มหกรรมหยิบผิดห้อง: วุ่นรักหอพักสายซวย
เสียงรองเท้าปาดกับพื้นทางเดินทำให้พื้นที่โล่งหน้าลิฟต์เงียบเชียบไปชั่วขณะ “อ้าว…นั่นใครอะ?” อินทร์ รูปหล่อปานกลางแต่พกความบ้าจี้แบบสุดขีด โผล่หัวออกมาจากประตูห้อง 504 ชะโงกหน้ามองดูนนท์ ที่ลากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์เดินตรงมาแบบเคร่งขรึม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นาย…อินทร์ใช่มั้ย?” นนท์พยายามเช็คข้อมูลในไลน์กลุ่มหอพักที่แทบใช้ไม่ได้จริง “ผมชื่อนนท์ จะอยู่ห้องนี้ด้วยกันนะ”
อินทร์ทำหน้าฉงนมองกระดาษยับ ๆ ที่แปะไว้หน้าประตู โยนสบู่แล้วพึมพำว่า “อ้าว ก็เมื่อวานคนชื่อบอยบอกจะย้ายมานี่นา?”
นนท์พยายามยิ้มแต่ดูเหมือนกำลังลำบากใจ อินทร์ก็ยังงงไม่หาย แต่เลือกจะผายมือให้เข้าไปก่อน
“อ่ะ ยังไงเข้ามาก่อน ขนของให้ด้วยจะใจดีมาก”
นนท์พยายามมองหามุมของตัวเอง เห็นเตียงที่เหมือนมีเจ้าของอยู่แล้ว ข้าวของกระจายเต็มโต๊ะ ไวท์บอร์ดเขียนว่า “โต้งห้ามแตะ กำลังปฏิบัติการลับ” ยิ่งทวีความสับสน “ใครคือโต้ง?”
อินทร์ขำกลิ้ง เอื้อมเอาน้ำให้ “เออ เดี๋ยวจะรู้จัก เดี๋ยวมันก็มา แกอย่าซีเรียส เดี๋ยวมันเคลียร์เอง”
ขณะเดียวกัน เสียงกุกกักหน้าประตูก็ดังขึ้น โต้งโผล่หัวเข้ามาแบบเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้ใครในห้องติดกันรู้ว่ากำลังแอบขนของจากห้องล็อคเกอร์ลับ อินทร์กับโต้งสบตากันแล้วสื่อความหมายผ่านสายตาระดับซิ่ง “จะเงียบไปไหนวะเฮ้ย!”
นนท์อึ้ง เจอสองสหายน่าเกรงขามกว่าที่คิด โต้งถามขึ้นทันที “มึง…ใคร?”
“นนท์…เอ่อ…อยู่ห้องนี้…ใช่มั้ยอะ” นนท์ตอบเหมือนโดนสายตากดดันฯ
อินทร์แทรก “นี่รูมเมตใหม่! ชื่อ…นนท์ แก…โอเคนะ?”
โต้งพยักหน้าตึงเครียด แต่ในใจหวังด้วยซ้ำว่านนท์จะไม่สนใจเรื่องความลับห้อง 504 ที่ถูกใช้เป็นที่ซ่อนของกลุ่มภารกิจลับ
“โอเค…โอเค…แต่ของกินของกูใครห้ามแตะ” โต้งว่าพลางสะกดรายการอาหารบนแพลนเนอร์ก่อนทิ้งตัวลงบนเตียง
นนท์รู้สึกแปลกแยก อากาศชื้น ผสมกลิ่นราอ่อน ๆ กับเสียงหัวเราะแบบคนวงใน มองไปที่โต๊ะเรียนที่เหมือนตลาดนัดขนาดย่อม “พวกนายจัดโต๊ะแบบนี้ทุกวันเหรอ?”
อินทร์ตอบ “แล้วมันไม่ดีตรงไหน? ทุกอย่างคือระบบ…แต่อย่าแตะเอกสาร ‘แผนผังการดองชีส’ อีกอันเดียว ‘ชีสพันปี’ นี่สำคัญกับชีวิตโต้งมาก”
ฉากสมบัติแปลกประหลาดในห้องทำให้นนท์ลังเล “เรา…ควรจะ เริ่มเจาะตารางเรียนหรือ…”
อินทร์กับโต้งหยุดเฮฮา หันขวับมา
“อะไรกันนน อันนี้ยากสุดในชีวิตมหาลัย!” อินทร์ร้องอย่างเจ็บปวด “ทุกอย่างเริ่มจากการจับกลุ่มให้ถูกคน”
อยู่ ๆ เสียงข้อความในกลุ่มไลน์ดังขึ้น อินทร์เข้าไปอ่านออกเสียง “ด่วน! ใครสลับห้องกับบอยรบกวนแจ้ง อาจารย์กำลังตามหา!”
บรรยากาศเปลี่ยน กลับกลายเป็นห้องประชุมวางแผนการใหญ่ โต้งพูดเสียงต่ำ “แผนนี้ ท้าทายกว่าการขนชีสซ่อนแม่…”
นนท์กับอินทร์มองหน้ากัน ต่างคิดว่าถ้าแก้ไขก่อนที่อาจารย์จะรู้ ทุกอย่างจะง่ายขึ้น ต่างรีบบึ่งออกจากห้องทันที ทิ้งโต้งที่งงว่าเกี่ยวอะไรกับชีสในชีวิต
เดินโผเผออกจากห้องแต่กลับไปหาห้องบอยไม่ได้เพราะห้องนั้นมีตัวล็อกประตูติดอัจฉริยะ อินทร์เสนอแผน “ลองทักป้าแม่บ้านดู เดี๋ยวป้าคงช่วย!”
ตัดมาที่ป้าแม่บ้านใจดีผู้มีหลักการส่วนตัวว่า “เด็กปีหนึ่งจะทำอะไรโดยไร้ป้าไม่ได้” อินทร์ปั้นหน้าสำนึกผิด นนท์พยายามอธิบายอย่างจริงจัง กลายเป็นว่าป้างอนคิดว่าสองคนนี้แอบดูถูกประสบการณ์ชีวิต
“ถ้าอยากเปลี่ยนห้องได้ ป้าขอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ!” ป้าประกาศเสียงดังพร้อมให้บรีฟงานเช็ดหน้าต่างทั่วอาคารเป็นข้อแลกเปลี่ยน
นนท์กับอินทร์ถอนหายใจแผ่ว ๆ ขณะกำลังลงมือเช็ดกระจกแบบงง ๆ โต้งก็เดินมาสมทบพร้อมกล่องชีสและเครื่องดื่ม “เช็ดให้หมด ชั้น 5 มีจุดซ่อนชีสที่อย่าลืมเช็ด”
เสียงโทรศัพท์ดับเบิ้ลเบอร์ดัง นนท์กดรับ กลายเป็นรุ่นพี่ฝ่ายกิจกรรมโทรตามอินทร์เรื่องซ้อมละครหอพักหัวค่ำ นนท์เริ่มสับสนว่าเขากำลังทำภารกิจชีวิตหรือโดนภาระใครต่อใครยัดเยียด
อินทร์แวะหยิบชุดแฟนซีมาใส่ลองบท “ข้าคือจอมเวทสายซักผ้า!” นนท์กลอกตามองท่าทางเพี้ยนๆ ก็ต้องฝืนยิ้ม
ระหว่างนั้นเองก็มีข่าวลือแพร่ทั่วหอว่าเด็กใหม่บางคนสลับห้องเพื่อแอบโดดกิจกรรม แล้วบอยเจ้าของชื่อในตำนานก็ไลน์มาหานนท์ งงในงง “เอ่อ…เรายังไหวมั้ย?”
นนท์รู้สึกว่าชีวิตปี 1 ไม่ง่ายเหมือนตอนอยู่บ้านซะแล้ว ป้าแม่บ้านในชุดแม่ครัวเดินกลับมาบอกว่า “ถ้าไม่รับป้าทำแพนเค้กคืนนี้ หญิงสาวห้อง 506 เขาจะเลิกคบพวกเธอ!” นนท์กับอินทร์ต่างเลิ่กลั่ก “เกี่ยวไรกันน่ะป้า?”
งานวุ่นวายยังไม่ถึงที่สุดเพราะระหว่างทางที่กำลังจะออกไปซื้อแป้งแพนเค้ก นนท์เดินชนกับหญิงสาวผมสั้นร่างเล็กถือโอ่งดินเผา “ขอโทษๆ เอ่อ…โอ่งคุณหนักไหม?” หญิงสาวทำหน้านิ่ว “อ๊ะ นี่โอ่งเลี้ยงปลาของแฟนพี่บอย ฝากไว้ก่อน” อินทร์สะดุดใจ “หรือเราจะโดนลากไปรวมกับภารกิจบอย?”
ความโกลาหลดำเนินต่อในซูเปอร์มาร์เก็ต นนท์พยายามคำนวณราคาสินค้าตามลิสต์ อินทร์พยายามเข้าข้างหญิงสาวที่หิ้วโอ่ง โต้งง่วนกับเลือกชีสที่ข้างกล่องบอกว่า “อายุสี่ปีทว่ากลิ่นเหมือนอายุสิบสอง” ทั้งหมดพยายามแบ่งภาระซึ่งกันและกันแต่ยิ่งยุ่งหนัก
คืนแห่งการทำแพนเค้กในห้อง 504 จึงเต็มไปด้วยความสับสน อินทร์ใส่แป้งแทนน้ำตาล นนท์เทเกลือแทนน้ำเปล่า โต้งมัวแต่เผยความลับการหมักชีสจนเกิดเสียงดังหญิงสาวห้องข้าง ๆ เคาะประตู “เสียมารยาท!”
เหตุการณ์บานปลายจนป้าแม่บ้านโผล่หัวมาตะโกน “ยกแพนเค้กไปห้อง 506 เดี๋ยวนี้!” ทุกคนแบกภาระที่ยิ่งทำยิ่งบานปลาย
ในห้อง 506 หญิงสาวเจ้าของโอ่งยิ้มรับแพนเค้กที่หน้าตาพิศวง “รส…เอ่อ…แปลก แต่มีน้ำใจ” โต้งหน้าถอดสี “พวกผมขอรีบกลับห้องครับ ป้าอย่าเพิ่งบอกอาจารย์เรื่องบอยนะ!”
ทุกอย่างดูเหมือนจะจบ แต่จริง ๆ กลับซับซ้อนกว่าเดิม “ทำไมโอ่งปลานี่อยู่ในห้องเรา?” อินทร์สงสัย โต้งว่า “หรือเรากลายเป็นศูนย์กลางฝากของโดยไม่รู้ตัว?”
ก่อนทุกคนจะแยกย้ายกลับห้อง มีเสียงข้อความอีก “ประกาศ! ใครมีโอ่งปลาดินเผาฝากไว้ที่ห้อง 504 กรุณาลงมาเคลียร์!” อินทร์รีบลงไปแต่กลับได้เจอเพื่อนใหม่ที่ต่างก็โดนลากมาเพราะชื่อเสียงของห้อง 504 ในฐานะ “ห้องสารพัดกิจกรรม”
นนท์ยืนระบายลมหายใจ เดินกลับห้องผ่านกระจกหน้าต่างที่พึ่งเช็ดตอนบ่าย มีโมเมนต์เงียบ ๆ ก่อนพบว่าชีสของโต้งหายไป โต้งร้อง “ชีสชีวา!” อินทร์รีบประสานเสียง “หรือชีสจะวิ่งหนีเพราะจิตวิญญาณมัน?”
ช่วงฟีลกู๊ดก่อนจบ อินทร์ส่งยิ้มบาง ๆ “นี่ปีหนึ่งมาแค่ไม่กี่วัน ก็ติดนิสัยวุ่น ๆ ของที่นี่ละ นายโอเคมั้ย?”
นนท์อมยิ้ม “ก็คงต้องเคยชิน แต่ขอ…เอาตารางเรียนขึ้นกำแพงก่อนนะ” อินทร์กับโต้งหัวเราะขำพลางหยิบแปะใบแผนที่หอพักในตำนานไว้บนประตู สัญญาว่าเรื่องวุ่น ๆ จะไม่หยุดอยู่แค่นี้
เสียงโอ่งตกพื้นกับกลิ่นชีสมื้อคืนปะปนช่วยเติมเสียงหัวเราะ เฉลยท้าย “แล้วเราจะฝากทุกอย่างไว้ห้องนี้อีกมั้ย?” อินทร์ถามยิ้ม ๆ ทุกคนหัวเราะ อึ้งไปชั่วครู่ เพราะคำตอบคือ “ไม่รู้…แต่รับรอง ไม่เหงา!”