ฤดูที่คนไม่กล้ารัก
เสียงรถเมล์จอดด้วยความเร่งรีบตรงป้ายหน้ามหาวิทยาลัย ต้น—เด็กหนุ่มผมหยักศกกับกระเป๋าผ้าใบใหญ่ก้าวลงมาอย่างไม่แน่ใจ ฝนพรำบาง ๆ เหมือนจะตกล้อกับเวลาที่ใจยังสับสน เขาเหลือบเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ใต้ศาลารอฝนว่างเปล่า คนที่คงไม่มีใครสนใจในแสงอิ่มสีเย็นแบบนี้ นั่นคือจิน อดีตเพื่อนร่วมค่ายชมรมวรรณกรรมร่างเล็ก คนที่ยิ้มให้โลกทั้งที่ข้างในยังเศร้าเสมอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ต้นส่งเสียงทักเบา ๆ “วันนี้มารอฝนอีกเหรอ?” จินเงยหน้ามอง ตาโตใต้แว่นใส เธอยิ้มมุมปาก พลางทำทีเหมือนจะไม่สนใจ
“ฝนมันตกเอง ไม่ได้รอ” เธอขยับสมุดโน้ตในมือเหมือนกำลังจดบางอย่างค้างไว้
ต้นนั่งลงข้างกัน เว้นเว้นระยะเล็กน้อย มือสองข้างเปียกน้ำฝนแต่ไม่กล้าสะบัดออกใกล้เธอ จินหลบตาเหมือนคิดอะไรในใจ ต้นหยิบกระดาษทิชชู่ในกระเป๋ายื่นให้ “เปียกหมดแล้วนะ”
“ขอบคุณ” จินรับแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง “เห็นเงียบไปช่วงนี้… งานมหาลัยหนักเหรอ”
ต้นพยักหน้าช้า ๆ ไม่พูดต่อ เรายังนั่งกันอยู่ใกล้ ๆ เสียงฝนตก พวกเขาเงียบไป ต่างฝ่ายต่างพูดไม่หมดในใจ
เวลาในฤดูฝนปีนั้นดูเหมือนเอื่อยเฉื่อย ซ้ำซ้อนเหมือนความรู้สึกในใจที่ไม่มีใครอยากกล้าเสี่ยงออกไปบอกอะไรซักอย่าง เพราะกลัวคำตอบ หรือกลัวจะสูญเสียพื้นที่ปลอดภัยที่มีอยู่เพียงกันและกัน
หลังจากวันนั้น ต้นกับจินก็เจอกันบ่อยขึ้น ทั้งคู่ลงเรียนวิชาวรรณกรรมไทยคลาสเดียวกัน ต้องทำโปรเจกร่วมกันแบบถูกจัดกลุ่มจากอาจารย์ บรรยากาศคลาสเงียบ ๆ มีแต่เสียงขีดเขียนของปากกาและสนทนาเบา ๆ ที่มักวนเวียนอยู่เรื่องงาน ไม่เคยล้ำไปถึงขอบใจ
“หัวข้อที่เราเลือก คิดว่าโอเคมั้ย?” ต้นเอ่ยขณะเช็คไฟล์งานในห้องสมุด แสงจากหน้าต่างอ่อนจางบนโต๊ะไม้
“ก็ดีนะ… มันตรงกับธีม ‘เรื่องเล่าแห่งใจ’ ที่อาจารย์ให้ลองสำรวจ” จินเอื้อมมือไปหยิบกระดาษ แต่เผลอแตะมือของต้นเข้า ทั้งคู่ชะงัก มือแข็งนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะปล่อยอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
มีความเงียบวางกลางโต๊ะ สมุดโน้ตบางหน้าชะงักค้าง “เอ่อ…” ต้นยิ้มจาง ๆ “พรุ่งนี้ว่างไหม ไปดูหนังกัน จะได้หาข้อมูลประกอบโปรเจกด้วย”
จินคลายยิ้ม “ว่าง” เสียงเธอนุ่มและเบาลงกว่าปกติ เธอลอบมองเขาข้ามโต๊ะ สีหน้ายังค้างความกังวลจาง ๆ แบบที่ไม่มีใครอ่านออก
หลังเลิกเรียน ทั้งสองนั่งมองจอภาพยนตร์เก่าในโรงเล็ก มืดสลัว แออัดด้วยนักศึกษาหลายกลุ่ม ความเงียบของหนังขับให้ลมหายใจที่เกือบประสานกันนั้นชัดขึ้น ต้นเหลือบมองจินบ่อยกว่าหน้าจอ จินซ่อนรอยยิ้ม ลอบมองเขาในจังหวะที่คนนิ่ง
“บทหนังมันดี… แต่เหมือนตัวละครหลักพูดไม่หมด” เธอกระซิบตอนหนังจบ
“เค้าคงกลัวจะเสียใจถ้าบอกหมดใจ” ต้นตอบคำ เสียงเบาเหมือนเป็นเพียงลมหายใจ
“ใช่… เหมือนเรา” จินพูดเบา ๆ แล้วรีบเดินออกไป ราวกับรู้ตัวว่าหลุดอะไรสำคัญออกมาแล้ว
วันต่อ ๆ มา ต้นพยายามหาเรื่องคุยเวลาทำงานกลุ่ม จินก็เปลี่ยนไปจากเดิม เธอกลายเป็นคนเงียบมากขึ้น แต่บางครั้งกลับมองเขานานขึ้น ราวกับอยากพูดแต่ไม่ยอมพูดออกมา
เย็นหนึ่ง ต้นกับจินนั่งหลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างตึกสายฝนโปรยชะล้างทุกเสียง เขาเห็นจินหยิบสมุดออกมาวาดรูปอะไรเงียบ ๆ ไม่พูด ต้นมองเห็นเส้นสายเหล่านั้นคือมือสองคนจับกัน โดยมีเงาของฝนซ้อนทับ
ต้นถามเบา ๆ “เธอ… กลัวอะไร?”
จินหยุดเขียนนานมากก่อนจะค่อย ๆ ตอบ “กลัวเสียเพื่อนไป… ทั้งที่บางทีก็อยากเสี่ยง” เธอกัดริมฝีปากพลางเงยขึ้นมอง
“เหมือนกัน” ต้นยิ้มเศร้า ๆ หลุบตามองสายฝน แล้วพูดต่อเบา ๆ “ฉันก็กลัวถ้าใจเธอไม่ได้รู้สึกเหมือนกัน”
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหมือนลดลง ต้นเริ่มยืดเวลาทำงานกลุ่มเป็น “ขอค้างต่ออีกหน่อยได้ไหม” จินยิ้มรับ บางครั้งดึกมากก็เดินไปส่งกันถึงป้ายรถเมล์ ฝันกลางคืนกลายเป็นที่ซ่อนของความรู้สึกที่พูดไม่หมด
วันหนึ่ง จินขอให้ต้นช่วยซ้อมนำเสนอหน้าห้อง ทั้งสองนัดเจอกันที่คาเฟ่เล็กใกล้มหาวิทยาลัย ต้นตื่นเต้น มือเย็นจนนิ้วสั่นเมื่อจินขยับเข้ามานั่งฝั่งเดียวกัน ดูเหมือนว่าเธอจะสังเกตมือเขาเปียกเหงื่อแล้วหัวเราะเบา ๆ
“ใจเย็นน่า ฉันเองก็ไม่ได้เก่งอะไร” เธอยิ้มพลางหยิบสมุดจดขึ้นมาเปิด “เอาล่ะ ฝึกเริ่มต้นพูดใหม่อีกทีได้ไหม?”
ต้นเริ่มพูดบทนำ แต่พร่ำเพ้อ ใจเต้นจนลืมเนื้อ “พอเถอะ… ฉันแค่กลัวจะพูดอะไรผิด จะทำให้เธอขายหน้า”
จินเว้นจังหวะยาว “ที่จริง… เราไม่เคยโกรธนายซักครั้งในชีวิต” เธอสบตา วินาทีนั้นเขารู้สึกเหมือนกำแพงในใจเริ่มบางลง
หลังนำเสนอวันนั้นกลุ่มของต้นและจินได้รับคะแนนสูงกว่าที่คิด ทุกคนเดินออกจากห้องพร้อมเสียงหัวเราะ ต้นกับจินแยกตัวออกมาตรงสวนน้ำพุเล็ก ๆ ในรั้วมหาลัย
“ดีใจใช่ไหม” ต้นหันไปถาม
“ดีใจ… แต่เหมือนอยากแบ่งปันความรู้สึกดีนี้กับคนเดียวมากกว่า” จินพูดเสียงเบา ๆ ก่อนเงียบไปนาน
“ขอโทษนะ ฉันเป็นคนพูดไม่เก่ง บางอย่างแค่อยากให้เธออยู่ข้าง ๆ”
สายตาสองคนสบกันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหลบตา กลายเป็นความเงียบงันแสนยาวนาน
ต้นเริ่มแวะคาเฟ่เดียวกับจินทุกอาทิตย์ เพื่อนในกลุ่มเริ่มแซว แต่ทั้งสองก็ยังตีมึน ปฏิเสธเสียงแข็ง “ก็ยังเป็นเพื่อนกัน” แม้แต่อินทรีย์ใจยังรู้ว่ามันเลยกว่านั้น
อยู่มาวันหนึ่งในช่วงสอบกลางภาค จินฟุ้งซ่านเรื่องบ้าน ถ้อยคำพ่อแม่หยิบยื่นความกดดันมาให้ “บ้านอยากให้ไปต่อโทต่างประเทศ” เธอพูดขณะส่งสายตามองแก้วชาเย็น ฝนข้างนอกซัดกระจกดังเปาะแปะ
“แล้วเธออยากไปไหม?” ต้นถามเบา ๆ
จินนิ่ง เธอลังเล ก่อนพูดว่า “อยาก แต่ก็กลัวทิ้งบางอย่างไว้ข้างหลัง”
“บางอย่างที่พูดถึงคืออะไร?”
จินไม่ตอบ แค่จับช้อนคนชาแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ความเงียบยาวนานกว่าครั้งไหน
ต้นคล้ายจะเข้าใจ เขาไม่พูดอะไรอีก ตั้งแต่วันนั้น เขาเริ่มตีตัวออกห่าง ฝึกนิสัยไม่รอจินแทบทุกกิจกรรม จินเองก็ตอบแชทช้าลง พบกันน้อยลงโดยไม่ได้นัดหมาย ทุกอย่างคล้ายห่างไม่ต่างฤดูร้อนแห้งแล้ง
หนึ่งอาทิตย์ที่คนสองคนต่างทดสอบหัวใจตัวเอง ไม่มีใครบอกใครว่าเศร้ามากแค่ไหน เสียงฝนที่เคยเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของช่วงอบอุ่น กลายเป็นเสียงที่ทำให้คิดถึงอดีต
จินนั่งคนเดียวริมหน้าต่างห้องสมุด มองกระดาษในสมุดโน้ตหน้าว่างเปล่า ไม่รู้จะเขียนอะไร น้ำตาคลอแต่ไม่กล้าลบออก เธอหยิบโทรศัพท์จะโทรหาต้นแต่ลังเลวางลงแทน
เย็นวันหนึ่ง ฝนตกหนัก ต้นกลับบ้านเจอแม่เปิดกระเป๋าเดินทางเตรียมไปส่งน้องชายเรียนต่อนอก พาดหัวบทสนทนาเรื่องบ้านแตกในอดีตกลับมาหลอกหลอน “ถ้าใครออกไป ก็จะไม่คืนกลับเหมือนเดิมอีก” เสียงพ่อในอดีตซ้ำในหัว ต้นกลัวการถูกทิ้ง กลัวการจากลาแบบนั้นจึงยิ่งไม่กล้าคุยกับจิน
จนถึงวันที่จินประกาศต่อหน้างานกลุ่มว่าได้รับทุนไปเรียนต่อโทที่ญี่ปุ่น ต้นฝืนยิ้มรับ ส่วนคนอื่นยินดีไม่มีข้อข้องใจ มองสองคนนั้นด้วยความไม่เข้าใจ
หลังงานเลี้ยงส่ง จินเดินไปหาใต้ต้นไม้ใหญ่ ฝนเริ่มตกประปราย “ยังรอฝนอยู่อีกเหรอ?” ต้นถาม น้ำเสียงติดสั่น
จินหัวเราะค้าง ๆ “รออะไรที่คุ้นเคยอยู่… แม้มันจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม” เธอยื่นกระดาษที่วาดรูปมือสองข้างจับกันให้ต้น ต้นรับมา มองภาพนั้นแล้วเงียบไป
“เมื่อไหร่จะกล้าพูดในสิ่งที่รู้สึก?” จินถามเบา ๆ ราวกับหลุดออกมาจากหัวใจ
ต้นมองเธอยาวนาน เขาสะกดคำในใจอยู่นานแล้วแต่สุดท้ายก็ไม่กล้าพูดตรง ๆ “อยู่ข้างเธอก็ดีที่สุดแล้ว”
จินยิ้ม ไหล่สั่น “ถ้าความรู้สึกเรามันสวนกัน… จะยังอยากอยู่ข้างฉันไหม?”
ฝนดังขึ้นเรื่อย ๆ ต้นหลบตา “ฉันไม่รู้… ฉันแค่กลัวจะสูญเสียเธอ… เหมือนสูญเสียครอบครัวไปอีกครั้ง”
จินก้าวเข้ามาใกล้ ปลดกระเป๋าผ้าใบเก่า “กลัวเหมือนกัน… แต่การหนีมันไม่ได้อะไรเลย” เธอวางมือลงบนไหล่เขา “ลาก่อนนะต้น ฝนฤดูนี้จะจบแล้ว”
หลังจากนั้น ทั้งคู่หายไปจากโลกของกันและกันเหลือเพียงแชทไร้การตอบ และความทรงจำที่วนเวียนไม่รู้จบ
สองปีผ่านไป ฤดูฝนเวียนกลับมาที่เดิม ต้นนั่งอยู่ที่ศาลาเก่า ใต้ฝนโปรยเบา เสียงรองเท้านุ่ม ๆ เดินเข้ามาใกล้ เขาเงยหน้าขึ้น พบจินเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่แววตาเดิม
“สวัสดี… วันนี้ฝนยังตกนะ”
“อืม… ฉันยังรอ” ต้นยิ้ม เจือความโหยหาแต่ไม่เสียใจเหมือนเดิม
จินนั่งลงข้าง ๆ เงียบยาวนาน เห็นต้นถือกระดาษวาดรูปมือสองข้าง
“ยังเก็บไว้อยู่เหรอ?”
“บางอย่าง ไม่ว่าเวลาจะไปไกลแค่ไหน ก็ไม่อยากทิ้ง… เหมือนกับเธอ”
ฝนเย็นลงเรื่อย ๆ ทั้งคู่ไม่พูดอะไรอีก สายตาส่งผ่านสิ่งที่ไม่กล้าพูดใจทั้งชีวิต
วันนี้ไม่มีใครรีบร้อน ไม่มีใครต้องหนีอดีต ไม่ต้องปิดบังความรู้สึก เหลือแต่ความเงียบ และคนสองคนที่อยู่ข้างกัน ในนาทีที่ฝนหยุด