มหกรรมคลั่งรัก (เข้าใจ) ผิดที่หอพัก 5/4
เสียงแตรมอเตอร์ไซค์ลั่นหน้าหอพัก 5/4 ในเย็นวันศุกร์ ทุกอย่างดูเหมือนปกติ แต่จริง ๆ แล้วกำลังมีมหกรรมความป่วนซ่อนอยู่ข้างใน รปภ.พงษ์เองก็นั่งมองบันทึกหน้าประตูหออย่างเบื่อ ๆ เพราะใครเดินมาผ่านก็ต้องโดนเซ็นชื่อจนมือชา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!โจ หนุ่มผอมสูง ผู้เชื่อว่าตัวเองเป็นคนธรรมดาสุดขั้วแต่แอบมั่นใจว่าตัวเองดูดีและฉลาดกว่าเพื่อน มาถึงหน้าหอพักพร้อมกระเป๋าเป้ที่ประดับตรามหาวิทยาลัยใหม่ ถุงก๋วยเตี๋ยวที่หิ้วค้างกลางอากาศ โจเปิดประตูเจอริว เพื่อนร่วมห้องผมฟู หน้าตานิ่งไม่ค่อยชอบพูดอะไร แต่แววตานั้นช่างลึกลับเกินทน
“มาช้านะ ลืมกุญแจอ่ะดิ” ริวพูดเสียงเรียบ ไม่สบตา
“อ่า…เปล่าหรอก แค่อยากเดินเล่นแถวนั้น” โจยิ้มกลบเกลื่อน หัวใจเต้นจนถุงก๋วยเตี๋ยวสั่น จริง ๆ ลืมกุญแจจริงและแอบเขินเล็ก ๆ กับความนิ่งของริว
ทั้งสองเดินเข้าห้อง 405 ประตูห้องแง้มไว้ นุช เพื่อนข้างห้องลากเก้าอี้มานั่งตรงทางเดินด้วยสีหน้าประหลาด
“เฮ้ย โจ เมื่อคืนได้ยินนายพูดละเมอถึง ‘ความลับ’ อะไรหรือเปล่า” นุชหรี่ตามอง
โจแอบคิดในใจ “เมื่อคืนเราก็แค่ฝันเรื่องพิซซ่ากล่องนั้นเอง แต่พูดอะไรออกไปวะ” โจเลยสวน “อ๋อ ไม่มีอะไร ความลับอะไร ไม่เห็นมีเลย”
ริวเหล่ตามองโจครู่หนึ่ง “เออ วันนี้มีเรื่องจะคุยกับนายหน่อย…แต่ไว้ทีหลังละกัน”
โจสายมโนคิดฟุ้งทันที! ริวเกริ่นแบบนี้ แถมวันก่อนยังซื้อชาเย็นมาให้โดยไม่บอกอีก โจกำลังจะเพ้อถึงความเป็นไปได้ในหัว ริวนั่งลงปลดรองเท้า เงียบอยู่นาน ก่อนจะพูดเบา ๆ “โจ ช่วงนี้…นายว่างบ้างไหม” เสียงเหมือนจะชวนกันไปดูดาวหรือเปล่า?
“มีไรป่ะ? คือ…มีไรก็พูดมาเลยนะ ไม่ต้องอ้อมโลก” โจพูดตะกุกตะกักแต่พยายามแอ็คอาร์ต
ริวเลือกที่จะแค่ยิ้มมุมปาก “เย็นนี้ช่วยออกไปซื้อกาแฟข้างล่างให้หน่อย ขี้เกียจ ขอบคุณ”
โจพูดไม่ออก… “อะ…อ่อ ได้ดิ”
ขณะที่โจเดินออกจากห้องไปทันที ใจวูบวาบ มั่นใจว่าริวต้องคิดอะไรกับตัวเองแน่ ๆ เพราะดีเทลเล็ก ๆ อย่างซื้อของมาฝาก ทีนี้ก็เลยไปปรึกษาเพื่อนสนิทที่ชื่อ ‘หมิง’ หมิงเป็นผู้ชายตลกหัวไวแต่ชอบประชดประชัน ถามอะไรก็ชอบตอบกลับแบบแปลก ๆ
“หมิง นายว่าถ้ามีเพื่อนซื้อของฝากเฉพาะนายบ่อย ๆ ให้ นี่มันสัญญาณมั้ย”
หมิงทำหน้าเหยเกแต่ตาเปล่งประกาย “โจ ถ้าเค้าฝากแต่กาแฟ แปลว่าเขาอยากให้เราตาสว่างไง! แต่ถ้าเป็นข้าวเหนียว – แปลว่าอยากให้อยู่ด้วยกันนาน ๆ ไงล่ะ!”
โจเออออคือไม่เข้าใจ แต่มโนลอยลิ่วไปไกลกว่านั้น
มืด ๆ ริวโทรกลับมา “ซื้อกาแฟรึยัง? เอาแบบไม่หวานนะ”
โจสะดุ้ง รีบซื้อกาแฟและกำลังจะขึ้นลิฟต์ก็เจอวาวา รุ่นพี่สาวปีสี่ผู้ประกาศตนว่าเป็น ‘แม่หอ’ ในแบบไม่เป็นทางการ วาวาทำหน้าหงิก “โจ เธอทำห้องขยะปลิวออกมาหมดเลย รีบเก็บให้หมดด้วยนะ ก่อนฉันจะกริ๊งมาด่าอีก!”
โจตั้งใจจะขอโทษแต่อารมณ์ยังค้าง เลยเผลอหลุด “รุ่นพี่ครับ ถ้าขยะมันมีชีวิตก็คงเดินหนีเองแล้วมั้ง” วาวาเงียบไป 3 วินาที “ถ้างั้นเดี๋ยวพี่จะทำให้ขยะกลายเป็นข่าว – โจโดนใบเตือนหอ!”
โจหันไปพึมพำกับหมิง “ก็รู้ว่าพี่วาโหด แต่ใจดีนะ ดูสิ เวลาเราเก็บขยะปั๊บ เค้าหายหัวเลย…”
หมิงหัวเราะ “หรือเค้าแอบมองนายอยู่ก็ได้ ระวังโดนจองเวรนะ…”
โจหัวเราะแห้ง ๆ ไม่อยู่กับร่องกับรอย แต่ยังไม่ทันกลับห้อง ริวก็โทรมาอีก “โจ ตอนขึ้นห้องอย่าลืมเอาทิชชู่มาให้หน่อยนะ” โจเริ่มมโนว่า – นี่มันสัญญาณชัด ๆ ริวฝากของบ่อยผิดปกติ!
อาทิตย์ต่อมา โจเริ่มเล่าให้หมิงฟังว่า ริวเริ่มพูดกับเขาบ่อยขึ้น วันก่อนยังมานั่งเล่นในห้องแบบไม่พูดอะไรเลย แล้วอยู่ดี ๆ ก็พูดเบา ๆ ว่า “อยู่ด้วยกันแบบนี้ก็ดีนะ” โจเลยเก็บไปคิดต่อ
“นี่นายแน่ใจว่าเขาพูดงี้หรือเปล่า?” หมิงถาม โจพยักหน้าแรง แต่แทรก “เอ๊ะ หรือกูคิดเอาเอง?”
ริวเริ่มมีปฏิกิริยาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างทุกครั้งที่อยู่กับโจ พอหมิงมาสุมหัวก็ชอบพูดเรื่องความลับที่ไม่มีใครรู้ แต่ทุกครั้งที่จะเฉลย ก็โดนวาวาบังคับให้ช่วยงานหอพอดี ริวเลยเปลี่ยนเรื่องทันที โจยิ่งมั่นใจ ริวต้องกำลังหาทางสารภาพความรู้สึกแน่ ๆ!
ความวุ่นเริ่มขยายใหญ่ พอวาวาเริ่มสังเกตเจอพฤติกรรมประหลาด โจเลยถูกเรียกเข้าพบ
“โจ! ช่วงนี้นายเดินเหมือนจะแอบอะไรใครตลอด เห็นชอบมองมือถือ ยิ้มคนเดียว เอาอะไรไปซ่อนไว้ที่บันไดหรือเปล่า”
โจรีบปฏิเสธ “เปล่าครับ ไม่มีอะไร!”
แต่วาวาไม่ปักใจเชื่อง่าย ๆ “ระวังนะ ถ้านายแอบเอาแมวหรือไข่ไปฟักในหออีก พี่จะประกาศลงกรุ๊ปไลน์หอ!”
โจหน้าเจื่อน ฤทธิ์ความเข้าใจผิดแค่เริ่ม เฟิร์สเพื่อนสนิทอีกคนหัวกลมอารมณ์ดี แวะมาแจมบทสนทนา “โจ ๆ นายจะสารภาพอะไรหรือเปล่า”
“เปล๊า!” โจสวนเสียงสูง
“เนี่ย แบบนี้ยิ่งน่าสงสัย” วาวาเริ่มจดอะไรลงกระดาษ ใจคงคิดล่วงหน้าไปถึงขั้นเรียกประชุมหอพัก
ในขณะที่โจพยายามหนีความสงสัยทั้งจากเพื่อนและเพื่อนข้างห้อง ริวเองก็เริ่มอึดอัดมากขึ้น เพราะพยายามจะพูดเรื่องสำคัญบางอย่างกับโจแต่ไม่เคยมีจังหวะ โจคิดไปไกลจนเผลอเดินข้ามถนนเกือบโดนจักรยานชน!
“นายเป็นอะไรเนี่ย? เดินเหม่อ” ริวถาม โจตะกุกตะกัก “เอ่อ…เปล่า ไม่มีอะไร”
กลางคืนโจนอนไม่หลับ คิดวนไปมา “ใช่รึเปล่านะ? หรือริวจะคิดแค่เรื่องงานกลุ่ม?” พอคิดอย่างนั้น ดันนึกถึงคำพูดวันก่อนว่าริวพูดว่า “อยู่ด้วยกันก็ดีนะ” หลับไปพร้อมความสับสน
รุ่งขึ้น หมิงมานอนค้างที่ห้องโจสองคน ก็บังเอิญได้ยินริวกับโจคุยกันแบบตะกุกตะกัก หมิงแซว “โอ้โห สองคนนี้มีอะไรปิดบังชัวร์ ขอห้องมุมไว้ถ่ายคลิปด้วยนะ” โจตาเหลือก แต่ริวแค่หัวเราะ น้ำเสียงเจือความเหนื่อยใจ
ในขณะที่ทั้งหอพักเริ่มซุบซิบกันเรื่องการแอบรักของโจกับริว จากอะไรเล็ก ๆ ที่โจสะสมความหวังในใจเรื่อยเปื่อย กลายเป็นข่าวลือกระหึ่ม ยิ่งโจหลุดระเบิดขำกลบเกลื่อนหลายจังหวะ เด็กหอหลายคนก็ตีความกันไปคนละทาง จนนุชเพื่อนข้างห้องมาแซว “ถ้าคบกันจริง ๆ ขอเลี้ยงหมาตัวหนึ่งนะ!” โจยิ่งมึน
หมิงกับเฟิร์สเริ่มแกล้งแซวหนักขึ้น เอาข้าวแพนด้าลายหัวใจวางหน้าห้องริวกะให้โจออกไปหยิบ พวกเขาหวังจะดูว่าใครจะสารภาพก่อน แต่สถานการณ์ก็วุ่นวายยิ่งขึ้นไปใหญ่
วันหนึ่ง ขณะที่โจทนต่อความสงสัยไม่ไหวตัดสินใจตั้งใจจะถามริวตรง ๆ “ริว ถ้านายชอบใครสักคน นายจะพูดยังไง?”
ริวเงียบไปนานแล้วตอบ “ก็พูดไปตามตรงไง ไม่ต้องมโนเอง” โจหน้าแดงระเรื่อทันที พูดอะไรไม่ออกจนริวยื่นทิชชู่ “หน้าซับเหงื่อสิ นายจะหน้าแดงทำไม…?”
เหตุการณ์ดำเนินไปจนถึงจุดวิกฤติ ริวขอเรียกหมิงกับโจมาคุย “กูจะออกจากหอ ย้ายไปอยู่กับญาติที่บางนา”
โจช็อคทันที ใจเต้นแรงนึกว่าทุกอย่างจะจบ เหมือนฝันร้าย หมิงเงียบ โจพูดอะไรไม่ออกอยู่พักใหญ่
หมิงว่า “นายมีอะไรอยากพูดกับโจมั้ย?”
ริวถอนหายใจ “โจ ที่ผ่านมานายคิดอะไรกับชั้นเยอะไปหน่อยมั้ย?”
โจนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “ชั้นแค่…สงสัยเฉย ๆ น่ะ ว่านายชอบเราไหม”
ริวหัวเราะ “ชั้นแค่เห็นว่านายไม่มีเพื่อนตอนปีหนึ่ง เลยซื้อของให้ จะได้ไม่รู้สึกแปลกแยกไง”
หมิงหัวเราะ “โอ้โห นี่มันมโนขั้นเทพ!” ริวส่ายหน้าขำ ๆ “นายต้องลองถามให้แน่ก่อนนะโจ เดี๋ยวข่าวลือมันเดินเร็วกว่าเราอีก”
ท้ายสุด หลังจากดราม่าเล็ก ๆ โจกับริวก็ตกลงกันว่า จะเป็นเพื่อนกันต่อไป ริวบอกลาอย่างซึ้ง ๆ “ปล. ฉันหวังว่าถ้านายคิดอะไรอีก จะคุยกับฉันนะ”
โจยิ้มกว้าง รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ในขณะที่หมิงแกล้งพูดทิ้งท้าย “ถ้าปีหน้าหายไปอีกคน จะเป็นโจบ้างหรือเปล่านะ!” ทั้งหอหัวเราะ รอยยิ้มและความอบอุ่นกระจายไปทั่วโถง ชีวิตใหม่ของโจในหอ 5/4 เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น…