ ก่อนจะแซวกลับ “โอ๊ย น้องนี่ตลกนะ เอ๊ะ หรือเตรียมประกวดโดดสูง?”
มือลื่น ไผ่กระแทกกระดานล้ม ลากสีแดงเป็นเส้นยาวบนพื้น พี่มิวหันไปดุม่อน “นี่แผนแกล้งขโมยงานศิลป์ใช่มั้ย?” ม่อนส่ายหัว “เปล่าครับ ผมแค่อยาก…เอ่อ…อยู่กับพี่เฉยๆ”
ยอดส่งซิก “มือสองข้างกุมอก!” ไผ่เหล่ตามอง “เวอร์ละ” แต่ม่อนทำตาม ผลคือ สีเปื้อนอกเสื้อเต็มๆ พี่มิวหัวเราะ “ตกลงน้องเล่นละครเวทีหรือมาเวิร์กชอป?”
เสียงโทรศัพท์พี่มิวดังขึ้น ต้องรีบรับสาย ม่อนเลยฉวยโอกาสถอย ยอดจูงออกมาไกลๆ “กูว่าวันนี้พอแค่นี้เถอะถถถ” ไผ่ตอบติดตลก “แต่ถ้าต่ออีก เดี๋ยวพี่มิวคิดว่าเป็นพิธีกรรายการตลกนะมึง”
ม่อนนั่งกุมขมับ “โดนสีสองรอบ ไม่ได้พูดสักคำ แผนที่ว่าเทพคือหยิบผิดล่ะมั้ง”
ยอดเช็กกล้องมือถือ—ภาพคลิปสุดวุ่น โดนมือบังบ้าง กล้องสั่นบ้าง ไผ่ถอนหายใจ “ไม่ได้เป็นสายลับแม่บ้านจอมตุ้มแน่ๆ มึงสองคน”
ตอนเย็น กลุ่มสามคนตั้งวงระดมสมองกันที่ร้านกาแฟ ยอดร่ายเหตุผล “เราต้องเก่งเรื่องวางแผนกว่านี้ ถ้ามึงไม่กล้าพูดตรงๆ เปลี่ยนเป็นเขียนจดหมายก็ได้” ม่อนผงกศีรษะ “จดหมายเลยเหรอ ยุควินเทจแบบนี้ใช่มั้ย”
ไผ่วางถุงขนมบนโต๊ะ “เขียนมือสักหน่อย เพียวๆ ไปเลย”
แผนจดหมายถูกสรุป ยอดรับหน้าที่แต่งข้อความ “รักแรกพบบนสนามบาส…” ไผ่แทรก “เอาให้เหมือนมนุษย์พูดหน่อย”
แต่ในระหว่างร่างจดหมาย ม่อนดันพิมพ์ผิดส่งไปกลุ่มไลน์สาธารณะของคณะว่า “พี่มิวครับ ผมขอเป็นนักศึกษาฝึกงานในใจพี่ได้มั้ย” ยอดหน้าซีด ไผ่เอามือกุมขมับ ม่อนเบิกตากว้าง
โทรศัพท์สั่นสะเทือน ข้อความตอบกลับพุ่งรัว “โอย รู้แล้วนะว่ารุ่นน้องห้องไหน” “สุดยอดกล้าคนนี้แหละ” “โดนแล้ววว”
ไม่นาน เฟรชชี่กลุ่มเพื่อนเริ่มฮาแตก ม่อนหน้าชา ยอดพยายามหาวิธีลบข้อความ แต่ไม่ทันแล้ว ไผ่พึมพำ “เดี๋ยวก็กลายเป็นตำนานเฟรชชี่แล้วมึง”
คืนนี้ เต็มไปด้วยแผนสำรองที่สลับซับซ้อนขึ้นตามระดับความพัง ยอดเสนอ “เอางี้ ให้ไผ่ปลอมเป็นมิวลับหลังในแชท” ม่อนรีบบอก “ใจเย็น กูไม่อยากโดนแจกบาปหนักเปล่าๆ”
แผนใหม่คือ สร้างสถานการณ์ฮีโร่ ยอดวางบีบแตรจักรยานในโรงอาหาร แล้วให้ม่อนเข้าไปช่วยพี่มิวที่ “กำลังโดนงูปลอม” ไผ่หรี่ตา “มึงจริงจังกับแผนตรรกะกลับหัวนะเนี่ย”
กลางโรงอาหาร แผนลับเริ่มต้น ยอดแอบมอง ไผ่โยนงูพลาสติกใต้โต๊ะ ม่อนเดินอ้อมไปด้านหลังพี่มิว พยายามตะโกน “ระวังครับ!”
แต่พี่มิวเข้าใจผิด เธอหันกลับ “หรอ น้องจะเตือนว่าโต๊ะโยกใช่มั้ย ขาโต๊ะมันหักตั้งแต่เช้าแล้ว ทุกคนในคณะรู้หมด”
ไผ่หน้าแดงหู “ทำไมเรื่องนี้กูไม่รู้!” ยอดแย่งตอบ “เพราะมึงเรียนคณะวิศวะไง เขาไม่ได้ซ่อมเฟอร์นิเจอร์”
แผนฮีโร่ล่มไม่เป็นท่า พีคสุดเมื่อมีอาจารย์เดินผ่านมา งูพลาสติกหล่นลงพื้นตามจังหวะ คนในโรงอาหารเหลือบมองตาม ยอดรีบเก็บซากอุปกรณ์ แอบบ่น “เดี๋ยวกูจะไม่ยุ่งแผนช่วยเหลือใครอีก”
จนค่ำ สามคนกลับมานั่งที่หอพัก ไผ่ถอนใจ “ชาไข่มุกช่วยอะไรไม่ได้เลยนะวันนี้” ม่อนพึมพำ “กูว่าตอนนี้จะสายไปป่าว ไม่กล้าสบตาพี่มิวอีกแล้ว” ยอดยิ้ม “ทุกอย่างล้มเหลวโดยสมบูรณ์ แต่กูว่ามึงจะได้กำลังใจใหม่แน่นอน”
วันต่อมา ม่อนตั้งใจไปขอโทษพี่มิวและบอกความจริงทั้งหมด พี่มิวยิ้มอย่างเข้าใจ หัวเราะกับความพยายามและความซื่อ “น้องกล้าแบบนี้พี่ก็เอ็นดูนะ เอาไว้คราวหน้ามานั่งวาดรูปกับพี่ แล้วเล่าเรื่องความพยายามให้ฟังใหม่” ไผ่กับยอดเดินเข้ามาสมทบ “ขออภัยในความปั่นป่วนของกลุ่มพวกเรา”
ทุกคนยิ้ม ยอดแกล้งกระซิบ “ปีหน้าถ้ามึงสารภาพอีก เอาแบบไม่ต้องมีแผนมั่วๆ แล้วนะ” ไผ่สรุป “ถ้าแผนทำให้ขำได้แบบนี้อีก พี่มิวจะเลิกใจดีแน่!”
สามเพื่อนรักเดินออกจากชมรมศิลปะ ไผ่หันมายิ้ม “อย่างน้อยเราก็สร้างความทรงจำขำๆ ตอนมหาลัย เรื่องเล่าได้ยันลูกยันหลาน” ม่อนพยักหน้า “ถ้าได้แฟนคือความสำเร็จ แต่แค่กล้าก้าวออกมาก็เจ๋งสุดแล้วล่ะ”
ยอดปิดท้าย “ทุกอย่างอาจพัง แต่เพื่อนดีคือกำไรแท้จริง” ทุกคนหัวเราะ พร้อมเก็บไว้อีกหนึ่งตำนานมหาลัยในชีวิต