ภารกิจลับ(มาก)ของชมรมขี้เกียจ
เสียงประตูห้องชมรมขี้เกียจดัง “ตุ้บ!” โต้งโผล่เอาหัวเข้ามาพร้อมกับสีหน้าตื่น ตากวาดดูรอบห้อง ไปเห็นแจ็คกำลังนอนสไลด์มือถืออยู่บนโซฟา โฟล์คจับแก้วน้ำแน่นมองโต้งด้วยแววสงสัย หมิวเพิ่งใส่เท้าก้าวเข้าห้องตามมาติด ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ย ๆ พวก นายมั่นใจนะว่าไม่มีใครเห็น?” โต้งถามเสียงเบาแต่ตาเป็นประกาย แจ็คไม่เงยหน้า แค่ตอบ “ชิลล์เถอะ คนจะมาสนใจชมรมนี้ทำไม”
โฟล์คหันขวับ “แต่ผมเห็นประกาศคณะกรรมการว่า ปีนี้จะมีตรวจชมรมแบบสุ่ม ถ้าพบกิจกรรมไร้สาระหรือไม่มีสมาชิก…ก็โดนยุบ”
บรรยากาศในห้องชมรมคึกขึ้นชั่วพริบตา หมิวกลืนน้ำลาย “ถ้าถูกยุบ เราก็อดนั่งเล่น นอนเล่น ตบยุงกันสินะ…”
โต้งลุกขึ้นยืนทันที ท่าทางเหมือนนักการเมืองกำลังปราศรัย “พวกเรา! วันนี้ข้าจะเป็นหัวหน้าปฏิบัติการลับ! เราจะซ่อนชมรมขี้เกียจให้แนบเนียนยิ่งกว่านินจาในเงามืด!”
แจ็คมองแรง “ขนาดนายเดินเข้าห้องยังสะดุดประตูเลย คิดว่านายทำได้จริงอ่ะ?” โฟล์คกลอกตา “จะซ่อนยังไงล่ะ ในเมื่อชื่อชมรมก็ ‘ขี้เกียจ’ ตั้งแต่หัวจรดเท้า”
โต้งกวาดตาไปรอบแผ่นไวท์บอร์ด ลากเส้นเป็นแผนปฏิบัติการ “เราต้องทำกิจกรรมลับสุดยอด กิจกรรมที่ใครเห็นก็คิดว่าเรามีสาระมาก ๆ แต่จริง ๆ มีหน้าที่เดียวคือแอบหลับ!”
หมิวตาโต “เอางั้นเลยเหรอ!” แจ็คละสายตาจากมือถือ “มีแผนบ้างมั้ย หรือคิดสด”
โต้งยืดอก “แผนของฉันคือ…กิจกรรมส่งเสริมสมาธิ! ฟังดูดีใช่มะทุกคน”
โฟล์คเริ่มโน้ตในสมุด “แต่ถ้าครูประจำชมรมมาเห็น พวกเรานั่งหลับตากัน หมายความว่าไงไม่คิดเหรอ?”
โต้งยักคิ้ว “งั้นเอางี้ เราจะตั้งโต๊ะประชุม ตั้งป้ายว่า ‘ปฏิบัติธรรมนำใจ’ ใครมองผ่านก็คิดว่าเรากำลังนั่งสมาธิ เห็นไหม ฉลาดสุด!”
หมิวกับแจ็คมองหน้ากันแล้วถอนหายใจ โฟล์ครู้สึกเครียดกว่าเดิม แต่ไม่มีใครเถียงโต้ง
เช้าวันถัดมา สี่เพื่อนโผล่มาถึงห้องชมรมพร้อมอุปกรณ์แปลกประหลาด โต้งกับหมิวลากโต๊ะประชุมตั้งกลางห้อง แจ็คเอาผ้าปูโต๊ะสีชมพูฟ้าฉลุลายโบ๊ะ ฟุ้งฟิ้งมากจนผิดสังเกต โฟล์คเอาหนังสือธรรมะวางเรียงบนโต๊ะ โต้งตั้งป้าย ‘ปฏิบัติธรรมนำใจ’ อยู่หน้าห้อง แจ็คหัวเราะ “คิดว่าใครจะหลงมาดูวะ?”
โต้งมองนาฬิกา “เริ่มภารกิจ! ทุกคนเอนหลัง- ปล่อยใจนิ่งๆ” หมิวหลับตา โฟล์คพยายามทำตาม ทั้งที่คิ้วยังผูกโบว์ แจ็คพึมพำ “ซ้อมบทอะไรของนายเนี่ย โต้ง?”
ทันใด มีเสียงเคาะประตู “ขอโทษนะครับ ขอแอบสังเกตการณ์ชมรมหน่อย” เสียงครูสมบัติ ครูฝ่ายกิจกรรม
โต้งลนลานลุกพรวด “เอ่อ…คุณครูครับ พวกเรานั่งสมาธิครับ สงบ ร่มเย็น สวัสดีครับ…”
ครูสมบัติเข้ามาในห้อง ชำเลืองดูโน้ตแต่ละคน “ดีมาก ๆ ชมรมนี้รักษาความสงบดีจัง มีบทสวดด้วยมั้ย?”
หมิวรีบตอบ “มีค่ะ! พวกเราลับฝึกกันเองค่ะ ครูจะลองนั่งด้วยมั้ยคะ” แจ็คกลืนน้ำลาย โฟล์คกระซิบโต้งเบา ๆ “อย่าทำอะไรเพี้ยน ๆ ล่ะ”
โต้งตั้งสติ พึมพำบทสวดที่คิดเองสด ๆ “นิ่ง…นิ่ง…ใจเย็น…เย็น…ลมเข้า…ลมออก…อย่าไป…บอกใคร…” หมิวแทบขำ ควักผ้าเช็ดหน้าออกมาซ่อนหน้ายิ้ม
ครูสมบัติพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยิ้ม ๆ “ดีครับ บำเพ็ญตนได้ดี เอาใจช่วยครับ” พอครูเดินออก ทุกคนถอนหายใจโล่งอกทันที
แจ็คกระซิบ “รอดตาย! หวุดหวิดมาก ขอบใจบทสวดนายว่ะโต้ง” หมิวหัวเราะจนสะอึก “ถ้าครูฟังอีกที อาจรู้ว่าเราขี้เกียจจะตาย”
โฟล์ควางแผนต่อ “คราวนี้เราต้องป้องกันไว้ล่วงหน้า แผนนี้รั่วแน่ถ้าโรงเรียนทั่ว ๆ ไปรู้” โต้งดีดนิ้ว “งั้นรอบหน้า เราทำเป็นจัดประชุมวิชาการ!”
หมิวตั้งข้อสังเกต “ใครจะเชื่อว่าชมรมขี้เกียจจัดประชุมวิชาการ?”
โต้งเชิดหน้า “ปรึกษาวิชาการเรื่องพักผ่อนไง!” แจ็คอดขำไม่ได้ “พักผ่อนเชิงวิชาการเนี่ยนะ?”
เย็นนั้น พวกเค้าเริ่มขนเอกสารเปล่ามาเตรียมประชุม โต้งวางพรินต์กระดาษเรียงสวย หมิวหยิบปากกาเน้นข้อความสีสดมาเล่น แจ็คปิดมือถือแล้วนั่งจ้องกระดาษเหมือนจริงจัง โฟล์คดูพยายามแบบเครียด ๆ
จู่ ๆ เพื่อนห้องข้าง ๆ อย่างเป้กับอาร์ท เดินผ่านมาแอบ覗ดู “ชมรมอะไรนั่งเงียบเหมือนจะอ่านตำราแต่ขำกันไปห้าวินาทีทีหนึ่ง?”
โต้งเอาหน้ากากนักวิชาการใส่เต็มที่ “เราประชุมเรื่องวิเคราะห์การนอนกลางวัน เดี๋ยวต้องทำรายงานส่ง ผ.อ. โรงเรียน…” เพื่อนทั้งคู่ทำหน้างง ๆ แจ็คแอบปาดเหงื่อ หมิวรีบเสริม “วิจัยร่วมระหว่างประเทศนะ พวกนายไม่รู้จักหรอก”
เป้หัวเราะ “พวกนายบ้าไปแล้ว!” แล้วเดินจากไปแบบงง
แต่เหตุการณ์ยังไม่จบ มีข่าวลือในโรงเรียนว่า ‘ชมรมขี้เกียจเป็นเครือข่ายสายลับวิจัยด้านการนอน’ เด็กทั้งโรงเรียนบางส่วนแวะเวียนมากระซิบถาม ว่าทำยังไงจะเป็นสมาชิกสายลับของชมรมบ้าง จนหมิวกับแจ็คเริ่มเหนื่อยใจ โฟล์คกลายเป็นคนที่ต้องรับมือกับการตอบคำถามงง ๆ ตลอดวัน
โต้งภูมิใจใน “ความลับ” ที่ไม่มีใครเชื่อจริงๆ โฟล์คพูดเบา ๆ “ถ้ายังเป็นแบบนี้คนจะยิ่งสนใจชมรมขี้เกียจมากขึ้นทุกวันนะ โต้ง…”
แจ็คตัดบท “ขอเตือนว่ายิ่งแก้ยิ่งพัง พวกเราคิดวิธีซื้อขนมมาสำแดงคุณงามความดีแทนได้ไหม?” หมิวชะโงกหน้า “หรือทำป้ายใหม่ ‘ชมรมลาเต้กับพุดดิ้ง’ จะซ่อนง่ายกว่า!”
โต้งไม่ยอมแพ้ “เราต้องสู้กันต่อ! รอบนี้ พวกเราจะพาชมรมไปออกกำลังกายกลางสนาม รักษาภาพลักษณ์สายสุขภาพ!”
วันต่อมา กลุ่มเพื่อนแต่งชุดวอร์ม นำโต๊ะปิกนิกไปกลางสนามฟุตซอล เปิด ‘กิจกรรมโยคะขี้เกียจ’ หมิวนำโยคะท่าต่าง ๆ ที่ไม่ต้องลุกนั่งหลายครั้ง โต้งนอนหงายหลับตา โฟล์คพยายามจับเวลาทุกท่า แจ็คตั้งกล้องถ่ายรูปเก็บหลักฐานไปให้ครู
ขณะเดียวกัน ครูพลศึกษาเดินผ่าน แล้วถาม “กิจกรรมอะไรของหนู?” หมิวรีบบอก “โยคะผ่อนคลายค่ะ!” โต้งยังนอนนิ่ง “เพื่อคลายเครียด ลดแรงกดดัน และฝึกหัวใจแข็งแรง…”
ครูหรี่ตามองสักพักแล้วพยักหน้า “ให้ไว อย่านอนจนลืมเรียนบ่ายนะ” แล้วเดินจากไปแบบงง ๆ
แจ็คหัวเราะ “ซวยทั้งโรงเรียนก็ครูพลศึกษานี่แหละที่ดูออก”
ตกเย็น เพื่อนขาประจำห้องข้าง ๆ เข้ามาสืบอีก “ตกลงพวกนายทำอะไรแน่ จะนั่งสมาธิ ประชุมวิชาการ หรือโยคะขี้เกียจ?”
โฟล์คพยายามตอบ “มันเหมือนกิจกรรมลับ ที่เราต้องปกปิดความจริง…” แจ็คกับหมิวหัวเราะ “คือจริง ๆ ไม่มีใครในชมรมเราที่ขยันได้ยันเย็นหรอกนะ”
เป้กับอาร์ทดูเหมือนเริ่มจะเชื่อ แต่ก็ยังสับสนแจ็คเลยแกล้งกระซิบ “เดี๋ยวจะแวบไปซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ ถ้าใครถามอีกให้บอกว่านี่คือชมรมวิจัยพฤติกรรมมนุษย์”
เรื่องราวบานปลาย เมื่อชมรมขี้เกียจถูกเลือกให้เป็นตัวแทนจัดงานกิจกรรมเปิดบ้านโรงเรียน โต้งที่เคยมั่นหน้าวางแผน กลับเริ่มเครียดเอง หมิวเปรย “ตัวเองสร้างเรื่องเองต้องรับผิดชอบแล้วเนอะโต้ง”
แจ็คกอดอก “โชคดีนะหัวหน้า เห็นนายมั่นใจมาตลอด อย่าลืมเตรียมบทสำหรับหลับกลางวันแบบชาญฉลาดด้วยล่ะ”
โฟล์ควางมือจากสมุด โน้มตัวมาทางโต้ง “ถ้ามีใครถามตรง ๆ อย่าหลุดอะไรเพี้ยน ๆ อีกล่ะ ขอร้อง”
วันงานจริง โต้งดูรนจนเหงื่อซึม หมิวจัดบูธเป็นมุมพักสายตา มีเก้าอี้โยก แจ็คช่วยประกาศผ่านไมค์ “ใครเหนื่อยจากเดินชมกิจกรรม เชิญพักฟรีที่บูธชมรมเรา!”
นักเรียนทยอยเข้ามานั่งพัก บ้างก็แค่นั่งเล่น บ้างก็แอบงีบไม่แพ้เจ้าของบูธ โต้งเริ่มปั้นหน้าขรึม แจกแบบสอบถาม ‘นิยามของความขี้เกียจในเชิงวิทยาศาสตร์’ ให้นักเรียนเขียนขำ ๆ หมิวแจกพัด แจ็คแจกโยเกิร์ต
ครูสมบัติเข้ามาเดินเยี่ยมชม “โอ้โห ชมรมมีประโยชน์มาก ใคร ๆ ก็อยากเข้าร่วม ผ่อนคลายสมองดี” โต้งถอนหายใจโล่งอก หมิวและแจ็คส่งซิกกัน โฟล์คหลุดยิ้มเล็ก ๆ ทั้งที่ยังดูงง ๆ
เมื่อกิจกรรมจบ โรงเรียนไม่ยุบชมรมแต่กลับเชิญพวกเค้าไปช่วยเป็นวิทยากรแบ่งปัน ‘ความสุขแบบขี้เกียจ’ ให้รุ่นน้อง โต้งหัวเราะ “ทุกอย่างลงล็อกแถมพวกเรายังได้เป็นฮีโร่สายขี้เกียจอีกด้วย!”
แจ็คตบท้าย “แต่ขอเตือน…รอบหน้าขอชมรม ‘เงียบ’ กว่านี้สักพักนะ” หมิวหัวเราะ แจ็คกับโฟล์คขำตาม ทุกคนรู้สึกงง ๆ กับความสำเร็จที่มาจากภารกิจปิดบังที่เริ่มต้นจากปัญหาเล็ก ๆ แต่กลับสร้างมิตรภาพและความทรงจำที่ไม่ได้ขี้เกียจสักนิด
ในที่สุด “ชมรมขี้เกียจ” ก็กลายเป็นตำนานต่อในโรงเรียน ทุกครั้งที่ใครพูดถึงมักมีเสียงหัวเราะตามมา และหลายคนแอบจินตนาการถึงเทคนิคการขี้เกียจที่ทั้งฮาและสร้างสรรค์ได้แบบนี้ พวกโต้ง แม้จะสบาย ๆ เหมือนเดิม แต่หัวใจคนในชมรม…ขยันยันยิ้ม!