แกล้งรัก ปลอมใจ
เสียงขยับกระดาษปึกใหญ่และเสียงถอนหายใจเหนื่อยหน่ายดังขึ้นในห้องประชุมเล็กของบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง “โอ๊ต นายช่วยพูดอะไรหน่อย มันไม่เวิร์กเว้ย” เสียงของกิ๊ฟ หัวหน้าทีมดังขึ้น ขณะที่โอ๊ต หนุ่มแว่นผมยาวประบ่า เอื้อมมือเกาหัวตัวเองอย่างงง ๆ สายตายังจับจ้องแผนงานบนโต๊ะ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ผมว่า ไอเดียนี้มันเก่าไป…” โอ๊ตพูดเบาคล้ายไม่อยากขัดใคร ก่อนจะเหลือบตาไปมองอีกคนที่เพิ่งเปิดประตูเดินเข้ามาอย่างคึกคัก
หญิงสาวร่างเล็ก เจ้าของหน้าหวานแต่ดวงตาซุกซนเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม “ขอโทษค่า ติดเขียนต้นฉบับนิดหน่อย” พลอย พลอยลดา นักเขียนฟรีแลนซ์ประจำทีมพกความมั่นใจและเสียงหัวเราะที่มักทำให้บรรยากาศเปลี่ยน
ระหว่างที่ทุกคนตั้งใจฟัง พลอยก็เสนอไอเดียเศรษฐีทะลุมิติอะไรสักอย่างแบบติดตลก ทำเอาห้องประชุมทั้งขำทั้งมึน ยกเว้นโอ๊ต ที่ถอนใจและหยิบสมุดขึ้นจด
“นี่ถ้ามีใครเจ้ากี้เจ้าการกว่าโอ๊ต ฉันคงลาออกไปแล้ว…” กิ๊ฟงึมงำ พลางถลึงตาให้โอ๊ตเป็นเชิงหยอก
โอ๊ตเลือกนั่งเงียบ สิ่งเดียวที่กล้าแสดงออกมีแต่การโจมตีไอเดียของพลอย “นิยายเธอก็ดูเวอร์ ๆ นะพลอย มันเข้ากับคอนเซ็ปต์ลูกค้าจริงเหรอ?”
พลอยชะงักยิ้ม ก่อนตบท้ายด้วยการโยนคำถามกลับ “โอเค งั้นถ้าแนวโลกสวยของนายขายไม่ได้ นายเอาความจริงจังไปขายลูกค้าดูสิ”
บรรยากาศในห้องเหมือนประกายไฟกำลังจะปะทะ ทุกอย่างดูจะไม่ได้ข้อสรุปง่าย ๆ
หลังประชุมจบลง กิ๊ฟเดินมาจับคู่โอ๊ตกับพลอยเป็นคู่โปรเจกต์ใหญ่ โอ๊ตไม่พอใจแต่ไม่มีทางเลือก ขณะที่พลอยหัวเราะเบา ๆ “หวังว่าโปรเจกต์นี้จะไม่กลายเป็นมหากาพย์สงครามเย็นนะคะ”
ช่วงเย็นทั้งสองต้องนั่งคุยกันหน้าโต๊ะทำงานโอ๊ต กลิ่นกาแฟลอยฟุ้งขึ้นระหว่างที่พลอยยื่นถ้วยไปให้ “จะได้นอนดึกไหวมั้ยล่ะ”
“เธอไม่กลัวเสียเวลาหรอ เอาแต่ทำเรื่องเล่น ๆ”
พลอยหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มตอบ “ถ้าไม่เคยเล่นเลย ชีวิตมันไม่น่าเบื่อเหรอ?”
โอ๊ตหันมอง พลางฉุกคิดถึงคำพูดนั้น
วันต่อมา ในร้านกาแฟมุมตึก โอ๊ตถูกบังคับให้นั่งคิดงานกับพลอย หลังชั่วโมงแรกที่ทั้งคู่นั่งเงียบโดยไม่มีบทสนทนา พลอยเริ่มเอื้อมมือเขี่ยขอบแก้ว
“โอ๊ต…นายฝันอยากทำอะไรจริง ๆ บ้างรึเปล่า”
“งานนี้ไง ซื่อสัตย์และถูกต้อง”
พลอยหัวเราะเบา ๆ “จริงเหรอ…แล้วนายเขียนอะไรซน ๆ กับเขาบ้างมั้ย” โอ๊ตส่ายหน้า สีหน้ากลัดกลุ้มเหมือนน้อยใจชีวิต
“ฉันเขียนอะไรอย่างนั้นมันนานแล้ว…แต่ไม่มีใครสนใจ” เสียงเขาเบาลง
“บางทีมันต้องเริ่มจากตัวเองนะโอ๊ต” เธอกระซิบ
สายตาพลอยอบอุ่นและเปิดกว้างมากกว่าคำพูดใด ๆ
กลางดึกคืนนั้น โอ๊ตฝันถึงฉากที่ตัวเองอยู่ท่ามกลางวงไฟสลัว เขายกมือขอพูดในงานนำเสนอแต่เสียงกลับติดขัด เขาตื่นมาเหงื่อซึม พลางหันมองโทรศัพท์ มีข้อความจากพลอยว่า “สู้ ๆ นะ”
เช้าวันต่อมา โอ๊ตรู้สึกไม่อยากเข้าสังคมแต่ก็ต้องฝืนไปทำงาน พลอยแวะมาทัก “นายเป็นอะไร สีหน้าหมดไฟมาก”
“ฝันร้ายเฉย ๆ” เขาพูดแบบเลี่ยง ๆ
ความเงียบแทรกเข้ามา ก่อนพลอยจะเปลี่ยนเรื่อง “ไปดูโลเคชั่นจริงกันมั้ย—จะได้คิดไอเดียสักที”
ทั้งสองออกไปเดินตลาดนัดด้วยกัน พลอยลองสัมผัสประสบการณ์จริง ๆ บนท้องถนน ทุกอย่างดูใหม่สำหรับโอ๊ตที่ชอบอยู่แต่ในเซฟโซน
โอ๊ตเผลอยิ้มกับเสียงหัวเราะของพลอยโดยไม่รู้ตัว เธอวิ่งหนีหลังหยอกล้อแท๊กซี่ ช่วงเวลานั้นพลอยลืมชีวิตจริงที่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด
ขากลับบนรถไฟฟ้า ทั้งคู่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิต พลอยเล่าว่าเคยผิดหวังกับครอบครัวที่ไม่เข้าใจทางเลือกการเป็นนักเขียน เธอแกล้งพูดเหมือนไม่ใส่ใจ แต่แววตากลับซ่อนความเศร้า
โอ๊ตรู้สึกเข้าใจบางอย่าง และเริ่มเลิกตำหนิเธอแบบเดิม ๆ
วันประชุมนัดต่อมา ทั้งคู่ทดลองผสานโลกแฟนตาซีกับความจริงในไอเดีย ทีมงานกลับตื่นเต้น และลูกค้าชมเชยว่าเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ที่สดใส
หลังประชุม ทุกคนพูดถึงความเข้ากันของทั้งสองคน เสียงกระซิบในทีมดังข้ามโต๊ะ “สองคนนั้นไม่น่าจะมีอะไรเหมือนกันได้เลย”
พลอยกลั้วหัวเราะ “เรื่องมันซับซ้อนเกินกว่าที่ทุกคนคิดนะ”
วันถัดมา พลอยไม่มาทำงาน โอ๊ตรู้สึกแปลก ๆ เหมือนมีช่องว่าง ยิ่งเมื่อเห็นโต๊ะทำงานว่างเปล่า และโน้ตสีสดใจความสั้นมาก “ต้องกลับบ้านแม่ป่วย เดี๋ยวติดต่อกลับ”
ความเงียบในออฟฟิศ กลายเป็นความอึดอัดฝังใจโอ๊ตตลอดวันจนเย็น
ตอนเย็นมีสายจากพลอย เธอเสียงเคร่งเครียด ขอโทษที่ทิ้งงาน โอ๊ตนิ่งฟัง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ดูแลตัวเองด้วยนะ เดี๋ยวงานฉันจัดการเอง”
หลังวางสาย เขาสังเกตว่าตัวเองเฝ้ารอโทรศัพท์ทุกชั่วโมง อดถามตัวเองไม่ได้ว่านี่แปลว่ารู้สึกอะไรกับผู้หญิงคนนี้หรือเปล่า
เย็นวันหนึ่งพลอยส่งข้อความ “ขอโทษที่ต้องให้รอ ฉันรู้สึกเครียดเรื่องแม่มาก” โอ๊ตตอบกลับช้า ๆ “นายไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันแค่…เป็นห่วง”
ความเงียบในแชตนั้นกินเวลานาน พลอยตอบ “นายเคยกลัวเสียอะไรสักอย่างมั้ย” โอ๊ตนิ่งไป เขาคิดถึงอดีตตอนเรียนมัธยม ที่เคยกลัวความล้มเหลวจนไม่กล้าสมัครค่ายออกแบบที่ฝันไว้
เขาตอบไปว่า “เคย และมัน…ทำให้ฉันไม่กล้ายอมรับความจริงหลายเรื่อง”
สองสัปดาห์ที่พลอยหายไป งานโปรเจกต์เกือบพังลง โอ๊ตต้องนำเสนอเดี่ยว เขาค่อย ๆ กล้าแสดงตัวตนมากขึ้น แม้จะติดขัดแต่ก็พยายามฝืนความกลัวในใจ
วันหนึ่งพลอยกลับมาด้วยหน้าตาโทรมแต่แววตามุ่งมั่นกว่าเดิม โอ๊ตกำลังวุ่นกับงานจนไม่ได้สังเกต เธอยืนอยู่ตรงมุมประตูเงียบ ๆ สักพักก่อนเดินมาพูดว่า “ขอบคุณที่ไม่หายไปตอนฉันเงียบ”
โอ๊ตหยุดงาน สบตาเธอ “ฉันเคยรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า จน…มีคนเห็นความหมายในสิ่งที่ฉันพยายาม”
ความเงียบที่คล้ายจะแตกสลาย พลอยเดินมากอดโอ๊ตสั้น ๆ แล้วรีบผละออก
ในวันปิดโปรเจกต์ ทีมจัดปาร์ตี้ย่อม ๆ พลอยเมาและพูดเสียงอ้อแอ้ “โอ๊ต ฉัน…เกลียดนายที่จริงจังแต่ก็…รู้สึกปลอดภัยบ้า ๆ”
โอ๊ตยิ้มหัวเราะ “งั้นก็ขึ้นอยู่กับเธอ ว่าจะกล้าไว้ใจฉัน หรือจะหัวเราะหนีต่อไป”
พลอยนิ่งคิดนานก่อนกระซิบเบา ๆ “ขอ…หนีก่อน”
เช้าวันถัดมาทั้งคู่แทบไม่กล้าสบตากัน แต่กลับเริ่มแลกข้อความกันบ่อยขึ้น พูดคุยเรื่องเจ็บปวดในใจมากขึ้น
พลอยบอกโอ๊ตว่าความฝันจริง ๆ คืออยากลองเขียนนิยายแนวจริงจังอยากให้พ่อแม่ได้เห็น แต่อดีตที่เคยถูกปฏิเสธยังฝังใจ เธอกลัวความล้มเหลว
โอ๊ตรับฟังและบอกว่า ทุกคนมีอดีตที่เจ็บปวด แต่ต้องเลือกว่าจะปล่อยให้มันขังเราไว้หรือไม่
หลังจากวันนั้น โอ๊ตกล้าเปิดรับเรื่องสนุก ๆ บ้าง ส่วนพลอยก็ลองส่งต้นฉบับใหม่ไปให้นักวิจารณ์อ่าน แม้จะยังไม่มีคำตอบที่หวัง แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เธอกล้าเผชิญหน้ากับความฝันและความกลัวของตัวเอง
ในช่วงที่ฝ่ายบริหารโอ๊ตตัดสินใจเปลี่ยนแผนงานใหม่ ทำให้งานของทั้งคู่เหมือนเสี่ยงต่อการถูกยุบ พลอยเสียศูนย์ หันไปต่อว่าโอ๊ตว่าเหลือแต่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ
โอ๊ตนิ่งเงียบ ก่อนจะปลดปล่อยความอัดอั้น “ฉันไม่ใช่คนเก่งแต่ฉันจะหาทางแก้มันให้ได้ เธออย่าเพิ่งทิ้งฉันตอนนี้ได้มั้ย”
พลอยน้ำตาไหล เธอหายไปอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้โอ๊ตไม่ได้รอเฉย ๆ แต่เดินไปเคาะห้องที่พักพลอย วันนั้นเขาพูดว่า “ฉันก็กลัวเสียเธอ แต่ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างจบตรงนี้ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองอีก”
ความเงียบในห้องแทรกซึมเข้ามา พลอยเดินมากอดโอ๊ตอีกครั้งและร้องไห้
สุดท้ายฝ่ายบริหารยอมให้โครงการเดินหน้าต่อเพราะลูกค้ารายใหญ่เชื่อมั่นในแนวทางของทีม โอ๊ตกับพลอยนำเสนอผลงานสำเร็จ ทีมปรบมือสนั่น
ในห้องเงียบสงัดหลังงานจบ พลอยพูดช้า ๆ “ฉันไม่เคยกล้ารักใครจนได้กับตัวเอง…แต่กับนาย ฉัน…ขอโอกาสลองผิดอีกครั้ง”
โอ๊ตตอบมือสั่น “ฉันก็เหมือนกัน” เขาเอื้อมจับมือเธออย่างประหม่า สองคนไม่กล้าสบตากันนานแต่หัวเราะออกมา
ใบหน้าของโอ๊ตและพลอยเต็มไปด้วยความฝันใหม่ ๆ โดยมีอดีตเป็นเพียงบทเรียน ไม่ใช่กำแพงอีกต่อไป