ซอยสามสิบหนึ่งห้องหก: ป่วนบ้าหลังห้องรวม
เสียงนาฬิกาปลุกแบบมือถือจากสี่มุมห้องดังระงมปนกันเป็นคอรัส เสียงหนึ่งโทนแหลม เสียงหนึ่งโทนเบส เสียงหนึ่งเหมือนคลื่นวิทยุเสีย เสียงหนึ่งแค่ไอ้เครื่องสั่นอย่างเดียว เหมือนแข่งกันตื่น นัดหมายเช้าวันเสาร์ในห้อง 204—ห้องรวมชายที่เต็มไปด้วยคู่แฟลตเมตสุดป่วน—ร้อนระอุตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่เลียขอบตึก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เอ้า! ตื่นโว้ย วันนี้ต้องซ้อมทำความสะอาดหอพักแล้ว!” โทนี่ ลุกขึ้นก่อนใคร ซัดปลอกหมอนให้ฟาดหัวโป้งด้วยความมั่นใจเต็มร้อย เด็กบ้านนอกขี้คิดแต่มั่นหน้าเกินลิมิต เขาเชื่อมั่นว่าพลังการจัดระเบียบของตนจะเปลี่ยนห้องนี้เป็นวิลล่าได้ในพริบตา
“ให้ตายเถอะ โทนี่ เข้านอนตีสามจะให้ตื่นมาถูพื้นหาอะไร” เป๊ปเป้อ ลูกเจ้าของร้านชำ ปากจัดแต่ใจดี นอนตะแคงงัวเงีย จับหมอนข้างปัดหน้าที่ผ้าห่มไปพลางไม่ลืมแขวะ
“หยุดบ่น หน้าที่ของเราเพื่อเกียรติศักดิ์ศรีห้องหก ห้องห้าก็ตั้งใจจะชนะนะ!” โทนี่ว่าอย่างเคร่งเครียด แต่เป๊ปเป้อนอนต่อไม่ไหว เมื่อไอ้ตี้เพื่อนเปิดเพลงลูกทุ่งดังลั่นห้อง
“ลุกๆๆ เอาเลย จะได้เสร็จแล้วไปกินโจ๊กกัน” ไอ้ตี้ผู้รักความเร็วแต่เกลียดการจดจ่อ หยิบไม้กวาดปัดๆพื้นไปก็ร้องเพลงไป ไม่สนใจว่าฝุ่นจะปลิวเข้าหน้าใครบ้าง
แตง หนุ่มขี้กังวลประจำห้อง ยืนนับลมหายใจที่ริมหน้าต่าง มือถือกระดาษโน้ตหมดหน้าว่าจะสั่งงานใครให้ทำอะไรบ้างแต่ไม่กล้าพูด ได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเอง
“ถ้าแบ่งหน้าที่ผิด มันจะเสร็จมั้ยนะ? ถ้าโทนี่ไปล้างห้องน้ำแล้วกินโจ๊กต่อ กลิ่นจะติดไหม? หรือจะแบ่งเป็นทีมละ…”
เสียงสนทนาในห้องเริ่มสลับกับเสียงไม้ถูพื้นกระแทก เสียงกาน้ำร้อนเดือด และเสียงประตูเปิดด้วยแรงมหาศาลของแชมป์ นักกีฬาคณะเศรษฐศาสตร์ผู้เกลียดฝุ่นแต่ไม่เคยแตะไม้กวาดในชีวิต
“ขอโทษทีๆ สายไปห้านาที รถเมล์ติดสุด ๆ เอ้า สั่งงานได้เลย เผื่อผมจะช่วยได้บ้าง” แชมป์โยนเป้ลงพื้น เสียงกระเป๋าตกดังตึ๊งเหมือนเปิดซีนใหม่ในหนัง
“แชมป์ ไปล้างขวดน้ำในซิงค์!” โทนี่สั่ง แชมป์อ้ำอึ้งแต่ยอมทำ แม้จะไม่รู้ว่าขวดไหนใช้ขัดพื้น ขวดไหนไว้กินน้ำดี
แตงพยายามเข้าไปจัดคิว แต่เสียงอึกทึกของทุกคนทำให้ไม่มีใครฟังกันเลย
ขณะที่ทุกคนซัดกันวุ่นวาย สมใจ เจ้าแม่ขายของออนไลน์ที่แอบยืมห้องนี้ไปเปิดไลฟ์สด เข้ามาอย่างฟ้าแลบพร้อมกล่องพัสดุสูงเท่าเอว
“ขอโทษค่ะ ขอพื้นที่มุมนี้แป๊บ อย่าเพิ่งฝุ่นเยอะนะ เดี๋ยวสินค้าชั้นจะมีรอย” สมใจพูดพลางเทปากล่องลงพื้น เป๊ปเป้อหันไปบ่นว่า“ที่นี่หอพัก หรือศูนย์กระจายพัสดุ?”
โทนี่ชะงักเหลือบดูนาฬิกา “เอาล่ะ เราต้องซ้อมรอบสุดท้าย อาทิตย์หน้าปีละครั้ง เขาประกวดหอพักสะอาด ถ้าชนะได้ฟรีค่าเช่าหนึ่งเดือน!” ความหวังมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายใหม่ คำว่าฟรีค่าเช่าทำเอาเป๊ปเป้อลุก จากที่เพิ่งบ่นๆ เมื่อกี้กลายเป็นผู้นำจัดระเบียบขยะ
ไอ้ตี้ทำทุกอย่างด้วยความไวเกินไป ถังขยะเต็มก็นำไปโยนผิดถัง ต้นไม้ปลอมของห้องข้างๆก็โดนโยนทิ้งไปกับขยะจริง
แชมป์ซักขวดในซิงค์ จนห้องเกือบกลายเป็นธารน้ำแข็ง เหมือนจะจริงจัง แต่ลืมปิดก๊อก ทำน้ำล้นจนเปียกทุกอย่าง
แตงพยายามจะพูดแผนแบบนุ่มนวล “เราแบ่งกลุ่มสองกลุ่มดีกว่าไหม…เอ่อ ไม่เป็นไรหรือเปล่า” แต่ไม่มีใครได้ยิน เพราะเพลงตี้ดังคั่นเสียงไว้หมด
สมใจในมุมห้อง พยายามเคลื่อนไหวให้อยู่ในเฟรม กล้องไลฟ์สดกับกล่องพัสดุเต็มห้อง ทำให้ทุกอย่างยิ่งป่วนกว่าเดิม มีเสียงคนดูแชทถามว่า‘ทำไมยังไม่ทำความสะอาด?’ สมใจจึงต้องทำเป็นเชียร์ ‘ดูพี่ๆ เขาสิ ใจรักงานบริการกันทุกคน!’
เสียงโทรศัพท์จากเจ้าของหอพักดังขึ้นระหว่างทุกอย่างกำลังยุ่ง “ห้อง204 ถ้ายังเสียงดัง รอบหน้าหักค่ามัดจำกันหมด!” ทุกคนหยุดนิ่งในเสี้ยววินาที แล้วแยกย้ายเก็บเสียงกันเงียบสงัด
“โอ๊ย แบบนี้ผมเครียดกว่าเดิมอีก” เป๊ปเป้อปรับโหมดกระซิบ ขณะโทนี่ยังประกาศกร้าวในเสียงเบา “ถ้าแพ้ห้องห้า ผมนอนไม่หลับแน่ๆ”
แตงสรุปซ้ำในใจ ทุกคนดูเหมือนมีแผนของตัวเองแต่ไม่มีใครทำตามกันสักคน ผลลัพธ์คือห้องเละกว่าเดิม ทุกอย่างที่คิดว่าจะดี กลายเป็นการทำลายล้างอย่างมีระบบ
บ่ายวันเดียวกัน หลังจากพักจากการเก็บกวาด ทุกคนประชุมกันอีกรอบ เป๊ปเป้อเสนอดุว่า “อย่าซ้อมเลย แค่ทำจริงตามสัญชาตญาณ คงเสร็จเองแหละ” โทนี่ไม่รับฟัง ยืนยันจะจัดประชุมแบ่งหน้าที่แบบจริงจัง
ขณะเดียวกัน สมใจย่องกลับมาอีกครั้ง ยืมห้องถ่ายคลิปรีวิวของในชีวิตประจำวัน มีแอ็คติ้งเสมือนทำความสะอาดแต่ความจริงเอาขยะไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า “ของจริงต้องจัดให้กล้องรู้นะทุกคน” พูดเสร็จขยะก็ถมเต็มตู้ ทุกคนไม่รู้ตอนนั้นเลย
วันต่อมาการแข่งขันวันจริงมาถึง โทนี่ตื่นเช้ากว่าเดิม เปิดสัญญาณหมดในห้อง ทุกคนต้องแต่งชุดเรียบร้อย เตรียมต้อนรับกรรมการ เป๊ปเป้อทาแป้งโชว์ว่าหน้าสะอาดสะอ้าน แชมป์ลงจากตึกด้วยกระเป๋ามือถือสองเครื่องเตรียมถ่ายคลิปอวดความสะอาด
สายๆ กรรมการจากสำนักงานหอพักเดินมาตรวจ ทุกคนแทรกตัวกันอยู่มุมต่างๆ เป๊ปเป้อเดินนำพร้อมชี้เสียบปลั๊กไฟแทบทุกจุดมั่นใจว่าเป็นจุดแข็งของห้อง สมใจก็ลากกล่องพัสดุซ่อนไว้หลังม่าน ตี้กวาดอะไรไม่รู้เข้ามุมเตียง
กรรมการเดินเข้ามาอย่างช้าๆ พลางงง ว่าทำไมกลิ่นลูกเหม็นกับน้ำยาซักผ้าผสมกันฉุนไปทั้งห้อง แชมป์รีบมาพูดกลบ “กลิ่นคลาสสิคครับ รุ่นบุกเบิก”
ขณะที่ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่าน เสียงตู้เสื้อผ้าเปิดออกเองเพราะขยะสมใจดันประตูไว้ไม่อยู่ ถุงขยะหล่นโครมออกมากองกับพื้นต่อหน้าคณะกรรมการ
ทุกคนเงียบกริบ สมใจรีบขอโทษยกมือไหว้ “ของงานไลฟ์สดค่ะ ไม่เกี่ยวกับความสะอาดจริง!” โทนี่จ้องเป๊ปเป้อ เป๊ปเป้อมองตี้ ตี้เหงื่อซึมๆ ปัดเศษขยะรอบขาเตียงต่อ
กรรมการถอนหายใจ ถามว่า “ถ้าพูดกันจริงๆ ใครเป็นคนทำความสะอาดกันแน่” ทุกคนตอบสวนกันคนละประโยค “ผมครับ!” “ไม่ใช่ผม!” “ไม่เกี่ยวกับผม!” “ก็ผมจัดแจงเองหมดเลย!” “น้องแตงครับ เขายืนสังเกตการณ์ตลอด!”
ตอนประกาศหอพักสะอาดแห่งปี รายชื่อห้องหกซอยสามสิบหนึ่ง ไม่ได้ถูกขาน เสียงหัวเราะขบขันของเพื่อนห้องข้างๆ ดังแว่วมาจากโถงบันได ทุกคนหน้าแห้งเป๊ปเป้อหัวเราะกลบเกลื่อน “อย่างน้อยเราได้รางวัลร่วมใจสร้างฝุ่น”
โทนี่ยอมรับแบบเสียไม่ได้ “ปีหน้าค่อยแข่งใหม่ มาช่วยกันทำจริงๆ ดีกว่า” ตอนนั้นเอง สมใจหันมายิ้ม “อยากรู้ไหม ว่าตู้เสื้อผ้าห้องใครสะอาดที่สุด?” ทุกคนมองหน้ากัน ตลกในโชคชะตาและความพยายามที่ผิดที่ผิดทางของตนเอง
สุดท้ายห้อง204 ไม่ชนะรางวัล แต่กลายเป็นห้องที่หัวเราะและเก็บความซวยไว้เป็นมุกใหม่สำหรับวันหน้า จบด้วยเสียงหยอกเย้าของทุกคนว่า “ปีหน้า ประกวดตู้เสื้อผ้าแทนไหม?”