แผนลับแยกแฝด (ผิดแผนซ้อนแผน)
เสียงออดดังลั่นไปทั้งโรงเรียนประถมบ้านสวนน้อย เด็ก ๆ วิ่งวุ่นข้ามสนามหญ้า มีน เด็กชายหน้าตากลมแป้น ผมยุ่ง ใส่แว่นกลมที่เกือบจะหล่นตลอดเวลา เหวี่ยงกระเป๋าเป้แล้วเหยียบเท้าเพื่อนเข้าโดยบังเอิญ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“โอ๊ย! มีน แกเหยียบเท้าตรูอีกละ!” เสียงทิว เพื่อนซี้ผอมสูงตะโกนใส่
มีนหัวเราะแห้ง ๆ “ขอโทษเว้ย ขาชั้นสั้นกลัวไม่ทันวิชาพลฯ ครูเขี้ยวนะ”
ขณะที่ทั้งสองวิ่งไปที่อัฒจันทร์สายตาของมีนก็จับจ้องไปที่เด็กคนหนึ่งที่อยู่ไกล ๆ …หน้าตาเหมือนตัวเองราวกับเป็นภาพสะท้อนในกระจก
“ทิว เดี๋ยวนะ…นั่น…นั่นมันชั้นเหรอวะ?!”
ทิวทำหน้างง “มีน อย่าคิดมาก แกยังยืนอยู่ตรงนี้ คนที่เดินไปโน่นก็ต้องไม่ใช่แกดิ จะกลัวอะไร ติดวิทยาศาสตร์มากมั้ย”
แต่สายตาไม่โกหก มีนขอร้องทิวเดินไปด้วยกันจนใกล้เด็กคนนั้นเข้าไปติด ๆ
“ขอถามอะไรหน่อย…นายชื่ออะไรอะ?” มีนเปิดฉากถามก่อน ทั้งสองฝีเท้าประสานกันราวกับเป็นเพื่อนกันมานาน
เด็กชายหน้าตาเหมือนมีนเป๊ะหันมา สุ้มเสียงเรียบแต่ดูมั่นใจเกินจริง “ชื่อเมฆ…แล้วนายล่ะ?”
ความเงียบจู่โจมชั่วขณะ ทิวสลับมองหน้าทั้งสอง “โอ้โห…สองคนบังเอิญมากอะ เนี่ย แฝดยังแพ้”
มีนหน้าเสีย คิดในใจ ‘จะมีใครเหมือนฉันขนาดนี้บนโลกด้วยเหรอ!’
เมฆขยับแว่น กลั้วเสียง “แต่ฉันไม่เคยเห็นนายมาก่อนนะ แปลกดีเนอะ”
มีนรีบพูด “อย่าบอกนะว่านายก็เรียนอยู่ที่นี่…”
เมฆพยักหน้า “ใช่ ชั้นเพิ่งย้ายมาเมื่อวานเอง นายอยู่ ป.6/1 รึเปล่า? ชั้นเรียนห้องเดียวกันนะ”
บรรยากาศประหลาดแบบจับวาง ทิวกลั้นขำ “มีน นายมีคู่แฝดแล้วว่ะ! ฮ่า ๆ ๆ”
มีนรีบโต้ตอบ “ฉันไม่ได้อยากมีแฝด!”
วันนั้นทั้งวันมีนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เรียนอะไรไม่รู้เรื่อง เพราะภาพหน้าตาตัวเองที่เดินพล่านอีกคนคาใจตลอด
หลังเลิกเรียน มีนบ่นกับทิวไม่หยุด “แกฟังชั้นนะ คนมันควรจะมีคนหน้าตาเหมือนกันทุกอย่างแค่ในหนังมั้ย? แล้วนี่มันโรงเรียนนะ ไม่ใช่โลกแฟนตาซี!”
ทิวพยายามเล่นมุก “ช่างมันเถอะ เดี๋ยวอีกหน่อยนายก็อาจจะเริ่มชอบอีกคนก็ได้ เผลอแป๊บเดียวอาจจะได้คู่หูใหม่ แถมไม่ต้องส่องกระจกทุกเช้าแล้วนะ”
มีนสะบัดหน้า “ฮือ ไม่ขำ ชั้นยอมหน้าตาแบบนี้คนเดียวบนโลกก็พอ!”
เย็นวันนั้นมีนคิดหนัก เดินวนในห้องนอน ใจตกตะลึงกับความรู้สึก ‘แรงบันดาลใจโดนขโมย’ อย่างไร้เหตุผล ก่อนที่เขาจะคิดแผนหนึ่งขึ้นได้
รุ่งเช้า…มีนเดินแหวกฝูงชนไปหาเมฆ เวลานั้นจิตใจเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจผิด ๆ “นาย! เราต้องเคลียร์กัน! มาพิสูจน์กันว่าใครคือของจริง ใครคือของปลอม”
ทิวรีบกระโดดมาแจม “ผมเป็นกรรมการ! มาทางนี้ครับผู้ชม!”
เมฆทำตาโต “อะไรของนายเนี่ย…ของจริง ของปลอม?”
มีนทำสีหน้าเครียดจัด “คนเราจะมีหน้าตาเหมือนกันได้ถึงขนาดนี้ จำเป็นต้องหาคำตอบ เดี๋ยวคนอื่นจะคิดผิด ๆ คิดว่าเราแฝดจริง จะยุ่งไปกันใหญ่!”
เมฆพยักหน้าอย่างจริงจัง เสียงเคร่งขรึมเกินวัย “โอเค ถ้าจะเคลียร์ เราต้องแข่งกันในภารกิจที่ไม่มีใครเหมือน ใครทำสำเร็จก่อน คนนั้นคือของจริง ส่วนอีกคน…ยอมเป็นต้นฉบับเงาเอง”
ทิวโบกไม้โบกมือ “มีความเป็นซามูไรดีนี่ ไม่แฟร์ ๆ ผมต้องตั้งโจทย์เอง ปลอดลอกเลียน!”
ซีนต่อมาทั้งโรงเรียนกลายเป็นเวทีของความปั่นป่วน มีนกับเมฆต้องผ่าน ‘ภารกิจลับ’ ของทิว โดยไม่รู้เลยว่าแต่ละโจทย์จะพาไปเจอกับสถานการณ์อะไรบ้าง
ทิวเปิดโจทย์แรก “ใครจีบคุณครูภาษาไทยได้น่ารักสุด คนนั้นชนะรอบแรก!”
เมฆหน้าอึ้ง มีนตาค้าง เมื่อครูภาษาไทย (ครูดา) เดินมาพอดี
เมฆเดินลุยไปก่อน พยายามพูดชมแบบสุภาพ “คุณครูครับ วันนี้คุณครูใส่ชุดสีชมพูสวยมากครับ”
ครูดาหันมามองขำ ๆ “ขอบใจจ้ะ…แต่วันนี้ครูใส่สีเขียวเองนะลูก”
มีนรีบโถมตามไป พูดติดขัด “คุณครู…เอ่อ…ตอนสอนบทกลอนครูดู…เอ่อ…เหมือน…ไอดอล”
ครูหัวเราะเบา ๆ “โอเคลูก เก่งทั้งคู่ แต่คนไหนกันแน่…อืม…ไม่บอกละ”
ทั้งสองหน้าเสีย ถามทิว “ใครชนะวะ?”
ทิวส่ายหน้า “เสมอ! โชคดีรอบหน้า นี่แค่เริ่มนะ!”
โจทย์ต่อมาคือ ‘พูดเล่นกับภารโรงโดยห้ามขำก่อน’ มีนยกมุกเก่าเล่าใหม่ ภารโรงยิ้ม ๆ แล้วถามกลับ “หนูแน่ใจนะว่าเตรียมมาดี?” มีนหน้าแดงเพราะภารโรงเคยได้ยินมาแล้วทุกมุก ต้องยอมขำก่อน
เมฆพยายามเล่านิทาน แต่ทำเสียงผิดจังหวะเอง คนฟังหน้าเหวอ ภารโรงยกนิ้วให้เพราะงงจนฮา สรุปก็ไม่มีใครชนะในรอบนี้เช่นกัน
หลังสามโจทย์บ้าบอที่ไม่มีคนชนะ ความสนใจของนักเรียนเริ่มมากขึ้น ทุกคนเริ่มเชียร์แบบงง ๆ “เชียร์มีน! เชียร์เมฆ!”
ครูใหญ่เดินผ่าน ท่าทางเป๊ะจนน่ากลัว ถามเสียงเข้ม “นี่…อะไรของพวกเธอน่ะกัน?!”
ทิวรีบอธิบาย “คือ…เรากำลังหาตัวจริงตัวปลอมกันครับครูใหญ่”
ครูใหญ่ยืนนิ่ง “ใครปลอม ใครจริง เดี๋ยวฉันก็ปลอมตัวเป็นนักเรียนเองหรอก!” ทุกคนเงียบกริบ แล้วระเบิดหัวเราะออกมา
แต่คำถามยังคงอยู่ มีนเริ่มรู้สึกหวั่นไหว ‘หรือจริง ๆ เราจะไม่พิเศษแล้วนะ…’
แผนประหลาดเริ่มบานปลาย ทั้งห้องเรียนเริ่มแบ่งสายเข้ากับฝ่ายมีนหรือเมฆ โดยไม่รู้เหตุผลหลักของแต่ละคนเลย
ถึงเวลาพักกลางวัน ทั้งสองฝ่ายถูกลากไปแข่งตอบคำถามวิทยาศาสตร์ มีนตอบผิดตกพื้นไปสามข้อเพราะคิดมากไป เมฆเน้นตอบเร็วแต่มั่ว ทุกคนสับสนว่าใครกันแน่ที่ควรจะเป็นตัวจริง
เมื่อการแข่งขันจบลงด้วยความงงงวย มีนเดินก้มหน้า ทิวเดินสงบ ๆ ข้าง ๆ “แก เป็นอะไรวะ ดูเซ็ง ๆ”
มีนกอดสมุดแน่น “มันบ้าใช่มั้ย เราไม่เหมือนใคร แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งโรงเรียนจำเราไม่ได้แล้วว่ะ…ถึงมันจะขำก็เถอะ ชั้นรู้สึกเหงาแปลก ๆ เลย”
ทิวเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนพูดช้า ๆ “แกจะเหมือนใคร ก็ไม่ได้เปลี่ยนว่าถ้าเป็นแกที่เฮฮางี่เง่าอย่างนี้ ชั้นก็ยังเลือกเป็นเพื่อนกับแกนะ ไม่ใช่เลือกว่าแกหน้าตายังไง”
มีนยิ้มจาง ๆ “แกนี่ก็พูดเป็นคำคม แชมป์โลก”
ในขณะนั้น เมฆเองก็นั่งเหม่ออยู่หลังโรงอาหาร พึมพำกับตัวเอง “เจอเพื่อนเหมือนกับตัวเองจริง ๆ แต่ไม่มีใครเหมือนจริง ๆ ได้ทุกอย่าง แค่ใจจริงรับฟังก็พอ”
ทิวโผล่มา “เมฆ นายดูเหงา ๆ เว้ย”
เมฆหัวเราะเบา ๆ “พยายามจะเข้าทีมเดียวกับมีน แต่ดูเถอะ โดนดันให้กลายเป็นคู่แข่งเฉยเลย ๆ”
ทิวเดินไปจับมือสองคน “แกสองคน ไม่ต้องแข่งกันแล้วว่ะ ลองตั้งแผนใหม่ดีกว่า!”
มาถึงจุดเปลี่ยนของเรื่อง เมื่อมีนและเมฆเดินกลับไปในห้องเรียนด้วยกัน แล้วพบว่าทุกคนต่างจำชื่อสลับกันหมด มีนโดนเรียกเป็นเมฆ เมฆโดนล้อเป็นมีนจนเกิดเรื่องฮา ๆ ป่วน ๆ เช่น คุณครูส่งการบ้านแบบผิดหัวข้อให้มีนไปส่งแทนเมฆ เมฆโดนเพื่อนขอช่วยทำรายงานแทนมีน
ปัญหาใหม่เกิดขึ้นกว่าเดิม เพราะทั้งสองกลายเป็น ‘ตัวปลอม’ พร้อมกันในสายตาคนอื่น ทุกอย่างเริ่มไม่มีคนเชียร์ ผลสอบก็สลับผิดชื่อ ผลงานศิลปะก็เซียะกันไปมาราวกับการ์ตูนคนละร่าง
มีนตัดสินใจลุยแก้ปัญหา เดินเข้าไปขอเคลียร์กับครูใหญ่ทันที
ครูใหญ่ยิ้มเย็น “จะตัวจริงหรือปลอม การเป็นตัวเองมันไม่ใช่เรื่องหน้าตานะลูก”
มีนพยักหน้าช้า ๆ แล้วหัวเราะออกมา “จริงดิครับ ครูว่าใครจริง ๆ กันแน่ ผมกับเมฆ?”
ครูใหญ่ยกนิ้ว “จริงทั้งคู่แหละ ขอแค่เป็นคนที่ตัวเองอยากเป็นก็พอ”
เมื่อได้สติ ทั้งมีนและเมฆหันมากอดคอกัน ขำ ๆ ยอมรับในความเหมือนและความต่างของแต่ละคน
จบวัน มีนกับเมฆกับทิวนั่งกินขนมหน้าร้านขายลูกชิ้นท้ายโรงเรียน
ทิวจิ้มลูกชิ้นยิ้มให้ “สรุปวันนี้พวกแกเข้าใจอะไรขึ้นบ้างวะ?”
เมฆพูดช้า ๆ “ถ้ามีใครสักคนเหมือนเราเป๊ะ ๆ ใจยังต่างได้ เป็นเพื่อนได้ ไม่ต้องพิสูจน์อะไรเลย”
มีนกัดลูกชิ้นกึ้ก “ถูก…แต่ถ้าวันไหนเจออีกคนที่เหมือนมากกว่านี้ ชั้นขอบายละนะ!”
ทุกคนหัวเราะดัง ๆ ทิ้งเสียงท้ายไว้กับวันยุ่ง ๆ ที่กลายเป็นมิตรภาพแสนอบอุ่น