เสียงที่เราเก็บไว้ในฟิล์ม
เมษาเชื่อว่าเสียงบางอย่างมีค่ากว่าภาพที่สวยที่สุด อิศราเชื่อว่าภาพที่ผิดพลาดจะทำให้ทุกอย่างพัง พวกเขาเจอกันในห้องชมรมภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยสายไฟ ฟิล์มเก่า…
เมืองสุขสงัดกับกองถ่ายที่หัวเราะไม่ได้
พิมพ์ดาวแค่อยากถ่ายสารคดีให้เนี๊ยบพอคว้าทุนเรียนต่อ แต่เมื่อเธอเผลอรับบทเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจความเงียบในเมืองสุขสงัด เมืองที่ห้ามหัวเราะทั้งสัปดาห์ ทุกคนจึงเริ่มขอใบอนุญาตยิ้ม ขอเวลาหัวเราะล่วงหน้า และทำให้กองถ่ายเล็ก ๆ…
เสียงที่หายไปในหอสมุดไศลิน
บัตรรายการสีงาช้างปลิวออกจากลิ้นชักเองราวกับมีใครหายใจอยู่ข้างใน เมธาวีคว้ามันไว้ก่อนเห็นชื่อของนักศึกษาที่หายตัวไปค่อย ๆ จางหายจากหมึกสีน้ำเงิน และได้ยินเสียงเคาะเบา ๆ…
สวนที่เรียกชื่อไม่ตรง
ในสวนโค้งสน ไม่มีต้นไม้ต้นไหนต้องการน้ำเท่ากับต้องการให้คนเรียกชื่อถูก และบางชื่อ เมื่อถูกเรียกออกมาแล้ว…
ตำนานแม่น้ำอุราลืมและเด็กผู้คืนเสียงให้ดวงดาว
เล่ากันว่าในคืนที่ดวงดาวเงียบลง ชาวดินแห้งได้ยินแม่น้ำร้องไห้เป็นเสียงคนที่พวกเขาลืมไปแล้ว และมีเด็กคนหนึ่งถือกระดิ่งดินเงียบเดินลงไปในลำน้ำ…
ซับไตเติลสีส้มของขวัญข้าว
ในเมืองสัตย์สว่าง ไม่มีใครกล้าโกหก เพราะทันทีที่พูดไม่จริง ซับไตเติลสีส้มจะลอยขึ้นเหนือหัวอย่างสุภาพและทำลายชีวิตอย่างเป็นทางการ ขวัญข้าวคิดว่าแค่เลือกมุมกล้องดี ๆ ก็เอาตัวรอดได้ จนวันที่คำว่า ‘หนูมาจากคณะกรรมการ’…
เสียงที่เราไม่เคยถ่ายติด
“ภาพสวยแค่ไหน ถ้าไม่มีเสียง คนดูก็จำได้ไม่ครบหรอก” ติณณ์พูดจากหลังโต๊ะมิกซ์เสียง นลินเงยหน้าจากกล้องที่กำลังแกะฝุ่นออก แล้วตอบเบา ๆ ว่า “งั้นนายก็ช่วยทำให้เขาได้ยินสิ…
เสียงเงียบระหว่างเฟรม
“ถ้าเสียงของเรามันไม่พอดีกับหนังพี่ล่ะ” พิมพ์ลานถาม ธารินมองเส้นคลื่นเสียงบนจอ ก่อนเลื่อนหูฟังข้างหนึ่งให้เธอ…
ห้องที่ไม่รับชื่อผิด
ในพิพิธภัณฑ์วชิรสาร สิ่งของทุกชิ้นต้องมีชื่อของมัน และคนทุกคนต้องระวังไม่ให้ถูกเรียกผิด เพราะที่นี่ไม่ได้หลอกหลอนด้วยผี…
สายน้ำที่ไม่ยอมลืม
เมื่อแม่น้ำที่เคยพาความทรงจำไปสู่ฝนหยุดนิ่ง ผู้คนแห่งเอินธาเริ่มลืมเสียงหัวเราะ ลืมรสข้าวสุก และลืมแม้กระทั่งชื่อบุตรหลานของตน ธาลุน ผู้ปั้นหม้อที่อยากให้โลกจำชื่อเขาไว้…