ชมรมก๋วยเตี๋ยวสายลับ
“ฉันว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลังแน่!” ธันวา ประธานชมรมก๋วยเตี๋ยว ยืนขึงขังอยู่หน้าห้องประชุมชมรม ดวงตาเป็นประกายประหลาด มือขวากำช้อนซุปแน่นอย่างมั่นใจเกินเหตุ ข้างตัวคือปาริฉัตร ผู้ช่วยชมรมผู้มีนิสัยระแวดระวังมากเกินไปและเส้นผมที่ไม่เคยเรียบเสมอ เหมือนจะตื่นเต้นตลอดเวลา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ธันวา ไหนนายจะเล่าได้รึยัง สุดท้ายข่าวลือโรงอาหารจะเลิกขายก๋วยเตี๋ยวมันมายังไง” ปาริฉัตรถามขำ ๆ ครึ่งห่วงครึ่งขมวดคิ้ว
“ผู้ชายนิรนามคนหนึ่งในโรงอาหารกระซิบบอกฉัน! เขาใส่หมวกแก็ป ดวงตาดูลึกลับ” ธันวาทำหน้าจริงจัง ใช้น้ำเสียงเหมือนกำลังรายงานข่าวลับสุดยอด
“ผู้ชายคนนั้นคงเป็นลุงปิงคนขายน้ำปั่นรึเปล่า…” ปาริฉัตรทำหน้าเหวอ
“อะไรกัน เราต้องแฝงตัว หาความจริง! ชะตากรรมบะหมี่เกี๊ยวอยู่ในมือเรา” ธันวาพูดเมื่อเจอสมาชิกชมรมสองคนที่เหลือ คือ สร้อยขวัญ สาวเนิร์ดสายวิทย์ที่พูดอะไรชอบอ้างอิงสถิติ กับอชิระ เพื่อนสายชิว ผู้ดูเหมือนจะสนใจแค่ติ๊กต็อกใหม่มากกว่าชะตากรรมของบะหมี่ในโรงเรียน
“เอาจริงนะ ธันวา มันดูเหมือนเรื่องเล่าผีในห้องน้ำมากกว่าแผนลับแฮะ” อชิระหัวเราะพรืด พยายามเล่นโทรศัพท์ต่อ แต่โดนธันวาจ้องเขม็ง
“ชีวิตมีแต่รสชาติเมื่อมีปริศนา! เอาน่า เริ่มแผนที่หนึ่ง – แอบฟังโรงอาหาร” ธันวาแจกแผนงาน ประชุมกันโกลาหล ต่างคนต่างถกจนเสียงดังลั่น เหมือนจะตกลงกันได้ แต่จริง ๆ ไม่มีใครเข้าใจตรงกันสักคน
“ถ้าจะให้เนียนกว่านี้ ฉันว่าแต่งชุดแม่บ้านดีกว่า” สร้อยขวัญพูดจริงจังจนทุกคนเงียบ อชิระหันมอง “แล้วเราจะไปซุ่มอยู่ตรงไหนอะ ใต้โต๊ะก๋วยเตี๋ยว?” แนวคิดวางแผนเปลี่ยนเป็นนานาเวอร์ชั่นตรงนั้นทันที
เช้าวันถัดมาตอนพักเที่ยง สมาชิกทั้งสี่ซุ่มหัวรวมกันใต้โต๊ะก๋วยเตี๋ยว บางคนเอาหนังสือมาปิดหน้า บางคนใส่แว่นกันแดดในโรงเรียน ปาริฉัตรกระซิบ “ถ้าครูฝ้ายมาเห็นนะ เราต้องทำไง?”
“บอกว่าเราคุยเรื่องฟิสิกส์การเคลื่อนที่ของลูกชิ้น” อชิระตอบช้า ๆ แล้วหัวเราะเบาสุด ๆ ธันวากลอกตา “โฟกัสหน่อย! นี่แหละแผน B”
สงสัยจะเนียนกันคนละแบบ จนเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวมองงง “มีอะไรกันหรือหนู ๆ” ธันวารีบลุกขึ้นยืนเปล่งเสียง “เรากำลังตรวจสอบคุณภาพน้ำซุปครับ!”
ความวุ่นยังไม่ทันจบ เสียงมือถือของอชิระดังขึ้นเพลงแปลก ๆ “บู๊บี้บ๊าบี้บู~” ทำคนอื่นตกใจ เจ้าของร้านเริ่มมองแปลก ๆ ปาริฉัตรแทบจะทิ้งบรรยากาศเนียน ๆ หมด กล่าวเสียงเบาแต่จริงจัง “เรากลายเป็นตัวประหลาดตรงนี้รึยัง?”
“ขอเบรกแผนนิดนึงเหอะ ฉันหิวแล้วจริง ๆ” อชิระยกมืออย่างสิ้นหวัง ทุกคนพลอยหัวเราะแห้ง ๆ พอดีคุณครูฝ้ายเดินผ่านมา ทุกคนรีบเฉไฉแตกกลุ่มกันอย่างอลหม่าน
ช่วงบ่าย สร้อยขวัญนั่งนิ่ง ๆ คำนวณเปอร์เซ็นต์การปิดร้านก๋วยเตี๋ยวโดยอ้างอิงสถิติครัวบ้านตัวเอง “ตามค่าเฉลี่ย ประมาณ 31% ของร้านอาหารโรงเรียนจะเปลี่ยนเมนูทุก 4 เดือน …แต่มันไม่ใช่หลักฐานแน่นหนา”
ธันวายังมั่นใจไม่มีใครเท่า “ใครจะบอกเราได้ดีที่สุดถ้าไม่ใช่แม่ครัวใหญ่?” พวกเขาตั้งใจดักพบแม่ครัวใหญ่หลังโรงอาหารในตอนเย็น พอเจอจริง ๆ สร้อยขวัญดันถามผิดชีวิตเปลี่ยน “แม่ครัวคะ หนูขอดูสูตรหมูเด้งหน่อย” แม่ครัวมองงุนงง “จะเอาสูตรหมูเด้งไปทาบทามที่ไหน?” ปาริฉัตรรีบแก้ “พวกหนูกลัวจะไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวแล้ว!”
แม่ครัวโบกมือหัวเราะ “ตายล่ะลุงปิงคงลืออีกแล้ว! ไม่มีใครจะเลิกขายก๋วยเตี๋ยวหรอกจ้า เดี๋ยวฉันบอกลุงปิงให้หยุดพูดมั่วเลย”
“เดี๋ยวนะ!” ธันวาขมวดคิ้ว “แต่ลุงปิงใส่หมวกแก็ปเหมือนสายลับเลยนะ?” ทุกคนจ้องหน้ากัน แล้วหัวเราะพรืดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ความตึงเครียดในชมรมลดวูบ
แต่เรื่องยังไม่จบ โค้ชกีฬาเดินมาตรงจุดชมรม “เด็ก ๆ ใครแอบแงะตู้น้ำโรงอาหารตอนเที่ยง?” ธันวาหันขวับส่ายหน้าแทบไม่ทัน “ชมรมเราทำงานสายลับเท่านั้นครับโค้ช! เอ๊ย ไม่ใช่ครับ!” ปาริฉัตรหน้าแดงก่ำ
อชิระยัน “ครับพี่โค้ช พวกเราก็แค่กินก๋วยเตี๋ยว…มากไปนิด เยอะไปนิด มันอยู่ในแผน…แผนชาติของเรา คือ กินของอร่อย!”
“แค่เช็คคุณภาพน้ำซุปจริง ๆ ครับโค้ช!” สร้อยขวัญพูดยืนยันเป็นวิทยาศาสตร์ แต่คำพูดนั้นยิ่งฟังยิ่งงง โค้ชกลอกตากลับ เดินจากไปอย่างมึน ๆ เหลือแต่กลุ่มเด็กที่หัวเราะงอหาย
คืนนั้นในกลุ่มแชต ชมรมก๋วยเตี๋ยวเงียบเหงาเล็กน้อย ธันวาส่งข้อความ “แผนต่อไปคืออะไรดี ทุกคน?” ปาริฉัตรพิมพ์ “ถ้ามีแผนจัดโปรลดบะหมี่ 10 ถ้วย ช่วยรีบบอกด้วย ฉันเงินหมด”
อชิระแปะภาพตัวเองติดหนวดปลอมกับชามก๋วยเตี๋ยว “เริ่มสายลับพรุ่งนี้จ้า” สร้อยขวัญส่งรูปสถิติว่าโรงอาหารยังมีแนวโน้มขายก๋วยเตี๋ยวต่อไป “คณิตศาสตร์ยืนยัน!”
เช้าวันใหม่ธันวายังไม่ยอมแพ้ เขานัดทุกคนประชุมกลางสนามฟุตบอล ท่ามกลางแดดร้อนจ้า “เราต้องเปิดโปงลุงปิง! ต้องรู้ให้ได้ว่าเหตุผลจริง ๆ คืออะไร!” ทุกคนเริ่มแหยง ๆ กับความคิดสุดโต่งนี้
“ธันวา นายคิดว่าเราจะไปถามอะไรกับลุงปิงโดยไม่โดนด่า?” อชิระกระซิบ ปาริฉัตรบ่น “มันจะจบด้วยการกินน้ำปั่นฟรีมั้ยเนี่ย” สร้อยขวัญชูสมุดสถิติ “ถ้าลุงปิงให้ข้อมูลเท็จมากเกิน 3 ครั้ง ฉันจะบันทึกลงฐานข้อมูลชมรม!”
กลุ่มไปหาลุงปิง เจอแกถือแก้วน้ำผลไม้ยืนอยู่ที่แถวโรงอาหาร ธันวากระแอม “ลุงครับ ขอเวลาสักนิดได้มั้ยครับ เกี่ยวกับ…การขายก๋วยเตี๋ยว” ลุงปิงงง “เด็กพวกนี้ทำไมพูดเหมือนหนังสายลับทุกที!”
การสนทนาเริ่มต้นแบบประชิดชามน้ำปั่น อชิระถาม “ลุงครับ วันไหนลุงกินก๋วยเตี๋ยวฟรีบ้างอะ” ลุงหัวเราะเบิกบาน “ทุกวันแหละ ขอบคุณที่ดูแลบรรยากาศโรงอาหารนะลูก ๆ” ธันวาทำหน้าคิดหนัก เหมือนจะโดนหลอกเอง
“ผมจะสอบสวนต่อ! ผมต้องรู้ให้ได้ว่าก๋วยเตี๋ยวจะอยู่หรือตาย!” ธันวามองจริงจังเกินกว่าเรื่องนี้จะมีสาระ
สมาชิกชมรมคนอื่นส่ายหัวแทบจะพร้อมกัน ปาริฉัตรกลั้นขำ “ธันวานายเป็นแฟนก๋วยเตี๋ยว หรือเป็นแฟนแผนสายลับ?”
“ฉันเป็นแฟนการแสวงหาความจริง!” ธันวายิ้มกว้าง ทุกคนหัวเราะออกมา เจอคำตอบที่เขาพยายามค้นหาทั้งเรื่องคือ…ไม่มีความลับอะไรเลย ก๋วยเตี๋ยวยังอยู่ ชมรมยังวุ่นวาย ก๋วยเตี๋ยวในโรงอาหารก็อร่อยเหมือนเดิม
แผนการสุดท้ายของธันวา? “งั้นเรามาตั้งโปรเจกต์ใหม่ ‘ชมรมรับรองคุณภาพก๋วยเตี๋ยว’ ลองชิมและรีวิวทุกชาม จนใคร ๆ ก็อยากเป็นสายลับกินเส้นเหมือนพวกเรา!” ทุกคนโห่ร้องรับด้วยเสียงหัวเราะอิ่มเอมใจ
สุดท้าย โรงเรียนก็ยังมีก๋วยเตี๋ยวขายเหมือนเดิม เด็ก ๆ ทุกคนกินอิ่ม ยิ้ม อบอุ่นหัวใจ ปนความขำขันที่ไม่จบสิ้น วุ่นวายรายวันแบบชมรมสายลับสมัครเล่น แต่เปลี่ยนภารกิจจาก “หาความจริง” เป็น “ตามหาก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยที่สุดในโรงเรียนโลก” เท่านั้นเอง