แสงแดดยามเย็นกับความลับริมทะเล
เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังเป็นระยะ ผสมกับเสียงเด็กนักเรียนคุยกันกระเซ้า เย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน “กัน” ครูหนุ่มเจ้าระเบียบ ใส่แว่นกรอบดำ เงียบขรึม กำลังยืนติดโปสเตอร์งานนิทรรศการศิลปะไว้ที่กระดานหน้าโรงเรียน หมวกปีกกว้างประจำตัวเอียงเล็กน้อย ทุกอย่างตรงเป๊ะจนพวกเด็กๆ จับตาล้อเลียนเบาๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!มีเสียงพูดแทรกขึ้น “ขอทางหน่อยค่ะ ขอทางหน่อย!” “จูน” สาวผมสั้น หน้าตาร่าเริง หมวกแก๊ปกลับด้านในชุดพ่อครัว คาเฟ่ข้างโรงเรียน เข็นรถขนมปังปิ้งแทรกนักเรียนหัวเราะกรุ๊งกริ๊งเข้ามา รถติดฝีมือเธอยังใหม่ หลังร้านเปิดร่วมสองอาทิตย์แต่คนยังบางตา ใครบางคนร้อง “วันนี้มีขนมใหม่ป่าวพี่จูน?”
“มี! ใครอยากลองต้องรีบมา ตอนนี้ยังร้อนๆ อยู่!” เธอยิ้มกลบความเหนื่อย เอารถเข็นจอดข้างประตูโรงเรียน กันเหลือบตามอง ดึงโปสเตอร์แน่นขึ้น กระแอม “กรุณาอย่าเข็นรถขวางทางเข้าโรงเรียนนะครับ เป็นพื้นที่โรงเรียน”
จูนชะงัก มองหน้ากัน “ก็ไม่เห็นมีใครผ่านมาเลยเนอะ” “แต่ก็ควรเคารพกฎเกณฑ์…” จูนกลอกตา ยิ้มมุมปาก “ค่ะ ๆ เดี๋ยวจะรีบออกไป”
นักเรียนวิ่งไปหยิบขนมปัง จูนใส่ใจชวนคุยกับทุกคน เหลือบตามองกันที่ยังยืนนิ่ง อากาศเย็นแต่บรรยากาศหน้านี้ดูไม่เบาสำหรับกัน
ตกเย็นหลังเด็กๆ กลับบ้าน จวนปิดร้าน ขนรถเข็นออกไปริมทะเลหลังโรงเรียน บรรยากาศสงบ มีแสงสีส้มทองจากพระอาทิตย์คล้อยต่ำสาดกระทบผิวน้ำ กันกำลังเดินเลี่ยงออกมาเช่นกัน เหมือนพยายามหลีกเลี่ยงจูน
“อ้าว คุณครูศิลปะก็ชอบมานั่งตรงนี้เหรอ” จูนเอ่ยทัก พลางนั่งยองๆ จ้องทะเล กันลังเล เดินมาแต่เลือกนั่งห่างกันสองเมตร “ธรรมชาติช่วยให้ความคิดนิ่งขึ้น”
จูนเงียบไป อมยิ้มกับคลื่น ตักขนมปังปิ้งมากัดช้าๆ “แดดเย็นแบบนี้ ถ้ามีเมนูใหม่คงขายดีนะ แต่คงไม่มีใครมากินริมทะเลหรอก”
กันมองจูน เห็นเธอแอบเหนื่อยและซ่อนความเศร้าไว้หลังรอยยิ้ม “ขนมปังยังร้อนเหรอ” “แค่อยากกินเองมากกว่า” ว่าแล้วจูนก็หันหน้าขึ้น รับสายลม “บางทีการขายของมันก็ทำให้รู้สึกยังมีค่า แม้จะไม่มีใครมาซื้อ”
กันหันกลับจ้องทะเล เงียบ จูนยิ้มบาง “คุณครูเคยรู้สึกผิดหวังไหม…” กันเม้มปาก “ผม…เคยคิดว่าเส้นทางศิลปะคือคำตอบ แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายขนาดนั้น” จูนพยักหน้า “ฉันก็ยังเข้าใจนะ”
ช่วงค่ำในโรงอาหารโรงเรียน จูนแวะเอาเศษขนมปังแจกเด็กที่เหลืออยู่ กันกำลังเตรียมห้องศิลปะสำหรับงานนิทรรศการ จนมีเสียงเคาะประตู
“ของเหลือ อยากกินไหม” จูนยื่นถุงขนมปัง ฝ่ายชายลังเล แต่ยิ้มรับ “ขอบคุณ”
ทั้งสองนั่งคนละฝั่งโต๊ะ กินเงียบๆ กันพยายามเอื้อมมือคว้าเศษขนมปังหล่น จนนิ้วไปโดนมือจูน ทั้งคู่ชะงัก จ้องกัน ต่างไม่พูดอะไร ก่อนที่จูนจะหัวเราะเบาๆ “โทษที” กันรีบชักมือกลับ
“มีปัญหาเรื่องโปสเตอร์นิทรรศการเหรอ” จูนถาม “เด็กๆ ไม่ร่วมมือเท่าไหร่ครับ ทีมศิลปะขาดแรงบันดาลใจ” กันถอนหายใจ จูนมองอย่างห่วงใย “บางทีแรงบันดาลใจอาจมาจากความล้มเหลวครั้งก่อนก็ได้นะ”
วันถัดมา ห้องศิลปะปั่นป่วน เด็กๆ วิ่งเล่นสีเปื้อนเปรอะ จูนแวะมาเห็นรีบช่วยเก็บของ โดนสีเปื้อนเสื้อตัวเอง เธอหัวเราะ “เหมือนงานศิลปะเลยไหมคะ คุณครู” กันอดกลั้นจะหัวเราะ “สีมันเช็ดไม่ออกนะครับ” “คงต้องเป็นความทรงจำแล้วล่ะ”
กันเปิดใจมากขึ้น ให้เด็กๆ วาดสิ่งที่รู้สึกแทนหัวข้อบังคับ เด็กๆ ผลัดกันแบ่งเทคนิคกับจูน สีหน้ากันดูผ่อนคลายเมื่อเห็นผลลัพธ์ ทุกคนหัวเราะกันดังลั่น
ตกเย็น จูนมานั่งริมทะเลอีกครั้ง คราวนี้กันนั่งใกล้กว่าเดิม “คุณเคยหนีอะไรไหม” กันถาม จูนเงียบ ทอดสายตาลงน้ำ “ฉันเคยฝันจะเปิดร้านอาหารใหญ่ มีชื่อเสียง…แต่ล้มเหลวจนต้องหนีมาที่นี่”
กันยังไม่พูดอะไร จูนกำขนมปังแน่นจนแผ่นขนมบุบ “ครอบครัวฉันผิดหวังล่ะ” น้ำเสียงเธอสั่น ถ้อยคำติดค้างเหมือนคลื่นไม่ได้กลับเข้าฝั่ง
“คุณ…อาจอยู่ต่อได้ถ้าคุณเชื่อใจในตัวเอง” กันพยายามให้กำลังใจ แต่พูดติดขัด จูนส่ายหน้า “เชื่อใจตัวเองมันไม่ง่าย เขาเองก็ไม่เชื่อฉันเหมือนกัน”
เย็นวันต่อมา ฝนตกหนัก กระแสไฟฟ้าโรงเรียนดับ จูนติดอยู่ในโรงอาหาร กันเดินผ่านมาพบ “ผมมีไฟฉาย เดี๋ยวไปส่ง” จูนทำท่าจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายยอมเดินตาม
ทั้งสองเดินมืดๆ ช้าๆ ฝนโยนเม็ดอย่างอิสระ “กลัวอะไรไหม” กันถามเบาๆ จูนหัวเราะ “กลัวหมดไฟ…กลัวไม่มีวันยืนได้ในสิ่งที่อยากเป็น”
“ผม…กลัวว่าวันหนึ่งภาพวาดของผมจะไม่มีความหมายอะไรต่อใครเลย” กันสารภาพ จูนมองชายหนุ่มนิ่ง “แต่ถ้าคุณยังไม่เลิกวาด ฉันเชื่อว่ามันจะมีค่าในสักที่สักวัน”
วันงานนิทรรศการมาถึง โปสเตอร์ฝีมือเด็กติดทั่วโรงเรียน ขนมปังปิ้งจูนขายดีเพราะเด็กๆ ช่วยโฆษณา พ่อแม่ในชุมชนแวะมาชิมอย่างอบอุ่น กันเดินดูงานวาดเด็กๆ อย่างภูมิใจ
จูนแอบมองกัน เจ้าตัวคุยกับเด็กจบ จึงเดินเข้าไปใกล้ “ขอบคุณที่ช่วย…ทุกอย่างมันดูง่ายขึ้นเมื่อคุณมีอยู่ตรงนี้”
ก่อนจบงาน คืนฝนตกอีกครั้ง จูนกลั้นน้ำตาที่เอ่อขึ้น เธอเดินออกมาริมทะเลอย่างเคย กันเดินตามหลัง “คุณจะกลับกรุงเทพฯ ใช่ไหม” น้ำเสียงสั่น
จูนหันมาแสร้งยิ้มทั้งที่น้ำตาคลอ “อาจจะ…ต้องกลับไปเริ่มใหม่ ไม่รู้จะสู้ได้ไหม” กันนิ่งไปนาน ก่อนกล่าวเบาๆ “ถ้า…ผมขอให้คุณอยู่ล่ะ คุณจะอยู่เหรอ”
จูนไม่ตอบทันที เธอเดินไปนั่งกับทราย ยื่นขนมปังปิ้งหักครึ่งส่งให้กัน “กินก่อน เผื่อมันจะช่วยได้” กันรับมากัดช้าๆ
ความเงียบแผ่ขยาย สลับเสียงคลื่น จูนถาม “คุณเคยคิดว่าบางทีการอยู่ที่นี่เพราะหนีอะไรสักอย่างไหม”
“ใช่…ผมหนีความล้มเหลวเหมือนกัน”
ทั้งคู่เผชิญหน้ากับความจริง จูนลุกขึ้นปาดน้ำตา “ต่อให้กลัว…ฉันยังอยากลองใหม่อีกครั้ง” กันยิ้ม “ผมเองก็อยากวาดรูปให้ใครสักคนดูจริงๆ สักที”
“บางทีฉันอาจต้องกลับไปเจออดีต แต่ถ้าฉันกลับมาได้…คุณยังจะวาดรูปอยู่ใช่ไหม”
กันพยักหน้า ช้าๆ “ถ้าวันหนึ่งคุณกลับมา…ผมจะวาดรูปคุณเป็นรูปแรก”
แสงแดดยามเย็นอาบทั้งสองไว้ ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ไม่จบสิ้น พวกเขาอยู่ใกล้กันที่สุด แต่ก็แยกจากกันเพื่อกล้าที่จะเติบโตและให้อภัยอดีตของตัวเอง
ในอีกหนึ่งปีต่อมา ณ ริมทะเลเดิม เด็กๆ วิ่งเล่นอยู่ในงานศิลปะ จูนกลับพร้อมขนมปังปิ้งแผ่นใหม่ กันยังยืนอยู่ตรงนั้น ท่าทางนิ่งแตะกระดานวาดภาพด้วยมือสั่นเล็กน้อย จูนแหย่ “ยังวาดไม่จบอีกเหรอ” กันหันมายิ้มจนแว่นเคลื่อน “รูปนี้ รอเจ้าของกลับมาเท่านั้นแหละ”
จูนขำกลบความเขิน ยื่นขนมปังให้กัน… พบกันใหม่ในโลกของความกล้าที่จะรักอีกครั้ง