ในวันที่ฝนหล่นที่ห้องสมุดกลาง
เสียงฝนปะทะกระจกชั้นสามของห้องสมุดกลาง มหาวิทยาลัยทุ่งสนในเย็นวันพฤหัสฯ วายุยกหูฟังออก กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบจิตวิทยา สายตาเขาหยุดที่บานกระจกตรงข้าม เด็กสาวท่าทางขี้เล่นนั่งพิงกระจกอยู่ก่อน มีขวดอะคริลิกกับปากกาหลายสี เธอกำลังวาดอะไรลงบนกระดาษภาพคนที่นั่งข้างๆ ตัวเอง วายุเหลือบตามองก่อนจะก้มหน้าต่อ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ฝนเหลียวมองทุกคนที่เข้าห้องสมุด เธอยิ้มให้บรรณารักษ์และกระโดดหย่อนขนมลงบนโต๊ะวายุ แล้วพูดเบาๆ “พี่คนเดียวใช่มะที่ไม่ขำมุกอาจารย์วันนี้” เขาชะงัก คิ้วขมวด “ขอโทษนะ ผม…”
“หยอกๆ ค่ะ เครียดเนอะ พี่โฟกัสโลกรอบตัวมากไปไหมคะ เดี๋ยวโลกก็ไม่เห็นพี่เหมือนกัน” เธอหัวเราะเสียงอ้อมแอ้ม วายุแอบถอนใจ ลอบมองรูปที่เธอวาด รูปคนเหงาในชั้นหนังสือ
ฝนกลับไปพิงกระจก กดโทรศัพท์ วายุเปิดมือถือบ้าง เห็นชื่อไลน์ของเธอมี emoji สายรุ้งข้างชื่อ “ถ้ามีปาฏิหาริย์ได้ ขออะไร” ฝนถามพลางวาดรอยยิ้มเล็ก ๆ วายุอยากตอบแต่หุบปากเงียบไว้
พวกเขานั่งนิ่งจนฝนลุกขึ้น โบกมือแล้วเดินออกไป
วันต่อมา ฝนไปวาดรูปข้าง ๆ วายุอีก หยิบหนังสือเรื่อง “การให้อภัยตัวเอง” ออกมาอ่านข้างๆ เขา วายุถาม “อ่านทำไม” ฝนหันมา “เพราะหนูเคยทำผิดนะสิ” เธอยิ้มเหมือนทุกอย่างไม่สำคัญ เขาเงียบนิ่ง สงสัยแต่ไม่ถามต่อ
อาทิตย์ต่อมาการสอบใกล้เข้ามา ฝนเอากาแฟมาให้วายุ “อ่านดึกใช่ไหม” วายุรับแก้ว ผงกหัวขอบคุณ
“เคยกลัวแบบตื่นมามัน…ไม่เหลือใครไหม” ฝนน้ำเสียงอ้อยอิ่ง วายุมองมือเธอที่แตะขอบแก้ว ไม่กล่าวอะไร แต่สายตานั้นรับคำถามนั้นไว้
ระหว่างฝนวาดภาพคนถือร่มใต้สายฝน ถือสมุดสเกตช์มาแปะผนังใกล้โต๊ะวายุ สายฝนภายนอกยังคงลงเม็ด ฝนพูดพลางก้ม “บางทีฝนตกเพราะฟ้าอยากได้ยินเสียงตัวเองบ้าง…” วายุถาม “แล้วฝนใช่ไหมที่อยากพูดแต่ไม่มีใครฟัง”
บ่ายวันหนึ่งฝนเอาขนมปังปิ้งมาวางข้างวายุ “ชอบเนยหรือแยม” เธอถาม
วายุลังเล “แยม…มั้งครับ”
“งั้นวันนี้กินแยม” ฝนนั่งริมหน้าต่าง “วายุ ยิ้มให้ตัวเองบ้างไหม”
“ทำไมต้องยิ้มล่ะ” เขาขยับตัวน้อยๆ
“เพราะบางทีคนเราลืมว่าตัวเองน่ารักไง” ฝนไม่สบสายตาแต่หัวเราะเบาๆ
ช่วงเวลาผ่านไป ฝนกับวายุนั่งเงียบด้วยกันยาวขึ้นในห้องสมุด ความสบายใจไม่มีคำพูด
คืนหนึ่งฝนลงจากรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัย วายุนั่งรอนาน ฝนหัวเราะ “ขอโทษที โทรศัพท์ดับ ฮือ วันนี้โดนอาจารย์ดุแรงเลย”
“เขาไม่รู้เราพยายามขนาดไหนหรอก” วายุเอ่ย ฝนจ้องหน้าเขา แต่เปลี่ยนเรื่องทันที “หิวไหม ไปกินโอวัลตินร้านมณีไหม”
พวกเขาเดินไปด้วยกัน รอบข้างมืดเงียบ ฝนเล่าว่ามีความฝันจะเปิดแกลเลอรี่เล็กๆ ริมคลอง วายุบอกว่าอยากสอบติดทุนไปเรียนปริญญาโทเมืองนอก ฝนหัวเราะ “ฝันของพี่มันใหญ่ดีเนอะ”
วายุทำท่าคิด “ฝันเล็กก็อบอุ่นนะ” ฝนตาเป็นประกาย
คืนต่อมา ฝนเอาโปสการ์ดวาดเองมาให้วายุ “อย่าให้ฝันหายไปกับฝนตกละกัน” เธอพูดขณะดูกล่องจดหมายหน้าห้องสมุด
วายุไม่พูดอะไร เพียงแต่หยิบโปสการ์ดนั้นเก็บไว้ในหนังสือ เมื่อฝนเดินห่าง วายุมองตามไหล่เล็ก ๆ ที่เหมือนจะโดนฝนกลืนหายไป
หลายสัปดาห์ผ่าน ฝนและวายุเริ่มห่างกัน ฝนมีเพื่อนใหม่ในชมรมศิลปะ เธอสอนเพื่อนวาดภาพ เขาต้องเข้าห้องสอบเตรียมงานจบ วายุเริ่มรู้สึกวูบโหวง ฝนเปิดรูปถ่ายกับเพื่อนใหม่ในอินสตาแกรม ไม่ได้ตอบแชตเขาเหมือนเก่า
วันหนึ่ง ฝนมาเจอวายุนั่งกินข้าวกับเพื่อนชายคนใหม่ ที่มีทีท่าสนใจวายุผิดปกติ “ฝน ไม่ลงรูปวาดกับเราบ้างเหรอ” เพื่อนถาม ฝนหัวเราะ “ใครมีเวลามาวาด วายุไม่พูดหรอก”
ระหว่างที่ฝนกับวายุสบตา สายตาเต็มไปด้วยความลังเลและคำถาม ฝนเอ่ยถาม “อย่าเงียบใส่หนู เวลาไม่เห็นกันแบบนี้…ใจมันแปลกๆ”
“ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไร” วายุตอบเสียงเรียบ
ฝนเดินออกไปทิ้งไว้แต่กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ
อาทิตย์ถัดมาฝนเลี่ยงเจอวายุ เหตุการณ์เริ่มระหองระแหง วายุส่งข้อความถาม “ฝนเป็นอะไร” เธอตอบกลับ “เหนื่อยกับชีวิตบ้าง…พี่ไม่เคยเหนื่อยเหรอ” เขาพิมพ์แต่ลบข้อความนั้นก่อนส่ง หัวใจของเขาเต้นรัว นอนไม่หลับทั้งคืน
วันสอบสุดท้ายฝนไม่ได้มา ห้องสอบว่างเปล่า วายุมองโต๊ะข้าง ๆ ที่ฝนชอบนั่ง น้ำตาแทบคลอ ฝนหายไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม
คืนต่อมาวายุเดินที่สะพานข้ามคลองบรรยากาศเย็น ฝนยืนเหม่อมองน้ำ เธอกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ วายุเดินเข้าหาแล้วยืนข้างๆ
“บ้านฝนกำลังย้ายไปใต้…แม่ป่วย หนูต้องกลับไปนานแน่ ๆ” ฝนพูดเสียงเบา
“แล้วฝันของฝนล่ะ” วายุถาม
ฝนกลั้นน้ำตา “บางฝันมันต้องวางไว้ก่อน พี่เคยต้องทิ้งความฝันไหม”
“ทุกคนเคย” เสียงเขาสั่น วายุใจหาย เพราะไม่แน่ใจว่าการจากลานี้คือจุดจบหรือไม่
ฝนส่งกระดาษชิ้นเล็กๆ “เราเคยผิดกับคนที่รักมาก…แต่ตอนนี้หนูอยากให้อภัยตัวเอง” วายุหลับตา สูดลมหายใจ “ผมเองก็เหมือนกัน”
ฝนเดินเข้าไปกอดวายุเบา ๆ สองแขนกอดกันเงียบ ๆ ท่ามกลางเสียงฝนพรำ สายตาสองคนแน่นิ่ง ไม่มีการสารภาพ ไม่มีรอยจูบ เพียงหัวใจที่เปิดออกโดยไม่ต้องพูด
หลังวันนั้นวายุกลับมาอ่านหนังสือที่เดิม เปิดโปสการ์ดฝน สัมผัสได้ถึงเสียงฝนในใจ
สามเดือนผ่านไป วายุเรียนจบ ฝนส่งภาพวาดวิวทะเลมาให้ “ฝันยังอยู่ที่นี่นะ วายุของฝน” วายุก้าวเติบโต ส่งข้อความ “แล้ววันหนึ่งเราจะเล่าเรื่องฝันใหม่ด้วยกัน” เขาวางโทรศัพท์ มองท้องฟ้า ก้าวต่อไปในชีวิต … ในวันที่ฝนหล่นที่ห้องสมุดกลาง