คืนสุดท้ายที่หอชายทะเล
เสียงคลื่นกระทบขอบหินเบา ๆ แว่วมาในความมืด ท้องฟ้ายามนั้นไร้ดาว สนธยาทับซ้อนระหว่างแสงไฟราง ๆ ของหอพักกับรอยสาดเงาของต้นสนริมทะเล เงาตะคุ่มของหนุ่มนิสิตกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมวงอยู่ที่เฉลียงหน้าหอ เวลาผ่านไปใกล้เที่ยงคืน แต่ยังไม่มีใครคิดจะขึ้นนอน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“คืนนี้คืนสุดท้ายก่อนกลับบ้านกันแล้ว เงียบผิดปกติว่ะ” บาสเปรยขึ้นในความมืด เสียงของเขาติดขัดและสายตาชำเลืองไปยังประตูห้องที่เปิดอ้า
กร มือกอดเข่า มองฝ่าความดำมืดไปยังผืนทะเล “คงไม่มีใครกล้ามาเฮไหนะ ผมสิกลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่ได้เจอใครบางคนอีก”
ไผ่หัวเราะกลั้ว เสียงว่างเปล่า “โอ้ย จะกลัวอะไร”
“แต่เอ็งก็ได้ตั๋วกลับสายสุดท้ายแล้วนี่?” ต้นถาม แววตากระทบประกายจากมือถือ คล้ายกำลังอ่านอะไรบางอย่างแต่ใจลอย
ทั้งสี่ค่อย ๆ สงบลง ทุกคนเหมือนรอคำพูดของคนที่หายไปเบียดแน่นในอากาศ
“ไอ้ซันไปไหนวะ” บาสเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน
ต้นชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้อง “เมื่อกี้ยังเห็นมันอยู่เลย”
ไผ่ลุกขึ้น ชะเง้อไปทางห้องน้ำ “ซัน? เอ็งอยู่ในนั้นเปล่า?” เงียบ ไม่มีเสียงใดตอบกลับ
บาสเดินเข้าไปในห้อง ไฟนีออนขาวสาดทั่วพื้นและเตียงที่ตอนนี้ว่างเปล่า กระเป๋าของซันยังวางอยู่ เสื้อแขวนไว้เหมือนเดิม ทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน
กรเดินตามเข้าไป พลิกดูโทรศัพท์ซันบนเตียง “เฮ้ย มือถือก็อยู่!”
ทั้งสี่คนแปรเปลี่ยนเป็นเบิกกว้าง สีหน้าแต่ละคนเคร่งขรึม แต่ยังไม่มีใครกล้าพูดความกลัวที่กำลังคืบคลานขึ้นทีละน้อย
ภายนอกหอ ลมเย็นยะเยือกพัดจนกิ่งสนไหว เสียงอะไรบางอย่างเอะอะขึ้นจากชายหาด ทุกสายตาหันควับไปทางต้นเสียง
“ไปดู!” ไผ่กระชากเสียงแล้ววิ่งนำ ทุกคนวิ่งตามไปอย่างไม่ลังเล
ลานทรายหน้าหอพัก ส่องด้วยไฟฉายจากมือถือ บนทรายมีรอยเท้าเปียกใหม่ ๆ ลากยาวลงสู่ขอบน้ำ
“เมื่อคืนพวกเราอยู่ด้วยกันตลอดใช่มั้ย?” กรถามขึ้น น้ำเสียงสั่นนิด ๆ
บาสตอบทันที “เออดิ! ไม่มีใครออกไป!”
ต้นนั่งลงใกล้ ๆ รอยเท้า เอื้อมแตะดู “มันเดินไปเอง หรือถูกลากไปกันแน่วะ?”
เสียงคลื่นยังคงขับขาน แต่หัวใจแต่ละคนกลับเต้นไม่เป็นส่ำ
“เมื่อกี้ซันยังพูดเรื่อง… ‘ความลับ’ อยู่เลย” ไผ่จ้องหน้าบาสราวหยั่งเชิง
บาสชะงัก สีหน้าวูบหนึ่ง “อยากรู้อะไรวะ”
กรเหลือบมอง แล้วหันกลับไปที่ห้องพัก “ลองเช็กกล้องวงจรปิดหน้าหอมั้ย?”
ไผ่เริ่มเดินนำไปที่ทางขึ้นก่อน คนอื่นรีบตามทันที
บนโต๊ะกล้องหน้าหอ ภาพฟุ้งมัวเห็นแต่เงาคนเดินไปมา ซันเดินออกจากห้องคนสุดท้าย ไปทางชายหาด ก่อนภาพจะกระตุกแล้วดับวูบ
ความกลัวแทรกกลางยามดึก แต่ละคนหน้าซีด “เห็นอะไรมั้ย?” กรถามเสียงแผ่ว
“เหมือนซันเดินเอง” บาสตอบเบา ๆ พลางเม้มปาก
ต้นจับแขนไผ่ไว้ “ก่อนหน้านี้ เอ็งกับซันมีปัญหาอะไรกัน?”
ไผ่ลังเล “ไม่มีอะไร”
กรจ้องหน้า “พูดความจริงเหอะ ทุกคนต้องการรู้!”
ไผ่เหงื่อแตก ปากสั่น “ขอเวลาหน่อย…”
ทุกคนค่อย ๆ สงบลง นั่งล้อมโต๊ะเหมือนเดิม บรรยากาศหนาหนักทีละนิด
ในห้อง บาสนั่งกุมขมับ เสียงสั่นไหว “เราทุกคนต่างมีความลับใช่มั้ย”
ต้นสบตาเขาข้ามความเงียบ “บางอย่างเก็บไว้ก็มีแต่จะกินใจเอง”
กรค่อย ๆ เอ่ยขึ้น “เรา…เราเคยล้อซันแรงไป จำได้มั้ย”
เสียงลมพัดแรง เงาสนไหวเหมือนเก็บงำความลับของทั้งหอ
“วันนั้น ถ้าเราไม่ทำแบบนั้น ซันคงไม่…” ไผ่พูดแล้วยั้งไว้
“เอ็งหมายความว่าอะไร?” ต้นขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้
“ไม่มีอะไร!” ไผ่ย้ำเสียงแข็ง แต่ดวงตาแดงก่ำ
โทรศัพท์ในห้องสั่นดังขึ้นทันที ทุกคนสะดุ้งวาบ กรรับสาย ใบหน้าซีดขาวเมื่อได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ ของซัน
“มาช่วย…ฉัน…”
สายตาทุกคนพร่ามัว ภาพในห้องสั่นไหววูบวาบตามจังหวะหัวใจ
“เราไปที่ชายหาดกันตอนนี้” ต้นกัดฟันออกคำสั่ง
ทั้งสี่รีบพากันฝ่าสายลมกลางคืนลงไป หาดทรายเย็นเฉียบ รอยเท้าซันทยอยหายไปในเงามืด คลื่นซัดขึ้นสูงกว่าปกติ
เสียงร้องไห้เบา ๆ แว่วมาแต่ไกล ไผ่เดินนำ ต้นจับมือไว้แน่นเหมือนหากไม่ทำเช่นนั้นจะสูญเสียเขาไป
ทั้งกลุ่มหยุดชะงักเมื่อเห็นเสื้อของซันวางพาดบนโขดหินเล็ก ๆ
“ซัน!” กรร้องลั่น
ไม่มีเสียงตอบกลับ มีแต่เงาเคลื่อนวูบหนึ่งบนผิวน้ำ
บาสทรุดตัวนั่งลง มือกุมอก “ถ้าเรากล้าพูดตรง ๆ ตั้งแต่ต้น มันคงไม่เป็นแบบนี้”
ต้นหันมากอดเพื่อน “มันยังไม่สายหรอก”
ไผ่หน้าซีด น้ำตาไหล ค่อย ๆ เอื้อมมือแตะเสื้อ “เราขอโทษ”
ทันใดนั้น แสงขาววาบขึ้นกลางหาด เหมือนโลกทั้งใบหยุดเคลื่อนไหว เงาซันปรากฏบนผิวน้ำ ตาแดงก่ำ
“ทุกคนจงยอมรับความจริง” เสียงนั้นสะท้อนกังวาน
ต้นกลืนน้ำลาย น้ำเสียงสั่น “เรายอมรับผิด ซัน… เอ็งอยากบอกอะไรมั้ย”
เงาซันนิ่งเงียบ ก่อนเอื้อมมือมาโอบบาสแน่น “ฉันให้อภัย”
บาสใจหายวาบ น้ำตาไหลทันที มิตรภาพในค่ำคืนสุดท้ายจึงรัดร้อยทุกคนแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม
เมฆสีขาวสาดแสงจันทร์มาเหนือหัว เงาซันค่อย ๆ จางหาย กลิ่นเกลือทะเลสดชื่นขึ้นในอากาศ
บรรยากาศเปลี่ยนจากหนักอึ้งเป็นเบาสบาย ทุกคนยืนล้อมหน้ากันเงียบ ๆ ก่อนต้นเริ่มหัวเราะทั้งน้ำตา “เจอกันอีกนะ…เพื่อน”
เสียงคลื่นยังคงซัดฝั่ง แต่คืนนี้แต่ละคนไม่มีอะไรต้องหลบซ่อนอีกต่อไป