ฝนโปรยเหนือป่าเหล็ก
เสียงเหล็กกระทบกันลั่นเปรี้ยงเมื่อร่างเล็กของรินกำไขควงแน่น มือเปรอะติดน้ำมัน เด็กสาววัยสิบห้าสวมแจ็คเก็ตกันฝนเหล็กเดินสวนลมเย็นกลางตรอกซ่อมซากในเมืองโดมขนาดยักษ์ ท้องฟ้าขุ่นมัวไกลสุดตา ปกคลุมด้วยหลังคาเหล็กหนาทึบ ฝนกระหน่ำไม่มีวันหยุด ยามนี้ไม่ใช่ฝนธรรมดา แต่เป็นหยาดโลหะปลีกย่อยที่แผ่ลงมาหลังภัยพิบัติวันฝนเหล็ก—วันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เธอหยุดหน้าร้านซ่อมหุ่นยนต์ร้าง จุดที่กระจกแตกร้าวเผยเงา ได้กลิ่นโลหะฉุน ๆ และเศษอะไหล่เกลื่อนพื้น พร้อมเสียงหายใจอึดอัดตามหลัง—เสียงของพ่อ
“เข้ามาข้างในก่อน ฝนมันตกแรง” เสียงพร่าของพ่อพูด รินชะงักเพียงอึดใจ หอบเครื่องมือวิ่งเข้าไป
เขาหันกลับมาง่วนกับบอร์ดวงจรไฟฟ้า สีหน้าเหนื่อยล้าจากคืนที่ไม่ได้พัก “วันนี้เอาอะไรมาซ่อม”
“ดรอยด์เก็บขยะตัวหนึ่งนอนแน่นิ่งในโรงเรียน ยังไงก็ต้องซ่อม ไม่งั้นเครื่องกรองอากาศจะหยุด” รินตอบเสียงสั้น เหลือบตาดูเขา ทว่าพ่อเมินสายตา ซ่อนอะไรบางอย่างไว้
รินดึงแจ็คเก็ตออก เผยรอยเปื้อนฝุ่น แล้วเงียบชั่วครู่ กระแสไฟฟ้าจากฝนข้างนอกทำให้หลอดไฟกระพริบวูบวาบ แสงจาง ๆ ราดรินบนพื้นเหมือนดวงตาของภูตในตำนานเมืองนี้
“ถ้าซ่อมเครื่องกรองได้ เดี๋ยวพ่อจ่ายค่าขนมเสาร์นี้” เขาพูดขึ้น รินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทั้งอยากและไม่อยากเชื่อ
“จำเป็นต้องทำยังไงก็ได้อยู่แล้ว ถ้าอากาศเสียอีกคนจะกลายเป็นสนิมหมดทั้งเมือง” เธอประชดแต่ตาหลุบลง พ่อถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหยิบกระป๋องน้ำดื่มลูบฝาเป็นจังหวะ
“ฝันถึงแม่อีกไหม…” คำถามลอยเบา รินนิ่ง เดินเลี่ยงไปส่องเครื่องกรองอากาศ ราวกับไม่ได้ยินอะไร แต่เสียงฝนยังคงกระตก กังวานระดับหัวใจ
เมื่อทาบมือกับผิวเครื่องกรอง รินรู้สึกถึงความเย็นดุจมือของแม่ในคืนสุดท้าย ก่อนโลกใต้โดมจะถูกปิดตาย หัวใจเธอคล้ายถูกบีบด้วยความสูญเสียที่ไม่เคยหยุดไหล
ขณะไล่สายไฟ รินสะดุดเศษโลหะประหลาด—เศษกลมเล็กฝังรอยจารึกโบราณ ภาษาที่เธอไม่คุ้นสายตา สายลมเบา ๆ ในเมืองโดมพลันหอบกลิ่นดินและเปียกฝน เงาพริบไหวเหนือเครื่องกรองราวเสียงกระซิบจากอดีต
เธอเก็บเศษโลหะแอบใส่กระเป๋า แต่ไม่อาจละสายตาจากเงามืดนอกหน้าต่าง ใต้ฝนเหล็กพลัน มีแสงวูบหนึ่งผ่านพริบในม่านฝน รินผวาเบา ๆ
ตกดึก เธอเดินกลับบ้านพร้อมพ่อ ถนนใต้โดมมืดเงียบ รถรางไร้คนขับเคลื่อนไปอย่างเงียบงัน ฝนยังคงร่วงโรย เสียงเหล็กกลบทุกบทสนทนา พ่อหยุดเดินกลางทางจู่ ๆ แล้วหันมามอง เอ่ยอย่างกึ่งกังวล
“ช่วงนี้อย่าออกไปใกล้ป่าเหล็ก…”
“กลัวภูตเหรอ” รินหยอก ทั้งที่มีประกายเย้ยน้ำเสียง “ตำนานสำหรับเด็ก”
พ่อกลอกตา ตอบเสียงเข้ม “บางอย่างก็เหมือนว่าโกหก แต่คนบางคนก็หายไปกลางป่าโดยไม่มีรอยเท้าเหลือ”
รินสะบัดหน้าหนี ทิ้งความคิดวกวนไว้ข้างหลัง
คืนนั้น เธอยืนริมหน้าต่างมองฝนเหล็กพรำ สายตาเงียบเหว่ หยิบเศษโลหะจารึกโบราณออกจากกระเป๋า พยายามถอดความที่เหมือนเป็นรูปภาพมากกว่าคำ พริบตากลิ่นสนิมในอากาศชื้นพลันไหลพล่าน เงาคนหนึ่งกะพริบผ่านใต้แสงฟ้า รินตาพร่า ทำใจกล้าเปิดหน้าต่างแง้ม—แต่มีเพียงสายฝนกระทบแขนเย็นเฉียบ
รุ่งเช้า เธอมุ่งสู่โรงเรียนใต้โดมผ่านตลาดเช้า หุ่นยนต์พ่อค้ายืนขายข้าวเหนียวปิ้ง เครื่องกลไกเดินกะโผลกกะเผลก ไร้แววชีวิตในดวงตา จุดขายสดใสเพียงแต่เปลือกนอก ทว่าพลังงานขาดแคลนทุกขณะ
เพื่อนวัยเดียวชื่อโต เนื้อตัวมอมแมมมารอหน้าประตู หัวเราะดัง “เมื่อคืนเจอดวงตาแดงในตลาดว่ะ ใครว่าภูตไม่มีจริง!”
รินหัวเราะแห้ง “นายผีหุ่นยนต์เองมากกว่า เดี๋ยวเครื่องกรองเสียหมดก็จบกัน”
โตขมวดคิ้วเล็กน้อย “เมื่อวานแม่ฉันยังบอกให้ระวังป่า ตอนนี้เด็กหายอีกคนแล้วนะ”
รินแอบขยับเศษโลหะในกระเป๋ากางเกง พลางเอื้อมมือแตะหลังขาเบา ๆ สงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ กับเสียงลึกลับในคืนก่อน เธอบอกโตว่าอยากไปดูป่าเหล็ก โตทำท่าไม่อยากแต่ก็เดินตาม
ขอบโดมเขาวงกตคือแนวป่าเหล็ก ต้นไม้โลหะเขียวขจีในเงาฝนเหมือนล้อมกรอบเมืองไว้ ทั้งสองเดินย่อง ๆ เข้าใกล้ เงียบงันและหมอกจางชวนขนลุก
เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ แว่วในหญ้าสนิม รินหยุดนิ่ง “ได้ยินไหม…”
โตสั่น “จะกลับดีไหม ริน…”
“รอนี่แป๊บ” เธอก้มลงมองรอยเท้าเหมือนลื่นไถลของหุ่นยนต์ คล้ายถูกฉุดหายไป เศษโลหะแปลกถูกวางไว้อย่างจงใจในพุ่มหญ้า รินหยิบขึ้นพลิกดู ขณะสายลมพรึบฝนหมุนเป็นเกลียว ราวกับใครมากระซิบข้างหู
ทันใดนั้น มีเสียงฝีเท้าดังเร่งรุดกลางป่า เงาพลันเคลื่อนฉับไว ร่างหนึ่งโผล่พรวดออกจากเงามืด—เด็กชายตัวผอมวิ่งหนีสุดฝีเท้า ใบหน้าตื่นตระหนก
โตร้องเรียกขณะรินลนลานล้วงเศษโลหะคืนกระเป๋า เด็กชายซวนเซ “ในป่ามีอะไร…” พูดไม่ทันจบก็ล้มลง แน่นิ่ง น้ำตาไหลอาบแก้ม รินกับโตช่วยกันพยุง
ขาเด็กชายเหวอะด้วยรอยข่วนเล็ก ๆ เหมือนเศษเหล็กบาด เศษโลหะอีกชิ้นหล่นออกมาจากกำมือ “มันจับฉันไว้” เสียงสั่น
รินสบตาโต ต่างคนต่างไม่แน่ใจว่านั่นคืออะไร ก่อนเจ้าหน้าที่ปกครองจะมาถึง พวกเธอมุดรั้วกลับโรงเรียน หัวใจเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ
คืนนั้น รินนำเศษโลหะสองชิ้นมาวางเปรียบเทียบในห้อง พ่อเดินเข้ามาเงียบ ๆ “แกได้มาจากไหน…” น้ำเสียงแข็ง รินชะงัก
“ในป่าเหล็ก—มันเป็นภาษาโบราณรึเปล่า”
พ่อจ้องเธอนิ่ง—ความกลัวเก่าจาง ๆ ฉายขึ้นในดวงตา “บางอย่างในนั้น…ไม่ได้เหมือนที่เราคิด”
รินยังคงเคืองใจว่าพ่อปิดบังอะไร ตั้งใจแน่วแน่จะไขความลับ คืนต่อมา แอบหนีออกไปรอบโดม ฟังเสียงฝนจนเข่าเย็นชา เธอติดตามเงานั้นอีกครั้ง พบว่าในป่า มีแสงริบหรี่ลอดผ่านเปลือกไม้เหล็กซึ่งเปิดออกคล้ายทางลับ
เธอปีนเข้าไป เงาสะท้อนในผิวเหล็กเผยภาพซ้อนของเด็กกลุ่มหนึ่งเล่นซ่อนหาและใครบางคนเดินตามในความเงียบ คำกระซิบประหลาดในอากาศหวนผสมเสียงฝนเดิม ๆ
ทันใดนั้น ลมหายใจด้านหลังขาดช่วง เธอหันเจอเงาสะท้อนของตัวเองแต่แว่วเสียงของพ่อ “รีบกลับบ้าน!”
รินวิ่งกลับ หัวใจเต้นรัวกว่าครั้งไหน ๆ พ่อรออยู่ด้วยสีหน้าน่าเป็นห่วง มือขาวซีดจากรอยแผลเก่าที่เคยประสบภัยวันฝนเหล็ก “ทำไมถึงไม่ฟังกันบ้าง…” เขาเหนื่อยใจ ตำหนิเบา ๆ
เธอสวนเสียงขุ่น “ก็พ่อไม่เคยบอกอะไรเลย—เรื่องแม่ วันฝนนั่น หรือแม้แต่ตำนานป่า”
เขานิ่งงัน พลันน้ำเสียงเปลี่ยน ความสั่นเครือในอกเผยออก “เพราะทุกอย่างที่เสียไป พ่อไม่อยากให้เกิดอีก”
รินใจอ่อนลง มองรอยแผลในตาพ่อ แล้วตัดสินใจแบ่งเศษโลหะทั้งหมดให้ดู รวมถึงเรื่องที่เก็บเจอตามรอยตำนาน
พ่อชั่งใจอยู่นาน ก่อนจะสารภาพ ถึงอดีตของตนเองที่เคยเป็นวิศวกรโครงการสร้างโดม หลังภัยพิบัติ เขาเคยใช้วิธีบางอย่างซ่อนสิ่งผิดพลาดโดยทิ้งข้อมูลลงใต้ป่าเหล็ก หวังลบอดีตแต่กลับสร้างตำนาน—และอาจทำให้วิญญาณบางอย่างในเมืองนี้ไม่สงบ
รินฟังจบ คล้ายถูกปลดล็อก ทว่าทั้งคู่ต่างตัดสินใจว่า จะร่วมกันซ่อมอดีต ไม่ใช่ปิดบัง ช่วยกันตามร่องรอยเศษโลหะนำไปสู่ศูนย์กลางป่า
คืนหนึ่ง พ่อและรินออกเดินทางโดยไม่มีอาวุธ นอกจากหัวใจที่เปียกโชกด้วยความกลัว พ่อกลั้นหายใจ หยิบเศษโลหะเสียบเข้าช่องลับใต้ต้นไม้เหล็กใหญ่—เกิดเสียงกลไกขนาดยักษ์ เผยช่องลับกลมเปลือกในของป่า พลังงานสะสมหลายปีระเบิดเป็นแสงวิบวับ เผยข้อมูลลับของวันฝนเหล็กและสูญเสียของแม่
รินทรุดเข่าลง น้ำตาร่วงด้วยความคิดถึงแม่ ฝนเหล็กยังพรำไม่หยุดบนหัว แต่เธอแน่วแน่กว่าทุกคืนที่ผ่านมา
“เราต้องแก้ไขมัน แทนที่จะฝังมัน” เธอบอกพ่อเบา ๆ พ่อพยักหน้า น้ำตาเกาะขอบตา ทุกสิ่งบนความเจ็บปวดยังต้องได้รับการซ่อมแซมเช่นกัน
รุ่งอรุณแสงลอดใต้โดม เงาของความสัมพันธ์ใหม่เกิดขึ้น ทั้งคู่ช่วยกันถอดข้อมูลโบราณในป่าเหล็กและซ่อมหุ่นยนต์ที่ถูกขโมยพลังงาน ที่จริงแล้วเศษโลหะเหล่านั้นคือรหัสลับเชื่อมโยงสนามพลังเหนือโดมกับธรรมชาติรอบนอก—ใต้ภาพลวงตาว่าโดมปกป้อง ทุกคน แท้จริงโลกข้างนอกกำลังฟื้นฟู
วันหนึ่ง ฝนเหล็กหยุดตกครั้งแรกในรอบหลายปี แสงแดดส่องลอดหลังคา เมืองทั้งเมืองยิ้มรับฟ้าสดใส รินและพ่อยืนเคียงกันพร้อมหัวใจใหม่ที่ได้เรียนรู้จะให้อภัยตัวเอง