แผนร้ายกาแฟเย็นโต๊ะสิบ
เสียงโห่ร้องดังลั่นมุมโรงอาหาร “โต๊ะสิบ! ย้ายโต๊ะแล้ว! โต๊ะใหม่นั่งได้แค่แปด! ใครจองก่อนมีสิทธิ์ก่อน!” คนทั้งโรงอาหารหันไปมองกลุ่มสามคนที่ลากโต๊ะตัวยาวเหมือนจะย้ายบ้านเข้าไปนั่งกลางลาน ทุกคนแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับบูม ฟ้า และเดียร์ กลุ่มเพื่อนซี้ที่ไม่เคยสร้างเรื่องเงียบๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!บูมผู้มั่นหน้า ใส่เชิ้ตตัวใหม่ พยายามตั้งท่าหัวหน้าทีม “เราเตรียมของครบหมดแล้ว ฟ้า! เดียร์! พรุ่งนี้คือวันเปิดตัวกาแฟเย็นฝีมือเราในตำนาน จำไว้นะ เป้าหมายคือ…ให้คนทั้งมหาลัยรู้จักโต๊ะสิบ!”
ฟ้ามองไปที่โต๊ะ กะพริบตารัว “แต่…เราชงกาแฟแค่วันเดียวเนอะบูม นี่มันไม่ใหญ่ไปเหรอ ทำขนาดนี้ต้องใช้เงินเยอะนะ ฉันกลัวว่าจะพังอ่ะ พังแน่ๆ เลย…”
เดียร์ยิ้มกว้าง ตบไหล่เพื่อนทั้งสอง “ไม่หรอกฟ้า เดี๋ยวฉันช่วยเอง ฉันเคยขายของข้างสนามบาส คนเต็มเลย สุดท้ายได้กำไรตั้ง 15 บาท!”
บูมหัวเราะเสียงดัง “เห็นมั้ย?! ทีมเราแน่นอน เดียร์คือมือขาย ฟ้าคือมือคำนวณ ฉันคือ…เอ่อ…แรงบันดาลใจ เอางี้ พรุ่งนี้สิบโมง ชงให้หมดมหาลัยกิน! ใครไม่ซื้อ…เรายิ่งตั้งใจทุ่มบุญให้น้ำแข็งฟรี!”
คืนนั้นฟ้านอนเครียด คิดแต่เรื่องต้นทุน ว่าใช้เงินทั้งหมดเกินงบหรือเปล่า กลัวทุกคนมองแปลกๆ ส่วนบูมไลน์หาทุกคนในกลุ่ม บอกว่าเตรียมชื่อร้านว่า “กาแฟเย็นโต๊ะสิบ – แรงทีเด็ดทุกแก้ว” เขามั่นใจระดับจะชวนอธิการบดีมาชิม
สายเช้าวันงาน บูมยิ้มกว้างเดินถือป้ายผ้าขนาดยักษ์ “กลิ่นหอมโต๊ะสิบ ใครชิมติดใจ!” คนผ่านไปมามองงง ฟ้าทำหน้างุนงงแต่จำใจหิ้วกระติกน้ำแข็งใหญ่กว่าโต๊ะ ส่วนเดียร์มั่นใจเกินร้อย ตะโกนเรียกลูกค้าดังลั่นตั้งแต่ยังไม่ตั้งของ
ลูกค้าคนแรกเดินมาดู แวะถามว่ามีชาเขียวไหม เดียร์ตอบทันที “ไม่มีครับ! แต่ถ้าพี่กลัวนอนไม่หลับ ผมใส่กาแฟจิ๊ดนึงก็โออยู่นะครับ!” ลูกค้าหัวเราะเดินหนี ฟ้าชักเริ่มเหงื่อตก บูมรีบโฆษณาซ้ำ “รับฟรีน้ำแข็งก้อนเล็กก้อนใหญ่ ผสมฟรี! สั่งเลย!”
เริ่มมีเพื่อนผลัดกันมาเชียร์ด้วยความเอ็นดู สั่งกาแฟแก้วเล็กๆ แล้วถามว่าใส่นมข้นแค่ไหน ฟ้าคิดมากกลัวไม่พอใจ เลยตักนมข้นพูนจนกาแฟเป็นชั้นสีขาว เดียร์รีบเสริม “เราขายกาแฟใหม่สไตล์ขาวมัทฉะ! ไม่เหมือนใคร!”
ทุกอย่างวุ่นวายขึ้น เมื่อนกฮูกตัวหนึ่งบินลงมาเกาะป้ายร้านจนเกือบคว่ำ ฟ้ากรีดร้อง “บูมไล่มันออกไป!” เดียร์ดันคิดว่านกฮูกเป็นเครื่องรางโชคดี ตะโกนบอกลูกค้า “วันนี้เดือนดี คนซื้อกาแฟจะโชคดีทั้งปี!”
คนต่อแถวเพิ่มขึ้น แต่บูมชงกาแฟแก้วมือไป มือหนึ่งถือโทรศัพท์ไลฟ์สด จนฟ้าต้องดึงโทรศัพท์ออกมาจากมือให้มากวนสมาธิ เดียร์แอบเปลี่ยนสูตรสลับน้ำกับกาแฟผิดอัตราส่วน ลูกค้าบางคนรับไปแล้วปิดปากเดินคอตก ฟ้ากังวลรีบจดยอดเงินแต่ไม่ได้ยินเสียงคนสั่งที่วุ่นวาย จึงเริ่มสับสนใส่เงินลงกล่องผิดใบ
ขณะที่กลุ่มเพื่อนกำลังปั่นป่วน อาจารย์ฝ่ายปกครองเดินมาเห็นแถวยาวและป้ายภาพใหญ่ เอ่ยเสียงขรึม “ขออนุญาตนะครับ นี่ได้รับอนุญาตขายในโรงอาหารหรือยัง?”
บูมรีบยกมือสวัสดี “ครับอาจารย์! แต่…เอ่อ…เดี๋ยวผมไปขอครับ! แต่ตอนนี้ขายฟรีได้มั้ยครับ ถือว่ากิจกรรมสร้างรอยยิ้ม!” อาจารย์นิ่ง แล้วพยักหน้า “ผมขอชิมก่อนละกัน ว่าแต่มีกาแฟรสอะไรบ้าง”
เดียร์รีบเสนอ “เรามีสูตรใหม่ รสดวงดีครับอาจารย์ ใส่นมข้นกับกาแฟเท่าๆ กัน ไม่หวานไม่ขม แต่อร่อย…ถ้าดวงดี!”
อาจารย์ทำหน้าบูดหลังจิบ ฟ้าตัวสั่น ถามเสียงเบา “อาจารย์จะให้หยุดเลยไหมคะ?”
อาจารย์ถอนหายใจ “ไม่ต้องห่วง แต่ขอให้มีใบขออนุญาตให้ถูกต้องด้วยนะ หรืออย่างน้อยบอกล่วงหน้าหน่อย จะได้ประสานงานให้”
พออาจารย์เดินไป เดียร์กระซิบเพื่อน “โห เกือบซวยเลย ถ้าเราขายซาลาเปาด้วย คงรอดกว่า…” ฟ้าหัวเราะแห้งๆ บูมตบไหล่ “สู้เว้ย!”
ขณะนั้น ความอลหม่านก็บังเกิดเมื่อมีคนสั่งกาแฟสิบแก้ว บูมเร่งชง ฟ้าเร่งหาน้ำแข็ง เดียร์หาทางแกะถุงกาแฟสำเร็จรูปผิดสูตร เททุกอย่างสลับกัน ผลคือมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งหน้าตาตื่น โวยวายว่ากาแฟบ้างหวานบาดใจ บ้างจืดเหมือนน้ำล้างถ้วย บูมยกมือ “ใจเย็นๆ นะพี่ เดี๋ยวชงใหม่ ชงใหม่หมดเลย!”
ในจังหวะโกลาหล เพื่อนอีกกลุ่มแอบแซว “นี่ร้านมึงขายกาแฟหรือขายดวงวะ ลุ้นทุกแก้ว!” เดียร์ไม่เข้าใจคิดว่าเป็นคำชม รีบบอกทุกคนว่า “เราเน้นลุ้น ลูกค้าตื่นเต้นไงพี่ ไม่มีสูตรตายตัวชีวิตจะได้มีสีสัน!”
ถึงบ่าย กาแฟเริ่มเหลือน้อย แต่เงินไม่คืบ ฟ้าตายใจว่าคงขาดทุนแน่ นั่งนับเหรียญจดทุกบาททุกสตางค์บ่นพึมพำ บูมยังคงมั่นใจเต็มร้อย โบกป้ายชวนคนไม่หยุด เดียร์แอบชงกาแฟแก้วแถมให้กลุ่มเพื่อนต่างคณะ
แต่แล้วกลุ่มเพื่อนที่กินกาแฟเดียร์ควรจะสดชื่น กลับหัวเราะบอกกันว่า “เหมือนโดนปั่น! ได้กาแฟหวานสุดขีด!” เดียร์แก้ตัว “คือผมตั้งใจ…ทำ life taste คือรสชาติชีวิตไม่เหมือนกัน…”
บูมแกล้งพูดดัง “ถ้าร้านเราเป็นร้านจริง คงได้ดาวมิชลินเพราะเดาไม่ได้!” ฟ้าเริ่มเครียดหนัก กลัวคนจะลืมจ่ายเงินหรือเข้าใจผิด ถอนหายใจ “บูม เรากลัวเขาโกรธนะ เราคิดมากไปใช่มั้ย…”
บูมหันมาเขกหัวเบาๆ “เธอคิดมาก แต่ฉันมั่นมาก เราต้องบาลานซ์ไง มีเดียร์ไว้คนกลางพอดี…หรือเปล่า 555”
ระหว่างที่ทุกคนหัวเราะ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มีข้อความมาว่า “มีนักข่าวชมรมกำลังมาที่โต๊ะสิบ ขอสัมภาษณ์เรื่องร้านกาแฟในตำนาน!” ฟ้าช็อก “ตกลงเราเป็นตำนานหรือเป็นเรื่องเอ๊ะกันแน่…”
นักข่าวสาวหน้าใหม่มาถึง ถามบูมว่า “ทำไมถึงขายกาแฟฝีมือสมัครเล่นแบบนี้คะ คุณมีแรงบันดาลใจจากอะไร”
บูมตอบมั่นใจ “ชีวิตมหาลัยต้องกล้าทดลอง อยากให้เพื่อนกล้าทำของใหม่ ไม่ดีไม่เป็นไร ขอให้สนุกไว้ก่อน ทุกคนสดชื่นกว่ากินกาแฟก็ตรงนี้ครับ!”
เดียร์ยกนิ้วโป้ง บทสัมภาษณ์นี้คนในโรงอาหารเริ่มสนใจ บูมหันไปยิ้มให้ฟ้า “เห็นมั้ย ใครจะสนกาแฟจริง แต่ทุกคนสนใจความกล้าและความวุ่นวายของทีมเราต่างหาก!”
กาแฟหมดพอดี คนมากันเต็มหน้าร้าน ถามว่าจะมีร้านแบบนี้อีกมั้ย ฟ้ามองหน้าเพื่อนทั้งสองคน ยิ้มกว้างขึ้นบ้างในรอบวัน “ฉันว่าครั้งหน้า…เราอาจจะขายข้าวเหนียวมะม่วง หรือขายลอตเตอรี่ก็ได้นะ!”
บูมกระโดดลุกจากโต๊ะ ชูป้ายขึ้นฟ้า “เตรียมรับเซอร์ไพร์สโต๊ะสิบ บ้าพลังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือคิดมากกับโชคดี!” เดียร์เสริม “รอเลย ร้านอะไรยังไม่รู้ แต่ป่วนแน่!”
คนในโรงอาหารหัวเราะปรบมือเฮ สุดท้ายสามเกลอกอดคอกัน ฟ้าผ่อนคลายลง บูมยังมั่นใจเหมือนเดิม เดียร์วางแผนอะไรต่อในใจ เรื่องเล็ก ๆ ของกลุ่มเพื่อนที่ตั้งใจเปลี่ยนโลกด้วยกาแฟหนึ่งวัน กลายเป็นความทรงจำปั่นป่วนแต่มีความสุขที่สุดในมหาวิทยาลัย
ก่อนจบ ฟ้าแอบพูดลอยๆ “ทำไมฉันรู้สึกดีใจที่ทุกคนยังเป็นเพื่อนฉันอยู่นะ ทั้งที่เกือบทำให้โดนเชิญออก!” เดียร์ตอบช้า ๆ “แต่ถ้าโดนเชิญออกจริงๆ เราไปเปิดร้านชื่อว่า โดนไล่คาเฟ่ ดีมั้ย”
เสียงหัวเราะสุดท้ายดังขึ้นแทรกเสียงจอแจในโรงอาหาร…โต๊ะสิบปิดท้ายวัน ประชาชีได้ดื่มกาแฟ (รสปริศนา) และมิตรภาพที่ฮา อบอุ่น ไม่เหมือนใคร