ภารกิจลับ ฉบับหอรวม: แผนลับจับโป๊ะแก๊งค์ข้างห้อง
เสียงโทรศัพท์ดังลั่นทั่วห้องพักที่เรียกว่าดีที่สุดของหอ “บ้านร่มรื่น” ด้วยความหมายตรงกันข้ามกับชื่อ ห้องพักนี้ไม่มีอะไรที่ร่มรื่นนอกจากกระถางต้นไม้ปลอมตรงระเบียง ไนล์ เจ้าของห้อง ผู้มั่นใจเกินระดับปกติ กำลังโทรตามเพื่อนทั้งสาม—เจมส์ หนุ่มระเบียบจอมคิดมาก, มิ้งค์ เจ้าแม่ข่าวลือที่กลัวการเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ และติ๋ว เด็กเนิร์ดโลกส่วนตัวสูงที่เอะอะก็อ่านการ์ตูนวิทยาศาสตร์—ให้ครบทีม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงตอนเช้าตรู่ยังไม่ทันเจ๊งห้อง ก็ก้องกังวานด้วยแรงอารมณ์ของไนล์ “เฮ้ย ทุกคน ฟังนะ! ฉันสงสัยว่าแก๊งข้างห้องเราซ่อนของลับอะไรบางอย่าง! เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงแปลกๆ ตลอดคืน!”
เจมส์ถอดแว่นขยี้ตา “แปลกแบบไหน ผมขอนิยามในรูปคลื่นเสียงกับความกังวลด้วย”
“พอเหอะเจมส์!” มิ้งค์รีบสวน “ไอ้เสียงที่แกว่าคือเสียงหมาข้างหอรึเปล่า? อาทิตย์ที่แล้วก็ว่าจะมีสมาคมลับในห้องนั้น พอไปสืบคือคนสั่งไก่ทอด”
ไนล์ยักไหล่อย่างมั่นใจ “ผิดคราวนี้แน่นอน! เชื่อฉันสิ”
ติ๋วเงยหน้าจากหนังสือ “ถ้าเป็นสมาคมวิทยาศาสตร์ลับ เราควรแทรกซึมเข้าโดยไม่ให้รู้ตัว”
เสียงหัวเราะแบบไม่ค่อยมั่นคงของเจมส์ดังเบาๆ “คือ ผมขอรอเงียบๆ แผนที่ไม่ต้องเกิดขึ้นก่อนมันจะเกิดขึ้นดีกว่ามั้ย?”
แผนนั้นไม่ใครหยุดไนล์ได้ เพราะเขาเชื่อมั่นแรงกล้าว่าครั้งนี้ “มีของ” …
ไม่นานลูกบิดก็สั่น แก๊งห์สี่สหายลอบโผล่หัวไปหน้าเดินระแวง ๆ ตรงทางเดินอันมืดสลัว ทุกคนต่างตื่นเต้นแบบคนเพิ่งตื่นนอน “เดี๋ยว ใครจะเคาะประตูก่อน” ไนล์กระซิบ
“ผมคิดว่าไม่ควรไปเคาะประตูคนอื่นถ้ายังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย” เจมส์ชี้ข้อเท็จจริงแบบนิ่ง ๆ
ไนล์หัวเราะหึ ๆ “เอาน่า แค่มองเข้าไปข้างใน ไม่โดนใครจับได้หรอก”
ติ๋วพูดเบา ๆ “ทางนี้มีช่องกล้องวงจรปิด กฎข้อ 6 ระวังการทลายความเป็นส่วนตัวของเพื่อนร่วมหอ”
“ติ๋ว! ห้องนั้นไม่ได้ติดกล้องมา 3 ปีแล้ว!” มิ้งค์กระซิบเสียงสั่น ๆ
ขณะทุกคนเถียงกัน เสียงประตูข้างห้องก็เปิดพรืดออกมา…แต่เป็นแค่ลุงมะขามผู้ดูแลหอ ที่ลืมโทรศัพท์ไว้
ทุกสายตาฉายแววสำนึกผิดปนโล่งใจ “เอาน่า กลับห้องก่อนมั้ย”
คืนวันต่อมา แผนลับระดับอ่อนก็เปลี่ยนเป็นระดับแข่งกับซีไอเอ เมื่อไนล์ลากเพื่อนอีกสามคนให้แอบดักซุ่มดูการเคลื่อนไหวของแก๊งค์ข้างห้องจากระเบียง ทุกคนต่างสอดแนมจนเผลอดันหัวกระถางต้นไม้ปลอมตกไปพื้นเสียงดังป๊อก!
เงียบกริบ…
“มะขามจะคิดว่าเป็นผีรึเปล่าเนี่ย?” มิ้งค์กระซิบ
เจมส์กลืนน้ำลาย “ผมว่าวันนี้ทุกคนอยากอยู่บ้านคนเดียวมากขึ้นทุกทีนะ”
แต่เมื่อห้องข้าง ๆ ส่งเสียงพูดคุยเบา ๆ เสียงปริศนาก็โผล่ “เสร็จแล้วเหรอ” “มันจะสำเร็จมั้ยล่ะ” “รีบเถอะ เดี๋ยวมีคนรู้!”
“เห็นมั้ย! ของลับแน่นอน!” ไนล์เผยฟันอย่างภาคภูมิ
เจมส์สั่นหัว “เราควรไปหาอะไรกินแล้วตั้งใจไม่ฟังเสียงลับ เอ๊ะ หรือว่าหิวเอง?”
ทุกคนบิ้วแผนต่อว่า อีกวันต้องมีปฏิบัติใหญ่! ไนล์แทงหัวใจเพื่อนด้วยคำสัญญาว่า “ลองครั้งเดียวแล้วเลิก ถ้าไม่มีอะไร เดี๋ยวฉันหยุดเอง”
รุ่งเช้า แก๊งค์ลงความเห็น (ยกเว้นเจมส์) ว่าต้องแอบเข้าไปในห้องข้าง ๆ ให้ได้จงได้ ส่วนติ๋วเสนอให้ใช้นกสายลับ
“หา! ที่ไหนจะไปหานก!” มิ้งค์เบือนหน้าหนี
“นกอิเล็กทรอนิกส์จิ๋ว ฉันเพิ่งประกอบเมื่อวาน” ติ๋วอวดของ เจมส์ส่ายหน้าแต่สุดท้ายก็ต้องช่วยเพราะไม่อยากให้เพื่อนพลาดแผนโง่ ๆ คนเดียว
แผนเริ่มต้นอย่างอลังการ ติ๋วส่งนกจิ๋วบินจากระเบียง หมุนวนนิดหนึ่ง…แล้วร่วงตกลงผิดห้อง กดออดห้องคุณป้าศรีเจ้าระเบียบที่แพ้เสียงดังแบบเฉียบพลัน
“บรรลัยแล้ว!!” มิ้งค์วิ่งทันที
เสียงเอะอะขึ้นในหอ ทุกคนซ่อนกันเองจนหามุมหลบแทบไม่ทัน ไนล์หัวเสียแต่ไม่ถอย
“มันล้มเหลวเพราะทีมเวิร์กไม่ดีไง!”
เจมส์ต่อ “ผมว่านกมันไม่มี GPS มากกว่ามั้ง…”
ความวุ่นวายขยายเป็นดับเบิ้ลมิชชัน เมื่อข่าวลือนกจิ๋วสายลับแพร่ไปทั่วหอพัก ทำให้ทุกคนหวาดระแวง หอเต็มไปด้วยสายตาสงสัย
คืนวันถัดไป ไนล์วางแผนใหม่ วาดแผนผังเส้นทางแอบย่องเข้าห้องข้าง ๆ แบบหนังสายลับ แต่เจมส์ยังขี้เกียจร่วมวง มัวแต่นั่งติวหนังสืออยู่ข้าง ๆ “ลองโทรไปขอยืมเกลือดีไหมครับ ง่ายสุด”
แต่ไนล์ไม่ยอมง่าย ๆ “มันดูไม่ลับเลย!”
ติ๋วจดบันทึก “เกลือเป็นข้ออ้างเจ๋ง ถ้าจะอ้างวิทยาศาสตร์!”
มิ้งค์เสนอ “ขอยืมเกลือแล้วขอดูของลับต่อเลย มันจะไม่โป๊ะแตกเลยมั้ง”
สุดท้ายสี่เพื่อนเลยตัดสินใจใช้วิธีหมุนเวียนกันขอยืมของจากห้องข้าง ๆ ตั้งแต่เกลือ มาม่า ราวตากผ้า ยันถุงหิ้ว ทุกครั้งต้องปั้นหน้าเนียนแตกต่างกันออกไป
ห้องข้าง ๆ เริ่มรู้ตัว กลับแกล้งหยอกสวนด้วยการขอของแปลก ๆ กลับ ผ่านเสียงประหลาดประจำหอ คุณทีน เจ้าของเสียงห้าว “ขอน้ำแข็งสำหรับลูกโป่งไหมพรมหน่อยได้ไหม?”
เจมส์กลั้นหัวเราะ “ลูกโป่งไหมพรมคืออะไรเนี่ย”
ติ๋วตอบจริงจัง “อาจจะเป็นการประดิษฐ์ใหม่ประจำปี”
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนทิศเมื่อคืนหนึ่ง มิ้งค์ทนไม่ไหวแอบไปแอบหน้าห้องข้าง ๆ แล้วบังเอิญได้ยินว่า “คืนนี้ต้องรู้ให้ได้ ใครเป็นสายให้ข้อมูล!”
ความตกใจย้อนกลับเป็นแรงขับไล่ให้ทั้งแก๊งหาทางแก้ปัญหาใหญ่ พวกเขาคิดว่าตัวเองโดนจับได้ว่าเป็น “สายลับ” ตัวเองเริ่มกังวลและซ่อนตัวมากขึ้นทุกวัน
เจมส์บ่น “นี่มันกลายเป็นภารกิจหนีผิดแทนแล้วเนี่ย”
ไนล์ยังบ้าบิ่น “เราต้องทำให้ดูลึกลับไว้ก่อน เผื่อเขาไม่แน่ใจว่าใช่พวกเรา”
ขณะที่ติ๋วเสนอ “เลิกยุ่งดีกว่าไหม แล้วไปขอโทษเขา ถ้าทุกอย่างโอเคเราน่าจะกลับไปใช้ชีวิตปกติได้…”
แต่ไนล์หัวแข็ง “ฉันจะปิดเกมนี้ด้วยชัยชนะ”
สถานการณ์บานปลาย ชาวหอคนอื่นเริ่มรู้ตัวว่ามีบางอย่างแปลก ๆ เกิดขึ้น ทุกสายตาเริ่มมองมาแปลก ๆ มิ้งค์เริ่มกลัวจนอยากเปลี่ยนหอ เจมส์เหนื่อยแต่ใจดีพยายามปลอบ กลายเป็นคอยตามเช็ดตามเชียร์เพื่อนด้วยความรัก
คืนจุดพลิกผัน…ห้องข้าง ๆ ประกาศจัดกิจกรรม “คืนปริศนาแห่งบ้านร่มรื่น” เชิญทุกห้องมารวม เฉลยของลับที่แท้จริง
สี่เพื่อนคิดว่านี่คือกับดักใหญ่ จึงวางแผนป้องกันตัวขั้นสุด…ใส่แว่นตาปลอม ใส่วิก แสร้งพูดสำเนียงต่างชาติ และเอาเครื่องคิดเลขมาสวมเป็น “ตัวดีดเครื่องดักฟังสัญญาณลับ”
ถึงเวลาจริง ทุกคนแห่กันมาห้องกลาง เห็นข้าง ๆ กำลังแกะกล่องของลับอย่างตื่นเต้น ท่ามกลางสายตาชาวหอ
กล่องถูกเปิด…ปรากฏว่าเป็นลูกโป่งไหมพรมหลากสี เพื่อใช้ตกแต่งหอสำหรับงานปาร์ตี้ “แต่งหอพักงามด้วยมือเรา” ที่ทั้งหอกำลังจะจัด!
ทั้งสี่หน้าเหวอ เจมส์ร้อง “แค่ลูกโป่งไหมพรมจริงเหรอ?” มิ้งค์ส่ายหน้า “ที่เราวุ่นกันมานี่คือหลอนตัวเองล้วน ๆ…”
คุณทีนหัวเราะลั่น “ขอยืมถุงหิ้วคือต้องซื้อไหมพรมเพิ่ม! ขอน้ำแข็งเพราะจะเอาไปใส่พั้นช์สำหรับปาร์ตี้!”
สมาชิกร่วมหอต่างหัวเราะ ยิ่งกว่าอะไรเมื่อเห็นสี่เพื่อนแต่งตัวปลอมแปลก ติ๋วแก้เขินด้วยการสอนทำลูกโป่งไหมพรมอย่างวิทยาศาสตร์ ไนล์พูดขอโทษและเปลี่ยนจากการสงสัยมาเป็นช่วยจัดหอ
ความปั่นป่วนตกผลึกเป็นความสัมพันธ์อบอุ่นของแก๊งค์เพื่อนและเพื่อนบ้านที่ไม่เคยได้คุยกัน แผนสายลับล่มกลายเป็นความเข้าใจ และมิตรภาพที่แน่นแฟ้น
จบลงด้วยมุกปิดจอ…เจมส์เหลียวไปทางไนล์ “ทีหลังถามก่อนง่ายกว่าเนอะ” ไนล์ยักไหล่ “แล้วจะสนุกเหรอ?” ทุกคนหัวเราะก้องหอ พร้อมเสียงลุงมะขามตะโกนข้างล่าง “ห้ามดูดกล้องวงจรปิดใหม่อีกนะ!”