ซอยรุ่งเรือง เลขที่ 23 (ขำป่วนทั้งซอย)
เสียงหมาเห่าแข่งกับเสียงจักรยานยนต์วิ่งลั่นซอยรุ่งเรืองเช้าอาทิตย์ เหมือนไม่มีใครจงใจปลุกแต่ก็พร้อมกันทั้งซอย ยิ้ม—หญิงสาววัยยี่สิบปลาย ผมหยักศก ใส่แว่นหนา ชุดนอนลายหมี—โผล่หน้าออกจากบ้านเลขที่ 23 หยิบไม้กวาดในมือพร้อมรอยยิ้มฝืน ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไอ้เหมียว! กลับบ้าน! แกจะโดนรถเหยียบอีกละ!” ยิ้มตะโกนลั่นกลางซอย
เสียง “เหมียววววว” ตอบ แต่เจ้าของกลับวิ่งคว้าไม้กวาดไล่จับ เจ๊พิมเจ้าของร้านชำวัยเข้าเลขสี่ หน้าคม สายตาเด็ดขาด โผล่มาเปิดร้านแล้วทันเหตุการณ์ “หนูยิ้ม ตะโกนอะไรแต่เช้า เดี๋ยวแมวตื่นหมด!”
“เจ๊…แมวนี่ค่ะมันเที่ยวนอกบ้าน กลัวมันโดนหมาไล่กัด…” ยิ้มตอบพลางหวีดขอโทษทั้งแมวทั้งเจ้าของร้าน
โค้ชบอย หนุ่มสปอร์ตผิวเข้ม ผู้อาศัยอยู่ฝั่งตรงข้าม กำลังซ่อมมอเตอร์ไซค์ เป็นคนจริงจังกับทุกงาน แต่พูดน้อยเกินเหตุ ได้ยินเสียงวุ่นจึงชะโงกหน้า “ถ้าจะเรียกแมวไม่ต้องวิ่ง ไข่ต้มมันอยู่ตรงมุม ซอยนู่น…”
ยิ้มกับเจ๊พิมหันมามองหน้ากัน ก่อนยิ้มถามกลับ “ไข่ต้มเป็นใครคะ?”
เจ๊พิมหลุดหัวเราะ “คือแมวเขาขื่อไข่ต้ม”
“ทั้งชีวิตคิดว่าเจ้าตัวกลมนี่คือเหมียว…” ยิ้มแฮ่ ๆ คนข้างบ้านหัวเราะกันกลบเสียงมอเตอร์ไซค์
แม็ก เด็กปีหนึ่งหน้าตาน่ารักแต่ขี้ลน ถือกล่องขนมวิ่งผ่านอย่างเร่งรีบ ไหล่ชนกับยิ้ม ขนมตกแตกกระจาย
“ขอโทษพี่ยิ้ม…” แม็กวางกล่อง กระซิบต่อ “ผมจะไปฝากขนมให้เจ๊พิม ไว้จีบลูกสาวเจ๊!”
“แหนะๆ เนียนนะเรา” เจ๊พิมทำคิ้วเข้ม “ลูกฉันเขาไม่กินขนมหัวร้อนนะ!”
เสียงหัวเราะร่วมระเบิด สองคนมองขนมเละ เจ๊พิมถอนใจเก็บเศษใส่ถังทั้งขำทั้งเหนื่อย
ความวุ่นวายถือเป็นเรื่องประจำ แต่เช้าวันนี้ยิ้มตั้งเป้าไว้ว่า เธอจะชวนเพื่อนบ้านในซอยจัด “วันปันยิ้ม” งานรวมพลใจกันทำดีให้ซอย หลังทะเลาะกันเพราะเรื่องที่จอดรถมาเป็นสัปดาห์
ยิ้มเดินถือกระดาษแนวคิดเดินเคาะประตูบ้านแรก…พบแม่แจ่มป้าข้างบ้านกำลังกวาดขี้นกออกจากหลังคา “วันปันยิ้มเหรอ เอาไปก่อน แม่แจ่มมีประชุมหมู่บ้าน!”
บ้านต่อไป—ลุงหมึกเคราขาวเจ้าของสวน—เปิดประตูตะโกน “เอาแค่ซอยเงียบวันนี้ก่อน เดี๋ยวค่อยปันยิ้ม หมาเพิ่งกัดรองเท้าฉันอีก!”
ยิ้มเริ่มใจเสีย แต่เธอไม่ถอย จดลงสมุด “หน้าตาดีใจร้ายกันเหลือ…ยัง! ซอยนี้ยังไม่ยอมยิ้ม ฉันยังไม่ยอมแพ้!”
ระหว่างที่โค้ชบอยซ่อมมอเตอร์ไซค์ เขาสะกิดยิ้ม “ถ้าจะให้ซอยเงียบ ต้องให้หมาหลับก่อนนะ”
“งั้น…พี่บอย ช่วยเป็นคนประกาศเชิญชวนในงานได้ไหมคะ?” ยิ้มสายตาพยายามเต็มที่
“ผม…พูดไม่เก่ง” โค้ชบอยรีบลูบหัวตัวเอง
“งั้นให้ไข่ต้มเจ้าแมวโปรยเสน่ห์แทนสิ!” ยิ้มพูดติดตลก โค้ชบอยหยุดคิดนาน… “ผมว่าแมวพูดไม่ชัด”
แม็กแอบหัวเราะ ดีดนิ้ว “ผมทำโปสเตอร์เชิญได้นะ ขอเตารีดหน่อยพี่”
เจ๊พิมหัวเราะเสียงดัง “ปริ้นไม่ใช่รีด งานงอกแน่!”
ถึงจะวุ่น ชาวซอยก็ดูจะเกื้อหนุนกันในความผิดที่พัง —แต่ความสอดรู้สอดเห็นในซอยนี้ก็ไปเร็ว ป้าแดงขี้เม้าธ์โยนข่าวว่ายิ้มจะเปิดปาร์ตี้ใหญ่ เอาเงินชุมชนมากินเลี้ยง สำนักงานเขตก็โดนโทรเล่นอีกแรง
ยิ้มก็ยังไม่รู้ตัว เดินจดชื่อเพื่อนบ้าน ยิ้มส่งสายตาแก่คุณครูเหน่ง ซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์อยู่
“เอ่อ…ครูเหน่งคะ หนูจะชวนทำ ‘วันปันยิ้ม’ กันค่ะ”
“ยิ้ม! อย่าชวนฉันเต้นนะ! ฉันปวดเข่า!”
“ไม่ได้เต้นค่ะครู…แค่ช่วยปันรอยยิ้ม…”
“อ๋อ งั้นยังดีกว่าเต้น ช่วยทำไม ฉันก็ยิ้มให้ลูกศิษย์อยู่ทุกวัน”
เสียงหัวเราะแว่ว ยิ้มอมยิ้มกับความเข้าใจผิด
ระหว่างรวบรวมชาวบ้าน ยังมีแมวไข่ต้มเดินโชว์ตัวไปทุกซอย ทำให้ข่าวลือต่าง ๆ ยิ่งปั่นป่วนขึ้น บางคนคิดว่างานนี้จะเป็นงานประลองหมา-แมว แม็กที่ฟุ้งซ่านไปไกลก็ลือในกลุ่มไลน์ว่าเป็นประกวดแมวแฟนซี
ค่ำวันนั้น ยิ้มนั่งลิสต์รายชื่อ ได้แต่ถอนใจ แผนเหมือนง่ายแต่ยิ่งคิดยิ่งกลายเป็นงานวุ่นวาย
เช้ารุ่งขึ้น ยิ้มลงมาระดมแต่งซอย ทำแบนเนอร์เอง แม็กช่วยตัดกระดาษแต่ดันใช้กรรไกรตัดโปสเตอร์งานสำคัญของยิ้มขาด เจ๊พิมเดินมาตบไหล่ “เออ…เดี๋ยวฉันติดประกาศเองเลย จะได้ไม่ต้องสวย!”
โค้ชบอยจัดเวทีเรียบร้อยแต่ดันประกาศวันผิด ทำให้ซอยแตกตื่น คิดว่าเป็น “ศึกชิงเจ้าแมว” ทุกบ้านเตรียมเอาแมวมาประลอง
ขณะที่ทั้งซอยกำลังเข้าใจไปคนละเรื่อง ยิ้มรีบวิ่งเคลียร์บ้านต่อบ้าน บางบ้านโผล่มากับถุงปลาเพราะเข้าใจว่าจะประกวดสัตว์น้ำ เจ๊พิมที่ไม่อยากน้อยหน้าซื้อหมวกแมวมาแจกทุกบ้าน
ความงุนงงยิ่งทวีเมื่อเจ้าหน้าที่เทศบาลมาเคาะประตูเพื่อถามถึง “งานจัดเลี้ยงโดยไม่ขออนุญาต” ยิ้มปาดเหงื่ออธิบายแทบไม่ทัน ในขณะที่โค้ชบอยโดนเพื่อนบ้านบ่นว่าเสียงซ่อมเครื่องดังเกินไปจนคิดว่าเป็นเวทีคอนเสิร์ต
แม็กก็ยังเข้าใจคลาด เครียดกับขนมกล่องใหม่ จนเอาของหวานไปแจกคนผิด เผลอเอาขนมไปให้เจ้าหน้าที่เทศบาลแทน เจ๊พิมยิ่งลือว่าคนในซอยจะโดนปรับ
กลางซอยชักถกกันเสียงดังว่าจะจัดงานอะไรแน่ มีการอภิปรายเล็ก ๆ ระหว่างบ้านเลขที่ 21 กับ 25 ว่าแมวบ้านใครสวยกว่า ยิ้มแทบทรุดแต่ก็ขำออก
ช่วงเย็นงานจริงเริ่ม—ยิ้มตั้งใจกล่าวเปิดงาน แต่โค้ชบอยหยิบไมค์แล้วพูดติด ๆ ขัด ๆ “เ-อ่อ…วันนี้ขอให้ทุกบ้าน…เอ่อ…ยิ้มกัน…ก่อน…เพราะ…มีแมวเยอะดี…” ทั้งซอยขำกันลั่น
ความวุ่นวายยังไม่จบ ป้าแดงเอาขนมที่ได้ไปแจกต่อกับเพื่อนบ้าน เจอแมวไข่ต้มวิ่งตัดหน้า ฟาดขนมตกกลางเวที คนขำกันกลิ้ง ส่วนเจ้าหน้าที่เทศบาลลองขนมแล้วชมว่าหวานเกินไป
ยิ้มขอเชิญทุกบ้านร่วมกิจกรรมปันยิ้ม แต่กลับมีบ้านมาถามว่า “ต้องอกหักก่อนถึงจะยิ้มได้ไหม?”
“ไม่ต้องอกหักค่ะ ขอแค่มีใจ!” ยิ้มตอบไวจนคนฟังปรบมือ
เจ๊พิมแจกหมวกแมว แต่มอบให้โค้ชบอยเป็นคนแรก พร้อมประกาศ “หมวกนี้ให้เฉพาะคนไม่พูดมาก!” ฮาครืนจนบอยยิ้มแหย
แม็กโชว์โปสเตอร์แปะหัวโดยไม่ได้ตั้งใจ กลายเป็นประเด็นขำทั้งซอย
งาน (ซึ่งไม่มีพิธีรีตองอะไรจริง ๆ) กลายเป็นมื้อน้ำใจ ขนมที่แก้ไขไม่สำเร็จก็ถูกเอามาแลกกันไปมา ทั้งหมดหัวเราะและเล่นกันด้วยความงุนงงแต่สนุกสุดขีด
พอจบงานจริง ๆ ยิ้มเดินกลับบ้าน ท่ามกลางเสียงขำอ่อน ๆ ของเพื่อนบ้าน เจ๊พิมเดินมากอดไหล่ “หนูยิ้ม…ซอยเราไม่เงียบหรอก แต่ซอยเรายิ้มได้ทุกวัน”
โค้ชบอยเดินมาส่งท้าย “วันหลังจะให้แมวพูดแทนผมบ้าง…”
ทุกคนหัวเราะ ยิ้มขอบคุณซอยรุ่งเรือง สุดท้ายไข่ต้มเดินตัดหน้าทุกคน เสียงปรบมือและเสียงขำเบา ๆ ดังขึ้น กลายเป็นงานปันยิ้มที่ผิดแผนที่สุด แต่มีแต่รอยยิ้มจริงใจ