วุ่นวายใจ๋ หอเลขเจ็ดสิบหก
เสียงโทรศัพท์ปลุกให้ข้าวต้มสะดุ้งตื่น เขางัวเงียควานหามือถือใต้กองหนังสือ พลาดท่าเอาหน้าผากไปโขกโต๊ะ “เจ็บชะมัด! ใครโทรนักหนาตอนเจ็ดโมง?” ข้าวต้มบ่นกับตัวเอง น้ำเสียงแว่วทางสาย “แก ตื่นยัง ห้องเราจะโดนประเมินห้องสะอาดอาทิตย์หน้า” ปลายสายนั่นคือเต่า เพื่อนร่วมห้องผู้มีนิสัยประหลาด เชื่อในระบบ To-Do List จนเกือบเป็นศาสนา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ข้าวต้มสะลึมสะลือ “โอ๊ย เต่า ฉันเพิ่งหลับได้ไม่ถึงห้าชั่วโมง” เต่าโต้ทันที “แล้วไงล่ะ ห้องเรานี่แหละจะต้องเป็นห้องตัวอย่าง! งานนี้รางวัลตั้งสามหมื่นนะเฟ้ย” ข้าวต้มขยี้ตา มองรอบห้องที่รกจนหาที่วางเท้าแทบไม่มี หนังสือ หมอน โทรศัพท์หักๆ เย็บผ้าหรือแม้แต่กล่องข้าวโยนทิ้งไว้มุมห้อง “ฝันไปเถอะ แกไปดูห้องน้ำมนต์สิ ห้องเขาสะอาดยังกะโรงแรม”
เต่าไม่ยอมแพ้ “แก อย่าไปแคร์น้ำมนต์นัก ห้องเราก็มีดี! เดี๋ยวฉันจะวางแผน เราต้องแชร์ภาระกันคนละส่วน” ข้าวต้มถอนหายใจแต่ในใจเริ่มรู้สึกว่า ถ้าคว้ารางวัลได้ ก็จะได้ชื่อเสียงข้ามหอไว้แซวใครก็ไม่กลัว
ประตูห้องน้ำเปิดผ่าง น้ำมนต์เดินถือผ้าเช็ดหน้าออกมา หน้าเนี๊ยบเหมือนคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ “ข้าวต้ม เต่า แกสองคนอยู่ในนี้ทำไมไม่ช่วยกันกวาดห้องวะ?” น้ำมนต์เป็นอีกคนในกลุ่ม เจ้าแม่ความสะอาดประจำหอ ทุกอย่างในชีวิตต้องเป๊ะ
ข้าวต้มเถียงขำๆ “ก็ตอนนี้ยังเช้า เดี๋ยววันพรุ่งนี้ค่อยเริ่มก็ได้มั้ง” น้ำมนต์ส่ายหน้า “พลาดไปหนึ่งชั่วโมงคือห้องหมกกลิ่นเข้าเส้น!” เต่ารีบเตรียมสมุดโน้ตขีดๆ รายการงานบ้าน น้ำมนต์กระชากดินสอจากมือ “แกจะจดอะไรนักหนา ทำเลยดีกว่า!”
หมูแดง เดินโผล่มาพร้อมถุงข้าวเหนียวไก่ทอดในมือ เปรยเสียงเบาแต่ดังพอสำหรับทั้งหอได้ยิน “บอกแล้วไง ห้องเราคว้ารางวัลไม่ได้หรอก เชื่อหมูแดงเถอะ!” ทุกคนหันไปทางเดียวกัน “เอ่อ หมูแดง แกพูดเองนะว่ากรรมการมีคนชอบไก่ทอด เขามาอาจจะลดคะแนนกลิ่นก็ได้” หมูแดงเลิกคิ้ว “งั้นรอก่อน เดี๋ยวจะโชว์สกิลครัวปลอดกลิ่นให้ชม”
เต่ารวบผ้าถูพื้น หมูแดงยกถุงข้าวเหนียวไปเก็บ น้ำมนต์หยิบผ้ากันฝุ่นมาแจก ข้าวต้มยืนมึนๆ พยายามนึกว่าควรแกะอะไรจากกองของรกตรงนี้ก่อน “ถ้าเริ่มทิ้งของเก่า จะเผลอทิ้งของเพื่อนมั้ยวะ?”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นในขณะที่ทุกคนกำลังง่วนอยู่กับการโต้เถียง ข้าวต้มเดินไปเปิดประตู มีหญิงวัยกลางคนถือแฟ้มเดินเข้ามายิ้มๆ “ขอโทษค่ะ พอดีเป็นแม่บ้านหอ จะมาตรวจความเรียบร้อย” ทุกคนมองหน้ากัน น้ำมนต์ลนขึ้นทันที “เอ๋! นัดพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ?”
แม่บ้านส่ายหน้า “วันนี้เป็นเทสต์เฉยๆค่ะ พรุ่งนี้ค่อยนับคะแนนจริง แต่ถ้ายังไม่ได้ซ้อมก็มีสิทธิ์เจ๊งนะลูกๆ” แม่บ้านเดินตรวจรอบห้อง จ้องโต๊ะข้าวต้มที่เต็มไปด้วยซากหนังสือ ขวดน้ำจิ้ม ไหมพรม “ห้องนี้… มีกลิ่นอ่อนๆ แปลกๆ อยากแนะนำให้เปิดหน้าต่างบ้างนะคะ”
แม่บ้านออกไปแล้ว ทุกคนนั่งนิ่งแล้วหัวเราะพร้อมกัน “ซ้อมจนเหมือนแข่งจริงเลยเว้ย!” เต่าทำหน้าจริงจัง “ต้องเพิ่มแผนจำนวนเท่าตัว!” ข้าวต้มส่ายหน้าเล็กๆ แต่ในใจเริ่มอินกับเรื่องมากกว่าที่คิด
ช่วงสายวันนั้น หมูแดงเผยโฉม ‘เครื่องฟอกกลิ่นจากเศษส้มโอ’ ที่ตนประดิษฐ์เอง คนอื่นๆ พูดไม่ออก ข้าวต้มถามย้ำ “นี่มันกองขยะมากกว่ามั้ง แกแน่ใจว่าไม่เน่า?” หมูแดงยืนยัน “หมูแดงทดลองกับห้องน้ำมาแล้ว กลิ่นติดแค่ครึ่งวัน!” น้ำมนต์หรี่ตา “เอาใหม่เถอะ ขออากาศบริสุทธิ์จะดีกว่า”
สงครามความสะอาดเริ่มต้น ข้าวต้มรับผิดชอบมุมหนังสือ เต่าเช็ดกระจก หมูแดงเช็ดตู้เย็น น้ำมนต์เก็บเตียงตัวเอง ทุกคนเถียงกันเสียงดังเรื่องว่า ‘ฝุ่นชิดผนัง’ กับ ‘เศษเสียว’ อะไรร้ายแรงกว่า เต่าทำแผนงาน ‘ผนังละสี่นาที’ น้ำมนต์ดีดนิ้ว “กำหนดเวลาขนาดนั้น ใครจะไปเช็ดตรงตามนาทีเป๊ะ”
แต่ภารกิจนี้ไม่ง่าย ระหว่างที่ข้าวต้มแอบเขี่ยขยะออกหน้าต่างสวนใครไม่รู้ หมูแดงดันวางถุงส้มโอไว้ใต้ตู้ เต่าจบงานปุ๊บ กะว่าอาบน้ำได้แต่กลับพบฝุ่นใหม่จากพัดลม น้ำมนต์ใช้น้ำหอมสเปรย์ฉีดพรืดเดียว “นี่ไง วิธีหอมห้องแบบซอฟต์” กลายเป็นกลิ่นผสมเข้าด้วยกัน ทั่วห้องเหมือนตลาดสดรวมกลิ่นจนเวียนหัว
ถึงตอนเย็น เพื่อนห้องข้างหลังแวะมาทัก “พี่ๆ แม่บ้านฝากมาบอก กลิ่นห้องนี้โชยไปห้องพี่ดาวน่ะ!” ข้าวต้มรีบบอกขอโทษ “ขอชิ้นขนมปังแท่งกะจะดับกลิ่น แต่คงพลาด ทิ้งลงขยะเลยดีกว่า” เต่าเอากล่องพัดลมตั้งหน้าต่างใหม่ “เราควรซื้อเครื่องฟอกจริงไหมวะ?”
หมูแดงตอบเร็ว “ถ้ารางวัลรวมเงินซื้อเครื่องฟอก ฉันว่าไม่คุ้มหรอก เอามาแบ่งกันกินข้าวเหนียวดีกว่า” น้ำมนต์ปัดฝุ่นรัว “แต่ถ้าห้องเราดัง คนจะมาขอวิธีสะอาด หมูแดงจะเสียชื่อโซนครัวไก่ทอดนะ” ทุกคนหัวเราะ แต่เหมือนจะจริงจังขึ้นมา
เช้าวันใหม่ เต่าตื่นมาตบหน้าตัวเอง “ฝันว่าห้องเราชนะ! แต่…ห้องเปลี่ยนเป็นแหล่งเลี้ยงแมลงวัน” ทุกคนยืนงงกับความฝัน ข้าวต้มบ่น “แกจะฝันอะไรขนาดนั้นดี เตรียมตัวไว้ก่อนก็แล้วกัน” หมูแดงเข็นถุงขยะไปทิ้ง ข้าวต้มตัดสินใจวันนี้จะเก็บโต๊ะหนังสือให้เนี๊ยบจริงจัง
น้ำมนต์ถือกระป๋องน้ำหอม “ถ้าใช้กลิ่นนี้กลบกลิ่นไก่ทอด หมูแดงจะว่ามั้ย?” หมูแดงไม่ตอบ ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวเหนียว ส่วนเต่าไปหยิบผ้าเช็ดหน้ามาปิดจมูก ตั้งใจไม่ให้กลิ่นรบกวนประสาทสัมผัส
ห้องเริ่มสะอาดขึ้นอย่างช้าๆ จนเหลือแต่กลิ่นปะปนซึ่งใครก็ไม่อยากยอมรับว่าส่วนหนึ่งน่าจะจากรองเท้าของข้าวต้ม ข้าวต้มพยายามซ่อนรองเท้าไว้หลังตู้ทั้งที่กลัวถูกจับได้ เต่าสงสัยถาม “รองเท้าแกหายไปไหนวะ?” ข้าวต้มตอบเลี่ยง “ส่งซักน่ะ แกไม่เคยส่งเหรอ?” หมูแดงแย้มยิ้ม “ถ้าส่งซักแล้วกลิ่นยังอยู่ก็แปลว่า…ห้องมีเวทมนตร์”
ค่ำวันต่อมากรรมการส่งไลน์ประกาศกำหนดตรวจกะทันหัน ทุกคนตื่นตระหนก ยกของเรียงใหม่ หมูแดงแอบจุดเทียนหอมดักกลิ่น เต่าสลับป้ายชื่อห้องมั่ว น้ำมนต์รีบเช็ดพัดลมที่ลืมมาสองวัน ข้าวต้มยืนลังเลหน้าห้อง “ฉันว่าล็อกห้องไว้ก่อนดีไหม รอให้กลิ่นมันออกไปก่อน” น้ำมนต์สวนกลับ “แล้วกรรมการจะเปิดเข้ายังไง!”
ใกล้เวลา ทุกคนเริ่มตีกันเอง เต่าเช็คแผนซ้ำ หมูแดงถอนหายใจ บ่นอุบ “ฉันว่าโดนตัดคะแนนเรื่องกลิ่นแน่ๆ” น้ำมนต์เปลี่ยนมาผสมน้ำยาดับกลิ่นเอง หวังจะเจ๋งกว่าเทคนิคทั่วไป ส่วนข้าวต้มดันลังเลว่า ถ้ากรรมการเข้ามาในห้องตอนนี้จะมองอะไรเป็นอย่างแรก
เสียงเคาะประตูอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนเกร็งผิดปกติ กรรมการสองคนในชุดสมาร์ตวอล์คอิน กลิ่นประหลาดยังอวลจางๆ กรรมการสูดจมูก “อ่า… ห้องนี้มีเอกลักษณ์ดีนะครับ” ทุกคนเงียบสนิท ข้าวต้มคิดในใจว่า นี่คือวาระสุดท้ายของจิตใจมหานักจัดระเบียบแล้วหรือ
กรรมการเริ่มตรวจ มองรอบห้องทีละชิ้น เจอเศษส้มโอใต้ตู้ “อืม นี่อะไรครับ?” หมูแดงตอบกวน “เป็นเครื่องปรุงลับครับ กลิ่นไทยสไตล์” กรรมการหัวเราะ ทุกคนผ่อนคลายขึ้นนิดหน่อย กลิ่นรวมจากรองเท้าและไก่ทอดตีขึ้นมาอีกรอบ กรรมการมองหน้าทุกคนสลับกัน
ระหว่างที่กรรมการลากเก้าอี้นั่ง เต่าเผลอหยิบแผนงานออกมาโชว์ “เราแบ่งหน้าที่กันครับ” กรรมการมองดูแผน ชื่นชมความใส่ใจในรายละเอียด “แต่…แรงใจคงหมดไปกับการวางแผนเสียมากกว่า” เต่าหัวเราะแห้งๆ น้ำมนต์หยิกขาใต้โต๊ะ “อย่าโชว์เยอะ เดี๋ยวเจ็บ”
กรรมการตัดคะแนนเรื่องกลิ่น แต่ให้คะแนนรวมดีเพราะทุกคนพยายามช่วยกันและบรรยากาศห้องมีชีวิตชีวากว่าห้องอื่น ข้าวต้มถอนหายใจแรง “นึกว่าจะพังหมดเลย” หมูแดงแซวเสียงเรียบ “ถ้าให้ฉันคิด ฉันแบ่งรางวัลเป็นข้าวเหนียวกับไก่ทอดเลยนะ” เต่าบ่น “ถ้าแบ่งแบบนั้นแกอ้วนชัวร์!” น้ำมนต์หัวเราะ
สุดท้ายห้อง ‘เลขเจ็ดสิบหก’ ได้รองชนะเลิศ เพื่อนๆ หัวเราะ ร่วมกินข้าวเหนียวด้วยกัน ท่ามกลางกลิ่นหลากหลายแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ข้าวต้มคิดในใจว่า แม้จะไม่ชนะแต่กลับได้เพื่อนและประสบการณ์ที่ฮาเกินจริง “เอาวะ ปีหน้าพร้อมลุยอีก!” ทุกคนในหอหัวเราะ น้ำมนต์พูดลอย “แต่ปีหน้า ขอให้แกไม่ซ่อนรองเท้าใต้ตู้ละกัน!”